ลักไก่ทัวร์
หน้าแรกลักไก่ทัวร์
โปรแกรมทัวร์
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ท่องทะเลไทย
เทศกาลทั่วไทย
บันทึกนักเดินทาง
บันทึกเปื้อนฝุ่น
ดอยสูง ภูสวย
โปสการ์ดท่องเที่ยว
พระธาตุประจำปีเกิด
โรงแรม รีสอร์ท
แผนที่ประเทศไทย
อุทยานแห่งชาติ
อุทยานประวัติศาสตร์
วนอุทยาน
unseen I
unseen II
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
  
กิจกรรม
Tips for Trip
ประเทศเพื่อนบ้าน
ห้ามคลิก !
จ้างให้ก็คลิกไม่โดน
ไม่เชื่อก็ลองดู
 
ขอขอบคุณ
การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย และอนุสาร อสท. ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลต่างๆครับ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

 

`๏่’สุราษฎร์ธานี - Suratthani `๏่’
`๏่’สุราษฎร์ธานี - Suratthani `๏่’

" เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ "



     สุราษฎร์ธานี เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัย ก่อนประวัติศาสตร์ ชนพื้นเมืองได้แก่ พวกเซมัง และมลายูดั้งเดิม ซึ่งอาศัยอยู่ในเขต กลุ่มน้ำหลวง (แม่น้ำตาปี) และบริเวณอ่าวบ้านดอน ก่อนที่ชาวอินเดีย จะอพยพเข้ามา ตั้งหลักแหล่งและเผยแพร่วัฒนธรรม ดังปรากฏหลักฐาน ในชุมชนโบราณที่ อ.ท่าชนะ อ.ไชยา เป็นต้น ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 13 มีหลักฐานปรากฏว่า เมืองนี้ได้รวมกับ อาณาจักรศรีวิชัย เมื่ออาณาจักรนี้เสื่อมลง จึงแยกออกเป็น 3 เมือง คือ เมืองไชยา เมืองท่าทอง และเมืองคีรีรัฐ ขึ้นต่อเมือง นครศรีธรรมราช ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้ย้ายเมืองท่าทองมาตั้งที่บ้านดอน และยกฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ พระราชทานนามว่าเมือง "กาญจนดิษฐ์" ครั้นเมื่อมีการปกครองแบบมณฑล ได้รวมเมืองทั้งสาม เป็นเมืองเดียวกันเรียกว่า เมืองไชยา ต่อมา พ.ศ.2458 รัชกาลที่ 6 โปรดฯ ให้เปลี่ยนชื่อเมืองไชยา มาเป็นเมืองสุราษฎร์ธานี แปลว่า เมืองแห่งคนดี


     สุราษฎร์ธานี เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุดของภาคใต้ ห่างจากกรุงเทพฯ 685 กิโลเมตร ประมาณ 12,891 ตารางกิโลเมตร ทิศเหนือ ติดต่อจังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง ทิศใต้ ติดต่อจังหวัดนครศรีรรมราช และจังหวัดกระบี่ ทิศตะวันออก ติดต่ออ่าวไทย และจังหวัดนครศรีธรรมราช
ทิศตะวันตก ติดต่อจังหวัดพังงา และจังหวัดระนอง การปกครองแบ่งออกเป็นอำเภอต่างๆ 18 อำเภอ 1 กิ่ง อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอบ้านนาสาร อำเภอบ้านตาขุน อำเภอไชยา อำเภอดอนสัก อำเภอกาญจนดิษฐ์ อำเภอเคียนซา อำเภอคีรีรัฐนิคม อำเภอเกาะพะงัน อำเภอเกาะสมุย อำเภอพนม อำเภอพระแสง อำเภอพุนพิน อำเภอท่าชนะ อำเภอท่าฉาง อำเภอเวียงสระ อำเภอบ้านนาเดิม อำเภอชัยบุรี และกิ่งอำเภอวิภาวดี



เงาะพันธุ์โรงเรียน
เป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของจังหวัดสุราษฎร์ธานี และของประเทศ เป็นเงาะที่มีรสชาดหวานและกรอบ ปลูกกันมากในจังหวัด สุราษฎร์ธานี ผลมีลักษณะโต เปลือกบาง แม้สุกจัดปลายเส้นขนยังมีสีเขียว ลักษณะต้นเป็นพุ่มไม่สูง

หอยขาวพุมเรียง
เป็นอาหารทะเลที่มีชื่อเสียงของอำเภอไชยา และ สามารถหาบริโภคได้เฉพาะที่พุมเรียงเท่านั้น

หอยนางรม
หอยนางรมสุราษฎร์ธานีเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในหมู่ นักบริโภคว่าเป็นอาหารทะเลที่รสชาดขึ้นชื่อ คุณสมบัติที่สร้างคุณค่าให้หอย นางรมคือ เนื้อในขาวสะอาด รสออกหวาน ไม่มีกลิ่นคาว มีคุณค่าทางอาหารสูง หอยนางรมเริ่มเพาะเลี้ยงประมาณปี 2504 ทดลองเลี้ยงที่แหลมซุย อำเภอไชยา ต่อมาได้เพาะเลี้ยงที่บริเวณปากคลองท่าทอง และปากคลองกะแดะ อำเภอกาญจน ดิษฐ์ หอยนางรมมี 2 ชนิดคือ ชนิดพันธุ์เล็ก เรียกว่าหอยเจาะ ชนิดพันธุ์ใหญ่ เรียก ว่าหอยตะโกรม ลักษณะเป็นหอยมี 2 ฝา พบทั่วไปบริเวณน้ำตื้นชายฝั่ง หอย นางรมจะออกวางไข่ตลอดปี แต่จะพบมากในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือน เมษายน หอยนางรมจะวางไข่ครั้งหนึ่งประมาณ 1-9 ล้านฟอง

ผ้าไหมพุมเรียง
การทอผ้าไหมพุมเรียงเป็นงานหัตถกรรมที่ทำกันในหมู่ บ้านไทยมุสลิม ซึ่งเข้าใจว่าแต่เดิมคงเป็นพวกแขกที่อพยพ หรือถูกกวาดต้อนมา จากไทรบุรี พร้อมๆ กับช่างทอผ้าที่เมืองนครศรีธรรมราช บ้างก็สันนิษฐานว่า ไทยอิสลามที่พุมเรียงอาจจะเป็นชาวปัตตานี เพราะอารยธรรมสูงกว่าที่อื่น แล้ว มาอาศัยอยู่ที่ตำบลพุมเรียง การทอผ้าพุมเรียง ชาวบ้านไม่ได้เลี้ยงไหมเอง ไหมที่ ใช้ทอเป็นไหมจากญี่ปุ่น และสั่งซื้อจากกรุงเทพฯ โดยนิยมทอผ้าด้วยกี่กระตุก ลวด ลายต่างๆ ที่ประดิษฐ์ขึ้นเป็นของชาวบ้านพุมเรียงโดยเฉพาะ ในปัจจุบันมี 5 ลาย ได้แก่ ลายราชวัตร ลายดอกพิกุล ลาบดอกโคม ลายนพเก้า และลายยกเบ็ด

