|

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อ พ.ศ.2515 ประกาศเป็นอุทยานฯ เป็นลำดับที่ 6
ของประเทศไทย มีพื้นที่ 482.4 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอจอมทอง
อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่วาง และกิ่งอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่
ดอยอินทนนท์แต่เดิมดอยนี้มีชื่อว่า
"ดอยหลวง" หรือ "ดอยอ่างกา" ดอยหลวง
มาจากขนาดของดอยที่ใหญ่มาก ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า "ดอยหลวง"
(หลวง: เป็นภาษาเหนือ แปลว่า ใหญ่)
ดอยอ่างกา มีเรื่องเล่าว่า ห่างจากยอดดอยไปทางทิศตะวันตกประมาณ 300 เมตร
มีหนองน้ำแห่งหนึ่งลักษณะเหมือนอ่าง ฝูงกาจำนวนมากมายมักพากันไปเล่นน้ำที่หนองน้ำแห่งนี้
จึงพากันเรียกว่า "อ่างกา" และภูเขาขนาดใหญ่แห่งนั้นก็เลยเรียกกันว่า
"ดอยอ่างกา"
แต่ก็มีบางกระแสกล่าวว่า คำว่า "อ่างกา" นั้น แท้จริงแล้วมาจากภาษาปกาเกอญอ
(กะเหรี่ยง) แปลว่า "ใหญ่" เพราะฉะนั้นคำว่า "ดอยอ่างกา"
จึงแปลว่าดอยที่มีความใหญ่นั่นเอง
ดอยอินทนนท์
อดีตกาลก่อนป่าไม้ทางภาคเหนืออยู่ในความควบคุมของเจ้าผู้ครองนครต่าง
ๆ สมัยพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ (องค์สุดท้าย) พระองค์ให้ความสำคัญกับป่าไม้อย่างมาก
โดยเฉพาะป่าในบริเวณดอยหลวง ทรงรับสั่งว่า หากสิ้นพระชนม์ลงให้นำอัฐิบางส่วนขึ้นไปสร้างสถูปบรรจุไว้บนดอย
ดอยนี้จึงมีนามเรียกขานว่า "ดอยอินทนนท์"
ลักษณะโครงสร้างทางธรณีวิทยา
หินที่พบบริเวณดอยอินทนนท์มีอายุตั้งแต่ประมาณ
ยุคพรีแคมเบรียน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหินไนส์จนถึงยุคเทอร์เซียรี่ ซึ่งจะเป็นหินพวกหินกรวดมน
โดยมีหินไนส์เป็นหินที่เกิดเป็นแกนใหญ่ ปรากฏทางทิศตะวันตกของพื้นที่ซึ่งเรียงตัวในแนวเหนือ
ใต้ และทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือและที่บริเวณยอดดอยอินทนนท์ รองลงมาเป็นหินแกรนิตปรากฏกระจายอยู่ทางทิศตะวันออกและทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของพื้นที่
นอกจากนี้ยังมีหินแกรนิตโนไดโอไรต์ที่พบทางตอนกลางของพื้นที่ นอกจากนี้ยังพบหินปูนทางทิศตะวันออกสุดของพื้นที่และยังมีหินกรวด
หินทราย และหินฟิลไลต์ (Phyllite) อีกด้วย
ลักษณะภูมิอากาศ
เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงถึง
2,565 เมตร อากาศจึงหนาวเย็นตลอดปี ความชื้นสูงมาก โดยเฉพาะบนดอย ในฤดูหนาวอุณหภูมิจะต่ำกว่าศูนย์องศงเซลเซียสทุกปี
ในฤดูร้อนก็ยังมีอากาศหนาวเย็นอยู่ ต้องสวมเสื้อกันหนาว
แหล่งท่องเที่ยวบนดอยอินทนนท์
ความงดงามของธรรมชาติที่ไม่มีใครปรุงแต่ง
เป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้พลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาเยี่ยมชมสีสันของอุทยานแห่งชาติ
ดอยอินทนนท์ อย่างไม่ขาดสาย สีเขียวตลอดปีของป่าใหญ่ดึกดำบรรพ์ (old
growth forest) สภาพอากาศที่หนาวเย็นและชุ่มฉ่ำตลอดทั้งปี ทำให้มีมอส
เฟิร์นและพืชอิงอาศัย (epiphyte) ชนิดอื่น ๆ ขึ้นปกคลุมตามลำต้นอย่างหนาแน่น
นับได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะโดดเด่นและเฉพาะตัวที่สุด และไม่สามารถจะหาพื้นที่และสภาพป่าดังกล่าวได้อีกแล้วในประเทศไทย
สีเหลืองอมส้มของใบไม้ป่าผลัดใบที่กำลังจะผลัดใบในช่วงเดือนธันวาคม
กุมภาพันธ์ ดอกไม้นานาชนิดที่บานสะพรั่งแข่งกันอวดโฉมอันสวยงามในช่วงเดือนกุมภาพันธ์
มีนาคม ความโล่งของป่าทุ่งหญ้าหรือไร่ร้าง หน้าผาอันสูงชัน ทำให้มองเห็นสภาพภูมิประเทศได้กว้างไกล
เป็นแหล่งที่อยู่ที่สำคัญของกวางผาและนกชนิดต่าง ๆ
เมื่อเข้าไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ บางแห่งรถยนต์สามารถเข้าถึงได้
บางแห่งต้องจอดรถไว้ที่ลานจอดรถ แล้วเดินเท้าเข้าไป นักท่องเที่ยวควรมีการเตรียมตัวให้พร้อม
เพราะหากเตรียมตัวไม่ดีพอ อาจทำให้พบอุปสรรคนานัปการ
พื้นที่ท่องเที่ยวและนันทนาการที่สำคัญของอุทยานแห่งชาติ ส่วนใหญ่จะอยู่ตามแนวเส้นทางถนนสายจอมทอง
ยอดดอยอินทนนท์ (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1009) ถนนสายยอดดอยอินทนนท์
