|
สุวัณณะเจติยัง หะริภุญชะยัฐฐังวะระ
โมลีธาตุรัง อุฬเสฏฐัง สะหะอังคุละผัฏฐัง
กัจจายะโน นามิตปัตตะ ปุรังสิเนนะ เมยหัง ปะนะมามิธาตุง
สิระสา นะมามิ อะหังวันทามิ ทูระโตฯ
พระบรมธาตุหริภุญชัยเป็นพระธาตุคู่เมืองลำพูนมาแต่โบราณ
มีตำนานเล่าว่า ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จมายังชัยภูมิของชาวเม็ง
ทรงหยุดประทับนั่ง ณ สถานที่หนึ่ง พระญาชมพูนาคราชและพระญากาเผือกได้มาอุปัฏฐาก
และมีชาวลัวะผู้หนึ่งนำลูกสมอมาถวายพระองค์ทรงมีพุทธพยากรณ์ว่าที่นี่ในอนาคตจะเป็น
"นครหริภุญชัยบุรี" เป็นที่ประดิษฐาน "พระสุวรรณเจดีย์"
ซึ่งบรรจุธาตุกระหม่อม ธาตุกระดูก ธาตุกระดูกนิ้วมือและธาตุย่อยอีกเต็มบาตรหนึ่ง
ในครั้งนั้นพระญาทั้งสองได้ทูลขอพระเกศาธาตุ
นำไปบรรจุในกระบอกไม้รวกและโกศแก้วใหญ่ ไว้ในถ้ำใต้ที่ประทับ ต่อมาในสมัยพระญาอาทิตยราช
ผู้ครองเมืองหริภุญชัย (ราว พ.ศ. ๑๔๒๐) ได้เสด็จลงห้องพระบังคน
แต่มีกาขัดขวางมิให้เข้า ภายหลังทรงทราบว่าที่แห่งนั้นเป็นที่บรรจุพระบรมธาตุ
จึงทรงให้รื้อวังและขุดพระบรมธาตุมาบรรจุโกศทองคำ และสร้างมณฑปปราสาทเพื่อเป็นที่ประดิษฐาน
พระธาตุหริภุญชัยได้รับการบูรณะเรื่อยมา โดยพระเจดีย์องค์ปัจจุบันบูรณะในสมัยพระเจ้าติโลกราชแห่งเชียงใหม่
เมื่อ ๕๐๐ กว่าปีมาแล้ว
ภายในวัดยังมี พระสุวรรณเจดีย์
เจดีย์ยุคแรกในศิลปะหริภุญชัย เจดีย์เชียงยัน เจดีย์เก่าแก่ทรงปราสาทห้ายอด
และหอระฆัง ที่แขวนกังสดาลใหญ่ เป็นต้น
ในวันขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๖ ของทุกปี
จะมีงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัย น้ำที่นำมาสรงองค์พระธาตุนี้จะต้องนำมาจากบ่อน้ำทิพย์บนยอดดอยขะม้อที่อยู่นอกเมือง
ตามธรรมเนียมปฏิบัติแต่โบราณ
|