หมวกพุมเรียง
หมวกพุมเรียงเป็นงานหัตถกรรม ที่ชาวพุมเรียงทำสืบต่อ กันมาเป็นเวลานาน ไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัดว่าเริ่มทำกันมาตั้งแต่สมัยใด รู้แต่ ว่าทำกันมากในกลุ่มของชาวพุทธซึ่งอยู่กันคนละฝั่งกับชาวไทยมุสลิมในตำบล พุมเรียง อำเภอไชยา การทำหมวกพุมเรียงทำจากวัสดุหลายอย่างด้วยกันคือ ปอ แก้ว ใบลาน หรือใบตาล ลักษณะของหมวกพุมเรียง ที่แปลกไปจากหมวกสานของ ที่อื่นคือ การสานจะเป็นลักษณะเส้นยาวก่อนแล้วจึงนำมาเย็บเป็นรูปทรงหมวก ภายหลัง ซึ่งหมวกลักษณะนี้ชาวบ้านเรียกกันว่า หมวกรานี

ไข่เค็มไชยา
เป็นไข่เค็มที่มีชื่อเสียงกล่าวขวัญกันทั่วไป การทำไข่เค็มไชยา ใช้ไข่เป็ดจากอำเภอไชยา ซึ่งมีไข่แดงมากและไม่คาวเหมือนไข่เป็ดทั่วไป จากนั้น เอาดินจากจอมปลวกมาตำให้ละเอียด ร่อนเอาเฉพาะที่ละเอียด แยกเอากรวด ทรายออกให้หมด คลุมด้วยน้ำและเกลือให้ดินค่อนข้างเหนียว แล้วเอาดินนี้หุ้มไข่ เป็ด หลังจากนั้นนำไปคลุมกับขี้เถ้าแกลบ เป็นอันเสร็จกระบวนการทำไข่เค็มไชยา แล้วจึงนำมาบรรจุหีบห่อเพื่อจำหน่าย มีฉลากบอกระยะเวลาไว้ว่าเมื่อใดเหมาะ สำหรับทอดไข่ดาว เมื่อใดเหมาะสำหรับต้ม

ขนมจั้ง
ขนมจั้งนิยมทำกันมากในอำเภอไชยา เครื่องปรุงขนมชนิดนี้ ประกอบด้วยข้าวเหนียว น้ำ และน้ำด่าง โดยนำข้าวสารเหนียวแช่น้ำด่างประมาณ 3-5 ชั่วโมง ต่อจากนั้นนำข้าวสารเหนียวมาห่อด้วยใบไผ่แนะ ห่อเสร็จเรียบร้อย แล้วนำจั้งไปต้มจนกว่าจะสุก ก็จะได้จั้งตามที่ต้องการ ส่วนใหญ่นิยมรับประทาน กับน้ำเชื่อม หรือน้ำกะทิก็ได้

ขนมจิ้นแด้
เป็นขนมที่มีรสชาดอร่อย หาซื้อได้ง่าย บริเวณตลาดวัดไทรใน ช่วงตอนกลางคืน

ผลิตภัณฑ์จากกระจูด
โดยกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรท่าสะท้อน อำเภอพุนพิน มีผลิตภัณฑ์หลายแบบ เช่น กระเป๋า หมวก แฟ้มใส่เอกสาร


กีฬาพื้นเมือง : กีฬาชนควาย
ที่เกาะสมุยมีลักษณะคล้ายกับกีฬาชนควายของจังหวัดสงขลา จะจัดขึ้นในโอกาสที่งานมงคล หรือเทศกาลต่างๆ เช่น ตรุษ สงกรานต์ และวันขึ้นปีใหม่

งานวันเงาะโรงเรียน
จัดขึ้นประมาณต้นเดือนสิงหาคม บริเวณสนามศรีสุราษฎร์ และริมเขื่อนแม่น้ำตาปีใน ตัวเมือง เพื่อนำผลิตผลเงาะโรงเรียน และผลิตผลทางการเกษตรอื่นๆ มาแสดงและ จำหน่ายแก่ผู้สนใจ กิจกรรมที่นอกเหนือจากนี้ได้แก่ นิทรรศการทางการเกษตร การ แข่งขันลิงขึ้นมะพร้าว ขบวนแห่และการประกวดรถประดับด้วยผลเงาะและผลไม้ อื่นๆ

ประเพณีชักพระหรือลากพระ ทอดผ้าป่า และแข่งเรือยาว
จัดขึ้นในวันออกพรรษา (แรม 1 ค่ำ เดือน 11) ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่แต่ละวัด จะทำบุษบกหรือพนมพระ โดยตกแต่งอย่างสวยงาม ตรงกลางบุษบกเป็นที่ ประดิษฐานพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร แล้วร่วมกันลากไป โดยกำหนดสถานที่ที่บุษบก จะไปรวมกัน ซึ่งอาจมีการประกวดความสวยงามของบุษบกด้วย เมื่อเสร็จพิธีลากพระ (ทั้งบนบกและในน้ำ) แล้วจะมีพิธีสงฆ์สมโภชพระลากในตอนค่ำ และมีพระสงฆ์มา เทศน์เกี่ยวกับการเสด็จของพระพุทธเจ้าจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ลงสู่โลกมนุษย์ ส่วนการทอดผ้าป่าของจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะเริ่มงานตั้งแต่ 1 นาฬิกาของวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 พุ่มผ้าป่าจะตกแต่งเป็นเรื่องราวพุทธประวัติ และจะทำพิธีถวายในตอน เช้าของแรม 1 ค่ำ เดือน 11 สำหรับการแข่งเรือยาวนั้นเป็นกิจกรรมเสริมที่สร้างสีสัน ให้งานสนุกสนานตื้นเต้นน่าสนใจควบคู่ไปกับงานบุญ


ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาท่าเพชร
จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้เส้นทางสายสุราษฎร์ธานี-บ้านนาสาร ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร จากถนนใหญ่มีทางแยกด้านซ้ายมือ สู่ที่ทำการอีก 1 กิโลเมตร ศูนย์ศึกษาธรรมชาติแห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ 2,900 ไร่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 210 เมตร เป็นป่าสงวนของกรมป่าไม้ที่มีบริเวณร่มรื่นสวยงาม บนยอดเขาเป็นจุดที่สามารถชมทิวทัศน์รอบตัวเมืองสุราษฎร์ได้โดยรอบ และยังเป็นที่ตั้งของพระธาตุศรีสุราษฎร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2500 นับเป็นปูชนียสถานองค์แรกของชาวบ้านดอน ต่อมาพระธาตุชำรุด มีรอยร้าวที่ฐาน พระธาตุจึงถูกรื้อแล้วสร้างขึ้นใหม่เป็นทรงสูงเรียวลักษณะคล้ายเทียน นับว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามแปลกตาอย่างหนึ่ง

ปากน้ำตาปี
ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลบางกุ้ง ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีประมาณ 7 กิโลเมตร ตามเส้นทางสุราษฎร์ธานี-ปากน้ำ มีคิวรถโดยสารอยู่เยื้องกับห้างจุฬาสรรพสินค้า ถนนบ้านดอน ปากน้ำตาปี มีร้านอาหารทะเลและร้านจำหน่ายของทะเลอยู่หลายร้าน นอกจากนี้ยังสามารถชมทิวทัศน์ธรรมชาติทางทะเลของอ่าวบ้านดอนได้อีกด้วย

สถานที่ฝึกลิง หรือ โรงเรียนฝึกลิง
จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ใช้เส้นทางสายสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช หรือทางหลวงหมายเลข 401 ประมาณ 7 กิโลเมตร และมีทางแยกด้านขวามือเป็นถนนลูกรังสู่ศูนย์ฝึกลิง อีก 2 กิโลเมตร จะเห็นป้าย “วิทยาลัยฝึกลิงเพื่อการเกษตร” อยู่ด้านขวามือ มีการสาธิตและบรรยายหลักสูตรการฝึกลิงกัง จากเริ่มต้นจนสามารถทำงานได้จริง ผู้ประสงค์จะเข้าชมกรุณาติดต่อล่วงหน้าที่คุณสมพร แซ่โค้ว วิทยาลัยฝึกลิง อ.การญจนดิษฐ์ โทร. (077) 227351

ฟาร์มหอยนางรม
อยู่ที่ปากคลองท่าทองและปากคลองกระแดะ เป็นสถานที่เพาะเลี้ยงหอยนางรมตามธรรมชาติ หอยนางรมที่ได้จากปากคลองนี้มีขนาดใหญ่กว่าแห่งอื่น ผู้ประสงค์จะเดินทางไปชมสามารถเช่าเรือหางยาวขนาดบรรทุก 10 คน ได้ที่ท่าเรือท่าทอง ใช้เวลาเดินทาง 20 นาที และควรไปในตอนเช้า หรือช่วงที่น้ำลง เพราะสามารถเห็นหอยนางรมที่เกาะตามแท่งซีเมนต์ได้ชัดเจน

วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์
อยู่ห่างจากชุมชนอำเภอดอนสัก 1 กิโลเมตร จะมีทางราดยางเข้าไปจนถึงบริเวณวัด บนยอดเขาเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้มาจากวัดพระเกียรติ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ พระครูสุวรรณประดิษฐ์การ หรือหลวงพ่อจ้อย เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคใต้เป็นผู้บุกเบิกสร้างขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525

น้ำตกวิภาวดี หรือน้ำตกบ้านใน
อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 401 บริเวณกิโลเมตรที่ 60-61 หรือ 38 กิโลเมตร จากตัวเมืองตรงทางแยกจะเลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอดอนสัก น้ำตกวิภาวดีเป็นน้ำตกขนาดกลาง มีประชาชนนิยมเดินทางมาพักผ่อนกันมากในวันหยุดสุดสัปดาห์ จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี มีรถโดยสารประจำทางผ่าน 2 เส้นทางคือ สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี-ดอนสัก

วังหิน
ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ต.ดอนสัก ห่างจากอำเภอดอยสักไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ มีโขดหินตั้งเรียงรายกลมกลืนกับชายฝั่งทะเลเหมาะแก่การไปเที่ยว มีบริการบ้านพักให้เช่าทั้งแบบบ้านตากอากาศ (บังกะโล) และเรือนแถว

ท่าเรือเฟอร์รี่
อยู่บริเวณแหลมกุลา หมู่ที่ 10 ตำบลดอนสัก อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอ ประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นท่าเรือข้ามฟากขนาดใหญ่ รับคนโดยสารเดินทางไปเกาะสมุย บริเวณท่าเรือเป็นเนินเขาเตี้ยๆ เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ มีถนนตัดเชื่อมระหว่างท่าเรือกับหาดนางกำ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอดอนสัก

ศูนย์ฝึกลิงบ้านคลองไทร
ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ที่ 3 ตำบลคลองไทร อำเภอท่าฉาง อยู่ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีไปตามทางหลวงหมายเลข 41 ประมาณ 35 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาจากทางหลวงหมายเลข 41 ตรงบริเวณกิโลเมตรที่ 91 (สี่แยกควนรัชฎา) เข้าไปยังศูนย์ฝึกลิงอีก 1.5 กิโลเมตร สำหรับผู้ที่ประสงค์จะเข้าชมการฝึกลิง และการแสดงโชว์ของลิง สามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ คุณวิโรจน์ เพชรสถิตย์ โทร. 01-958-9223 ส่วนอัตราค่าชม สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ 250 บาท/คน ส่วนชาวไทยมิได้กำหนด ขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้เข้าชม

สวนโมกขพลาราม
อยู่บริเวณเขาพุทธทอง แยกจากทางหลวงหมายเลข 41 ก่อนถึงตลาดไชยาเล็กน้อย ตรงหลักกิโลเมตรที่ 71-72 เดิมชื่อวัดธารน้ำไหล มีท่านพุทธทาสภิกขุเป็นผู้ริเริ่มสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2502 เพื่อเป็นสถานที่แสวงหาความสงบและศึกษาธรรม รอบบริเวณร่มรื่น เหมาะสำหรับเป็นที่ฝึกอบรมจิตใจและศึกษาพุทธศาสนา มีการสอนฝึกสมาธิแก่ชาวต่างประเทศ ทุกวันที่ 1-10 ของทุกเดือน สามารถติดต่อขอรายละเอียดได้ที่ (077) 431552