แม่แจ่ม (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1192) และเส้นทางเดินป่าต่าง ๆ สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอุทยานแห่งชาติตามเส้นทางต่าง
ๆ
เส้นทางขึ้นดอยอินทนนท์
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะรู้จักในนามของอุทยานฯ
ที่มียอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย อยู่ในเขตอำเภอจอมทอง สันป่าตอง
และแม่แจ่ม มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 530 ตารางกิโลเมตร ระยะทางจากเชียงใหม่ถึงดอยอินทนนท์
ประมาณ 106 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1.5 2 ชั่วโมง
จากตัวเมืองเชียงใหม่
สามารถ เดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ได้ 3 เส้นทางคือ
เส้นทางที่
1 จากจังหวัดเชียงใหม่เดินทางโดยใช้เส้นทางถนนสายเชียงใหม่-ฮอด (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
108) ผ่านอำเภอ หางดงและอำเภอสันป่าตอง ไปยังอำเภอจอมทอง ก่อนถึงอำเภอจอมทองประมาณ
2 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามถนนสายจอมทอง- อินทนนท์ (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข
1009) จะเริ่มเข้าเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ที่กิโลเมตรที่ 8 (น้ำตกแม่กลาง)
และ ตัดขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์เป็นระยะทางทั้งหมด 49.8 กม. ... ดูแผนที่เส้นทางที่
1 (สีเหลือง) ที่นี่
เส้นทางที่
2 จากจังหวัดเชียงใหม่เดินทางตามเส้นทางถนนสานเชียงใหม่-ฮอด (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
108) ผ่านอำเภอหางดง อำเภอสันป่าตอง อำเภอจอมทองและอำเภอฮอด จากอำเภอฮอดเดินทางต่อโดยใช้เส้นทางสายฮอด-แม่สะเรียง
ฮอด (ทางหลวง แผ่นดินหมายเลข 108) ผ่านอุทยานแห่งชาติออบหลวง แล้วเลี้ยวขวาต่อไปยังอำเภอแม่แจ่มโดยเส้นทางสาย
ออบหลวง-แม่แจ่ม (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1088) จากอำเภอแม่แจ่มใช้เส้นทางสายแม่แจ่ม-ดอยอินทนนท์
(ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1192) ขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์ ที่ถนนสายจอมทอง-ดอยอินทนนท์
(ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1009 กิโลเมตรที่ 38-39) ... ดูแผนที่เส้นทางที่
2 (สีเขียว) ที่นี่
เส้นทางที่
3 ซึ่งเป็นเส้นทางสู่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ที่ค่อนข้างจะลำบาก
โดยทางจากจังหวัดเชียงใหม่ตามเส้นทางถนนสาย เชียงใหม่-ฮอด (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
108) ผ่านอำเภอหางดง และอำเภอสันป่าตอง จากอำเภอสันป่าตอง เลี้ยวขวา
ตามถนน สายสันป่าตอง - บ้านกาด-แม่วิน (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1013)
แล้วต่อด้วยเส้นทาง ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1284 หรือ เส้นทาง ร.พ.ช.
ผ่านบ้านขุนวาง และขึ้นสู่ถนนสายจอมทอง-ดอยอินทนนท์ (ทางหลวงจังหวัดหมายเลข
1009) ที่กิโลเมตรที่ 31 ใกล้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ...
จุดพักแรม
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีบ้านพักสำหรับบริการนักท่องเที่ยว
จำนวน 5 หลัง พักได้หลังละ 15-20 คน ค่าธรรมเนียมที่พัก 800-1,000 บาทต่อคืน
และอนุญาติให้นำเต็นท์ไปตั้งค่ายพักแรมได้
ติดต่อสอบถาม
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ถนนจอมทอง
- อินทนนท์ กม. 31 อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 50160 หรือที่กรมป่าไม้
โทร. 579-7223,579-5734
การเตรียมตัว
- ควรเป็นชุดที่รัดกุม ใส่สบาย และใช้โทนสีที่กลมกลืนกับธรรมชาติ
- หมวก ควรเลือกใช้หมวกที่เป็นหมวกปีกหรือหมวกแก๊ปก็ได้
- เสือผ้า เสื้อที่สวมใส่ควรเป็นเสื้อแขนยาว หรือเป็นผ้าร่มแขนยาว ทั้งนี้เพื่อป้องกันแมลง
พันธุ์ไม้ที่มีหนามแหลมคม ดงหญ้าคา หรือต้นไม้แปลก ๆ บางพันธุ์ เช่น
ต้นช้างร้อง เนื้อผ้าควรเป็นชนิดที่ซับน้ำได้ดี เพื่อจะช่วยระบายความร้อนได้ดี
กางเกงควรเป็นกางเกงที่สวมสบาย ไม่รัดจนเกินไป
|