สวนรุกขชาติเขาพุทธทอง
อยู่ริมถนนบริเวณกิโลเมตรที่ 134 ติดกับสวนโมกขพลาราม เป็นสถานที่รวบรวมพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่มีค่าไว้มาก

วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร
ตั้งอยู่ในเขตตำบลเวียง อำเภอไชยา ห่างจากที่ตั้งอำเภอไชยา 1 กิโลเมตร องค์พระเจดีย์เป็นโบราณสถาน ที่สร้างขึ้นตามแบบลัทธิมหายาน ตั้งแต่ครั้งอาณาจักรศรีวิชัยรุ่งเรือง รอบองค์พระธาตุมีเจดีย์เล็กๆ 4 ทิศ ล้อมรอบด้วยวิหารคด ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ขนาดต่างๆ โดยรอบทั้ง 4 ด้าน พระธาตุไชยานับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา
ตั้งอยู่ที่วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ตำบลเวียง อำเภอไชยา เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประเภทประวัติศาสตร์และโบราณคดี อาคารหลังแรกด้านหน้าจัดแสดงประติมากรรมศิลาและสำริดที่ค้นพบในเมืองไชยาเก่า ได้แก่ เทวรูปพระนารายณ์ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ส่วนอาคารที่สอง เป็นที่จัดแสดงหลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยทวารวดี ศรีวิชัย ลพบุรี สุโขทัย อยุธยา นอกจากนี้ยังจัดแสดงงานประณีตศิลป์ต่างๆ อีกมากมาย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติไชยา เปิดบริการตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ปิดวันจันทร์ วันอังคาร ส่วนค่าบริการเข้าชม ชาวไทย 5 บาท ชาวต่างประเทศ 10 บาท ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. (077) 341090 การเดินทาง จากตัวเมืองสุราษฎร์ ใช้ทางหลวงหมายเลข 41 ประมาณ 50 กิโลเมตร เลี้ยวขวาบริเวณ ก.ม. ที่ 134 จะถึงสวนโมกขพลาราม และไปเลี้ยวขวาตรงสี่แยกโมถ่ายและตรงไปจนถึงวัดพระบรมธาตุไชยาวรวิหาร สำหรับรถโดยสารประจำทางที่ผ่าน ได้แก่รถโดยสารสายสุราษฎร์ธานี-ระนองและสุราษฎร์ธานี-ชุมพร นอกจากนี้ยังมีแท็กซี่บริกรในเส้นทางสุราษฎร์ธานี-ไชยา อีกด้วย

หมู่บ้านพุมเรียงและแหลมโพธิ์
อยู่ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 6 กิโลเมตร ผ้าไหมพุมเรียงเป็นผ้าไหมยกดิ้นเงิน หรือดิ้นทองสวยงาม เป็นสินค้าพื้นเมืองที่มีชื่อของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เลยจากหมู่บ้านไป 2 กิโลเมตร ตามเส้นทางพุมเรียง-ชายทะเล จะถึงแหลมโพธิ์ชายทะเลที่น่าเที่ยวแห่งหนึ่งของตำบลพุมเรียง จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้บริการรถโดยสารในเส้นทางสายสุราษฎร์ธานี-ระนอง หรือ สุราษฎร์ธานี-ชุมพร จากตัวเมืองไชยาใช้บริการรถโดยสารประจำทางสายไชยา-พุมเรียง

วัดรัตนาราม หรือวัดแก้ว
ตั้งอยู่ที่บ้านวัดแก้ว เลขที่ 124 หมู่ที่ 2 ตำบลเสม็ด มีเนื้อที่ 12 ไร่เศษ เป็นวัดเก่าแก่ ไม่ทราบแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด แต่สันนิษฐานว่าเจดีย์วัดแก้วสร้างร่วมสมัยกับเจดีย์วัดพระบรมธาตุไชยา คือประมาณระหว่างพุทธศตวรรษที่ 14-15 มีโบราณสถานที่สำคัญเรียกว่า เจดีย์วัดแก้ว เป็นโบราณสถานสถาปัตยกรรมศรีวิชัย สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 14-15 ลักษณะของเจดีย์เป็นสถาปัตยกรรมแบบก่ออิฐไม่ถือปูน ฐานล่างเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีมุข 4 ด้าน ระหว่างมุขทำเป็นย่อมุมไม้สิบสอง ซุ้มด้านทิศตะวันออก มีทางเดินไปห้องกลางขององค์เจดีย์ ภายในซุ้มมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ทุกซุ้ม กองโบราณคดีกรมศิลปากรได้ขุดแต่งบูรณะในปี พ.ศ. 2519-2522

วัดหลง
ตั้งอยู่ที่บ้านวัดหลง เป็นวัดเก่าแก่ ไม่ทราบแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด แต่สันนิษฐานว่าเจดีย์ของวัดนี้สร้างร่วมสมัยกับเจดีย์วัดพระบรมธาตุไชยา คือประมาณระหว่างพุทธศตวรรษที่ 14-15 เป็นเจดีย์ที่ทิ้งร้างมานานจนชำรุดเหลือแต่ซากอิฐและฐานราก กองโบราณคดี กรมศิลปากรได้ขุดแต่งบูรณะปฏิสังขรณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2524-2527 ทำให้สภาพของรูปทรงเจดีย์ชัดเจนขึ้น

วัดถ้ำสิงขร
เป็นวัดที่เก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดมีถ้ำขนาดใหญ่ หน้าถ้ำมีเจดีย์สร้างเลียนแบบสมัยศรีวิชัย ประดับด้วยถ้วยชามโบราณ ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปนั่งห้อยขาขนาดใหญ่ รูปปูนปั้นเทวดา ยักษ์ สัตว์ในเทพนิยาย ส่วนฝาผนัง เพดานถ้ำประดับด้วยถ้วยชามโบราณลวดลายโบราณ

บ่อน้ำร้อน
ก่อนถึงวัดถ้ำสิงขร มีทางแยกซ้ายมือ เป็นทางดินลูกรังประมาณ 1 กม. เป็นที่ตั้งบ่อน้ำร้อนทั้งหมด 8 บ่อ บ่อที่ร้อนที่สุดอุณหภูมิประมาณ 50 องศาเซลเซียส

อุทยานแห่งชาติเขาสก
ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2523 มีพื้นที่ 645.52 ตารางกิโลเมตร หรือ 403,450 ไร่ สภาพโดยทั่วไปเป็นภูเขาดิน และภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน มีแนวหน้าผาสูงชัน ด้านทิศเหนือเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เกิดจากการก่อสร้างเขื่อนรัชชประภา มีป่าไม้และสัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์ พันธุ์ไม้หายากที่พบในเขตอุทยานฯ ได้แก่ บัวผุด เป็นดอกไม้ขนาดใหญ่ ขึ้นอยู่บนพื้นดิน เส้นผ่าศูนย์กลางดอกประมาณ 10-25 นิ้ว ส่วนสัตว์ที่หายากที่น่าสนใจได้แก่ กบทูด และปลามังกร นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจคือ การล่องแก่ง เดินป่า นั่งช้าง และการดูนก
สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ น้ำตกวิ่งหิน, ตั้งน้ำ, น้ำตกโตนกลอย, น้ำตกโตนไทร, น้อตกธารสวรรค์, น้ำตกสิบเอ็ดชั้น, น้ำตกแม่ยาย
การเดินทาง
จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้เส้นทางสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า (ทางหลวงหมายเลข 401) ถึง กม. ที่ 109 มีแยกขวาไปอีก 1.5 กิโลเมตร ถึงบริเวณที่ทำการ หรือจากสถานีรถไฟ อ.พุนพิน สุราษฎร์ธานี มีรถประจำทางสายพุนพิน-ภูเก็ต ลงรถบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 109 แล้วเดินหรือใช้บริการจักรยานยนต์รับจ้างเข้าสู่ที่ทำการอุทยานฯ ที่พักในบริเวณที่ทำการอุทยาน มีบริการบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว 3 หลัง พักได้ประมาณ 6 คนต่อหนึ่งหลัง สำหรับการตั้งเต็นท์ ควรเตรียมอุปกรณ์ในการตั้งเต็นท์ไปด้วย และต้องติดต่อสำรองที่พักล่วงหน้าที่สำนักงานป่าไม้อุทยานแห่งชาติขาสก โทร.(077) 311522, 240740-5, 299318 ต่อ 5715, 299150-1 บริเวณใกล้ที่ทำการอุทยานฯ ยังมีที่พักของเอกชนบริการหลายแห่ง บางแห่งมีบ้านบนต้นไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของที่พักบริเวณอุทยานฯ นี้
ที่พักในบริเวณเขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน)
สำนักงานป่าไม้อุทยานแห่งชาติเขาสก จัดบริการที่พักทั้งหมด 3 จุด ได้แก่ - บ้านพักบริเวณหน่วยอุทยาน ขส. 2 มีทั้งหมด 2 หลัง พักได้ประมาณ 30 คน - แพพักที่หน่วยฯ นางไพร มี 6 หลัง พักได้ประมาณ 50 คน - แพพักที่หน่วยฐ โตนเตย มี 7 หลัง พักได้ประมาณ 10-18 คน มีไฟฟ้า ห้องนอน ห้องน้ไ และบริการอาหาร ผู้ที่ประสงค์จะไปพักควรติดต่อสำรองที่พักล่วงหน้า นอกจากนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ได้จัดบริการบ้านพักเป็นลักษณะเรือนแถว ติดต่อสำรองที่พักล่วงหน้าที่ โทร (077) 240740-5 ต่อ 5008 ในวันและเวลาราชการ นอกจากนั้นนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะชมบรรยากาศของทะเลสาบเหนือเขื่อน มีเรือขนาดนั่ง 10 คน และ 50 คนไว้บริการ ติดต่อแพนางไพร โทร (077) 299318-9

น้ำตกวิ่งหิน
เป็นน้ำตกที่ไหลลงมารวมกับคลองสกที่บริเวณบางหัวแรด อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 2.8 กิโลเมตร รถยนต์สามารถไปถึงได้

ตั้งน้ำ
มีลักษณะเป็นภูเขาที่ถูกน้ำกัดเซาะจนขาดออกจากกัน ทำให้กลายเป็นหน้าผาหันหน้าเข้าหากัน มีลำคลองสกไหลลอดผ่านเบื้องล่าง อยู่ห่างจากที่ทำการฯ ประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากต้นน้ำวิ่งหินประมาณ 3.2 กิโลเมตร ต้องเดินทางโดยทางเท้า

น้ำตกโตนกลอย
เกิดจากคลองสก ลักษณะน้ำตกเป็นน้ำตกชั้นเดียว มีลานหินสำหรับพักผ่อนบนชั้นน้ำตก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 9 กิโลเมตร

น้ำตกโตนไทร
เป็นน้ำตกที่ไม่สูงนัก อยู่ในลำคลองสก ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 11 กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกโตนกลอย ประมาณ 2 กิโลเมตร

น้ำตกธารสวรรค์
ไหลลงมาจากหน้าผาชัน พุ่งโค้งแบบรุ้งกินน้ำ ไหลลงสู่คลองสก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 9 กิโลเมตร ห่างจากตั้งน้ำประมาณ 3 กิโลเมตร

น้ำตกสิบเอ็ดชั้น
เป็นน้ำตกที่ไหลลงมาเป็นชั้นๆ ลดหลั่นกันมาตามร่องหน้าผา เป็นรูปขั้นบันได 11 ขั้น ชั้นล่างสุดของน้ำตกจะมีแอ่งน้ำสำหรับลงเล่นน้ำได้ อยู่ห่างจากที่ทำการฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร ต้องเดินทางโดยทางเท้า

น้ำตกแม่ยาย
เป็นน้ำตกที่รถยนต์สามารถไปถึงได้ ตั้งอยู่ริมถนนสายสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า ตรง กม. 113 เป็นน้ำตกชั้นเดียวสูงประมาณ 30 เมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 5.5 กิโลเมตร การเดินทาง จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีใช้เส้นทางสุราษฎร์ธานี-ตะกั่วป่า (ทางหลวงมหายเลข 401) ถึงกม. ที่ 109 มีแยกขวาไปอีก 1.5 กิโลเมตร ถึงบริเวณที่ทำการ หรือจากสถานีรถไฟ อำเภอพุนพิน สุราษฎร์ธานี มีรถประจำทางสายพุนพิน-ภูเก็ต ลงรถบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 109 แล้วเดินหรือใช้จักรยานรับจ้างเข้าสู่ที่ทำการอุทยาน

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหนองทุ่งทอง
อยู่ตำบลเขาตอก อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีเนื้อที่ทั้งหมด 18,475 ไร่ หรือประมาณ 29.56 ตารางกิโลเมตร ประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2528 สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่มสลับกับหนองน้ำ มีหนองน้ำใหญ่เป็นที่อาศัยของนกและสัตว์น้ำอยู่ถึง 5 แห่ง หนองน้ำที่ใหญ่ที่สุดคือ หนองทุ่งทอง มีเนื้อที่ 2,500 ไร่ สัตว์ที่พบมากในบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ได้แก่ ลิง กระจง นาก ไก่ป่า ชะมด พังพอน และนกชนิดต่างๆ กว่า 70 ชนิด ซึ่งอพยพถิ่นอาศัยมาจากเขตหนาว ช่วงที่มีนกมากที่สุด ได้แก่เดือนตุลาคม-มีนาคม การเดินทาง จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ใช้เส้นทางสุราษฎร์-นาสาร (ทางหลวงหมายเลข 4009) กม. ที่ 18 เลี้ยวขวาผ่านอำเภอบ้านนาเดิม บรรจบกับทางหลวงสายเอเซีย (41) จะเห็นป้ายเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าชี้เข้าทางลูกรังอีก 6 กิโลเมตร

น้ำตกธารทิพย์
อยู่ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีประมาณ 81 กิโลเมตร กล่าวคือ จากสุราษฎร์ธานีถึงอำเภอเวียงสระ 62 กิโลเมตร และจากอำเภอเวียงสระสู่ตัวน้ำตกอีก 19 กิโลเมตร น้ำตก 3-5-7 อยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น ซึ่งยังคงเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์เหมาะสำหรับการพักผ่อน การเดินทาง จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ใช้บริการรถโดยสารประจำทางสายสุราษฎร์ธานี-กระบี่ ลงที่ตลาดบ้านส้อง จากตลาดบ้านส้องโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้างไปน้ำตกอีก 15 กิโลเมตร

อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น
มีเนื้อที่ 265,625 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติปากคลองน้ำเฒ่า ในบริเวณอำเภอบ้านนาสาร และอำเภอเวียงสระ ในอดีตบริเวณเขาช่องช้างเคยเป็นฐานที่มั่น ของพรรคคอมมิวนิสต์ แห่งประเทศไทย ปัจจุบันมีแหล่งท่องเที่ยว ที่น่าสนใจหลายแห่ง อาทิ น้ำตกตาดฟ้า น้ำตกเหมืองทวด และค่ายของพรรคคอมมิวนิสต์
การเดินทาง 1. เส้นทางสู่น้ำตกตาดฟ้า ตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 4009 สายอำเภอบ้านนาสาร-สุราษฎร์ธานี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 33 กิโลเมตร จะมีทางแยกเลี้ยวเข้าถนน ร.พ.ช. เข้าสู่น้ำตกประมาณ 13 กิโลเมตร 2. เส้นทางสู่น้ำตกเหมืองทวด มีเส้นทางจากอำเภอบ้านนาสาร 2 เส้นทางคือ เริ่มจากอำเภอบ้านนาสารไปตามทางหลวงแผ่นดินสายนาสาร-บ้านส้อง ประมาณ 12 กิโลเมตร แล้วแยกไปตามถนนบ้านช่องช้าง-เหมืองทวด ประมาณ 8 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางทั้งสองสายราดยางโดยตลอด ท่านที่มีความประสงค์จะเดินทางไปท่องเที่ยวพักแรมในเขตอุทยานแห่งชาติ ต้องเตรียมอุปกรณ์การพักแรมไปเอง รายละเอียดติดต่อสอบถามได้ที่งานบริการบ้านพักฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 0-2579-4842, 579-0529

เกาะสมุย
ตั้งอยู่ในบริเวณอ่าวไทย เป็นอำเภอหนึ่งอยู่ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี ห่างจากสุราษฎร์ธานีไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 84 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 247 ตารางกิโลเมตร กว้าง 21 กิโลเมตร ยาว 25 กิโลเมตร ถนนโดยรอบเกาะ (ถนนสายทวีราษฎร์ภักดี) ยาว 50 กิโลเมตร พื้นที่ 1 ใน 3 ของเกาะเป็นที่ราบ ล้อมรอบภูเขา ลักษณะภูมิอากาศเป็นแบบมรสุมเขตร้อน มี 2 ฤดู คือ ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน-ธันวาคม และฤดูร้อนตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม เป็นช่วงคลื่นลมสงบเหมาะสมแก่การท่องเที่ยว เมื่อต้นรัชสมัยพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เกาะสมุยขึ้นอยู่กับเมืองนครศรีธรรมราช ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2440 ได้จัดระบบการปกครองประเทศใหม่ ตั้งเป็ฯอำเภอเกาะสมุย นายอำเภอเกาะสมุยคนแรกคือ พระยาเจริญราชภักดี (สิงห์ สุวรรณรักษ์) คำว่า “สมุย” เป็นคำมาจากภาษาใดไม่ปรากฏแน่ชัด มีข้อสันนิษฐานต่างๆ นานา บ้างก็ว่ามาจากภาษาจีนไหหลำ “เช่าบ่วย” แปลว่า “ด่านแรก” หรือ “ประตูแรก” ซึ่งชาวจีนที่มาติดต่อค้าขายกับประเทศไทยในสมัยก่อนมาแวะพักจอดเรือใช้เรียกเกาะสมุย แล้วออกเสียงเพี้ยนมาเป็น “สมุย” บ้างก็ว่ามาจากภาษาทมิฬ “สมอย” แปลว่าคลื่นลม บ้างก็ว่ามาจากชื่อต้นไม้ที่มีอยู่ทั่วไปในภาคใต้ คือ “ต้นหมุย” บ้างก็ว่า “สมุย” เป็นคำมลายู ซึ่งพวกแขกมลายูที่ติดต่อค้าขายกับประเทศไทยใช้เรียกเกาะสมุย

การเดินทางไปเกาะสมุย
รถไฟ
มีรถไฟออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพงทุกวัน การรถไฟฯ มีตั๋วร่วมกรุงเทพฯ-เกาะสมุย ลงรถที่สถานีรถไฟอำเภอพุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี และต่อรถประจำทางไปที่ท่าเรือดอนสักเพื่อข้ามเรือเฟอร์รี่ไปเกาะสมุย สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. 223-7010, 223-7020 หรือ บริษัท ส่งเสริมแทรเวิลเซ็นเตอร์ โทร.(077) 285124-6
รถโดยสารประจำทาง
มีบริการรถโดยสารปรับอากาศ และรถโดยสารธรรมดาจากกรุงเทพฯ เดินทางโดยตรงถึงเกาะสมุย โดยไม่รวมค่าโดยสารเรือเฟอร์รี่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 14 ชั่วโมง ค่าโดยสารรถปรับอากาศชั้น 1 ราคา 605 บาท รถปรับอากาศชั้น 2 ราคา 396 บาท รายละเอียดติดต่อ บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 435-1199, 435-1200 (รถปรับอากาศ), 434-5557-8 และบริษัทโสภณทัวร์ โทร. 435-5023 (รถออกวันเว้นวัน)
เครื่องบิน
บริษัท บางกอกแอร์เวย์ เปิดบริการเที่ยวบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เกาะสมุย ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-สมุย, ภูเก็ต-เกาะสมุย อู่ตะเภา-เกาะสมุย เกาะสมุย-กระบี่ เกาะสมุย-สิงคโปร์ บริการอีกด้วย สำรองที่นั่งและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 229-3456-65, 229-3434 (กรุงเทพฯ) หรือที่เกาะสมุย โทร. (077) 422512-8
เรือโดยสาร 1. เรือด่วน ของบริษัทส่งเสริมแทรเวิลเซ็นเตอร์ ออกจากท่าเรือท่าทอง ถ.ปากน้ำตาปี (ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร) ไปยังท่าเรือหน้าทอน เกาะสมุยวันละ 1 เที่ยว เวลา 08.00 น. และ 14.00 น. ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 30 นาที อัตราค่าโดยสาร 195 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ โทร. (077) 285124-6 สำนักงานเกาะสมุย โทร. (077) 421316-9 โทรสาร 420167 2. เรือเฟอร์รี่ ของบริษัทสมุยเฟอร์รี่ ออกจากท่าเรือดอนสัก (ห่างจากตัวเมืองประมาณ 6 กิโลเมตร) ไปยังท่าเรือเฟอร์รี่ อ่าวท้องยาง เกาะสมุย ทุกวัน วันละ 7 เที่ยว ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที อัตราค่าโดยสารคนละ 45 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ โทร. (077) 371151, 371206 สำนักงานเกาะสมุย โทร. (077) 423026 โทรสาร 423027 3. เรือนอน ติดต่อได้ที่ท่าเทียบเรือบ้านดอน เรือออกเวลา 23.00 น. ถึงเกาะสมุย เวลา 05.00 น. อัตราค่าโดยสาร 150 และ 200 บาท
การเดินทางบนเกาะสมุย
มีรถสองแถววิ่งบริการรอบเกาะผ่านสถานที่ต่างๆ เช่น ท่าเรือหน้าทอน ท่าเรือเฟอร์รี่ ตลอดจนหาดต่างๆ อัตราค่าโดยสาร 15-35 บาท
สถานที่น่าสนใจบนเกาะสมุย

-> อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง
-> ชายหาด, เกาะ
-> น้ำตก
-> สวนสัตว์
-> สวนสาธารณะ

พระพุทธรูปใหญ่
มีพระพุทธรูปปางมารวิชัย ชื่อ “พระพุทธโคดม” ขนาดหน้าตักกว้าง 5 วา 9 นิ้ว บริเวณเกาะฟาน เป็นที่ตั้งสำนักวิปัสสนากรรมฐานสำหรับ ให้ผู้สนใจปฏิบัติธรรมพักอาศัยได้

พระธาตุหินงู
อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเกาะสมุย 17 กิโลเมตร ซึ่งตามประวัติสร้างโดยชาวบ้านตำบลมะเร็ด ชื่อนายศรีทอง และได้มีพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2498 โดยเจ้าคุณพระอรรถทัศสิสุทธิพงศ์แห่งวัดชีโทน อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นผู้มอบให้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเสด็จมาทรงนมัสการ เมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2505 ชาวเกาะสมุยจึงถือเป็นประเพณีมีงานนมัสการสืบมา

เจดีย์แหลมสอ
เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นโดยหลวงพ่อแดง พระภิกษุที่เป็นที่เคารพนับถืออย่างยิ่งของชาวเกาะสมุย มรณภาพเพราะเรืออับปาง เมื่อ พ.ศ. 2519 องค์พระเจดีย์ประดับด้วยกระเบื้องสีทองทั้งองค์ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อยู่ริมทะเลเขตติดต่อระหว่างตำบลตลิ่งงาม-หน้าเมือง

พระพุทธบาทเขาเล่
เป็นพระพุทธบาท 5 รอย สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏ ตั้งอยู่ที่เขาเล่ เขตตำบลมะเร็ด ห่างจากที่ว่าการอำเภอเกาะสมุย 15 กิโลเมตร

หินตา หินยาย
เป็นโขดหินรูปร่างประหลาด อยู่บริเวณอ่าวละไม ตำบลมะเร็ด มีนิทานท้องถิ่นเล่ากันต่อๆ มาว่า นานมาแล้ว มีตายายคู่หนึ่งชื่อ ตาเครง-ยายเรียม เป็นชาวปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางโดยเรือใบเพื่อจะไปสู่ขอลูกสาวของตาม่องล่าย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้กับลูกชาย ครั้นเรือแล่นมาถึงบริเวณแหลมละไม เกิดพายุใหญ่ทำให้เรือล่ม ทั้งตาและยายเสียชีวิต คลื่นซัดขึ้นเกยหาดกลายเป็นหินที่เห็นในปัจจุบันนี้

สวนผีเสื้อสมุย
ตั้งอยู่บนเนินเขาติดทะเลทางทิศใต้ของเกาะสมุยบริเวณแหลมนาเทียน ห่างจากหมู่บ้านชาวประมงบ้านหัวถนน 3 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 20 ไร่ ภูมิประเทศเป็นเนินเขาที่ค่อยๆ ลาดลงสู่ทะเล มีส่วนที่เป็นสวนพฤกษศาสตร์เป็นสวนหินปลูกไม้ดอกไม้ประดับ รวบรวมพันธุ์ไม้ไทย พืชสมุนไพรและไม้ป่านานาชนิด เพื่อจัดเป็นที่อยู่สำหรับบรรดาผีเสื้อนับหมื่นๆ ตัว และมีบริเวณที่จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยวได้ชมเช่น

บ้านผึ้ง เป็นบ้านไม้ไทย ภายในเป็นห้องมือจัดแสดงการเจริญเติบโตของผึ้งในรังอย่างละเอียด

พิพิธภัณฑ์แมลง จัดแสดงพันธุ์แมลงทั้งพันธุ์ไทยและพันธุ์ต่างประเทศ

อาวาง อยู่หลังอ่าวนาเทียน ทะเลบริเวณนี้มีแหล่งปะการังที่อุดมสมบูรณ์ มีบริการเรือท้องกระจกและอุปกรณ์ดำน้ำไว้สำหรับนักท่องเที่ยว

จุดชมวิว มีร้านอาหารพื้นเมืองสมุย อาหารทะเลสดไว้บริการ สวนผีเสื้อสมุยเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.30-17.00 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 90 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ โทร. (077) 424020-22 กรุงเทพฯ โทร. 0-2424-8196-7

สนามชนควาย
อยู่ห่างจากหน้าทอนประมาณ 4 กิโลเมตร การชนควายนี้เป็นกีฬา ที่จัดขึ้นเป็นครั้งคราวบนเกาะสมุย คล้ายกับกีฬาชนวัวของจังหวัดสงขลา โดยจะจัดขึ้นในโอกาสที่มีงานมงคล หรือเทศกาลต่างๆ เช่น ตรุษสงกรานต์ และวันขึ้นปีใหม่ เป็นต้น ปัจจุบันมีสนามชนควายหลายแห่งรอบเกาะสมุย เช่น สนามชนควายบ้านแม่น้ำ ละไม เฉวง และที่หน้าทอน กำหนดการวันชนควาย ติดต่อสอบถามได้ที่บังกะโลทุกแห่งบนเกาะสมุย

ศูนย์ลิงสมุย
ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าหมู่บ้านเขาพระ หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อผุด มีการแสดง วัฒนธรรมพื้นบ้านไทยและการแสดงการฝึกลิงเปิดแสดงทุกวันๆ ละ 3 รอบ คือ 10.30 น. 14.00 น. และ 16.00 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 80 บาท ชาวต่างประเทศ 150 บาท รายละเอียดติดต่อ โทร. (077) 245140

แหล่งดูปะการัง
อยู่บริเวณชายฝั่งของเกาะสมุย รวมทั้งที่อยู่ติดกับเกาะอื่นๆ เช่น เกาะเต้าปน เกาะส้ม เกาะมัดหลัง เกาะราเทียน และเกาะราหิน การเช่าเรือ และอุปกรณ์ดำน้ำติดต่อที่บังกะโลและบริษัทนำเที่ยวบนเกาะสมุย

เกาะแตน
ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 2 ตำบลตลิ่งงาม ทางบริเวณตอนใต้ของเกาะสมุย เป็นเกาะที่งดงามด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ รอบๆ เกาะ และบริเวณเกาะใกล้เคียง เช่น เกาะมัตสุม มีแนวปะการังน้ำตื้นที่สวยงาม การเดินทางต้องเช่าเรือหางยาว จากบริเวณอ่าวท้องกรูด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที บนเกาะมีที่พักบริการ

ทะเลใน หรือ ทะเลสาบกลางภูเขา
เป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่พบว่า มีอยู่บนหมู่เกาะเหล่านี้เท่านั้น แถบทะเลด้านอ่าวไทย ทะเลในเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ที่สุดคือประมาณ 250 เมตร ตั้งอยู่บนเกาะแม่เกาะ นั่งเรือยนต์จากที่ทำการไปประมาณ 15 นาที และเดินเท้าตามทางเดินสู่จุดชมวิวอีก 400 เมตร จะสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของทะเลในโดยรอบ รวมทั้งทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลเปิดได้อย่างชัดเจน ทะเลในแห่งนี้มีเนื้อที่ 30 ไร่ โอบรอบด้วยโขดเขาและแมกไม้ปกคลุม น้ำนิ่งสงบใสราวสีมรกต

เกาะสามเส้า
ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับเกาะแม่เกาะ เป็นแหล่งปะการัง มีสะพานหินธรรมชาติยื่นโค้งออกไปในทะเล นอกจากนี้จากเกาะสามเส้า จะมองเห็นปฏิมากรรมธรรมชาติ คล้ายปราสาทหิน ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา ของเกาะแม่เกาะ

เกาะท้ายเพลาและเกาะวัวกันตัง
อยู่เลยจากเกาะแม่เกาะไปทางเหนือ เป็นจุดที่มีแนวปะการังและหาดทรายขาวสะอาด

เกาะพะงันเกาะพะงัน
อยู่ห่างจากเกาะสมุยไปทางทิศเหนือ ประมาณ 20 กิโลเมตร และอยู่ห่างตัวจังหวัดประมาณ 100 กิโลเมตร เกาะพะงันมีเนื้อที่ประมาณ 170 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศของเกาะพะงัน มีภูเขาอยู่ตรงกลางเกาะ ทอดตัวจากทิศเหนือจดทิศใต้ มีที่ราบบริเวณทางทิศตะวันตก ส่วนทางทิศตะวันออกเป็นเทือกเขาจดทะเล บางแห่งก็มีอ่าวเล็กอ่าวน้อย เรือเข้าจอดได้เป็นบางฤดู ช่วงมรสุมตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนมกราคม จะมีลมตะวันออกพัดผ่าน เป็นอุปสรรคต่อการเดินทะเล เกาะพะงัน เป็นเกาะที่มีผู้คนอาศัยอยู่นานเป็นเวลาช้านาน สันนิษฐานว่าพวกแรกที่มาอยู่บนเกาะพะงัน น่าจะเป็นแขกจากมลายูที่อยู่แถบจังหวัดนครศรีธรรมราช หรือไม่ก็เป็นพวกแขกที่มาจากปัตตานีมาอาศัยทำการประมงเป็นหลัก โดยสังเกตจากชื่อของเกาะและสถานที่บางแห่งบนเกาะเช่น คำว่าเกาะพะงัน อดีตนายอำเภอเกาะสมุยผู้หนึ่งเดิมชื่อ เกาะราฮัม ซึ่งแปลว่า ดำตะคุ่ม หรือเกาะบางเกาะเช่น เกาะวัวตาหลับ เกาะเหล้าหยู ก็มาจากภาษามลายู

การเดินทางไปเกาะพะงัน
- นครศรีธรรมราช-เกาะพงัน, สุราษฎร์ธานี-เกาะพะงัน
1. เรือเฟอร์รี่ ของบริษัท เฟอร์รี่ไลน์และส่งเสริม ทราเวิลเซ็นเตอร์ ออกจากท่าเรือ อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เวลา 10.00 น. และ 18.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง อัตราค่าโดยสาร 150 บาท 2. เรือด่วน ของบริษัท เฟอร์รี่ไลน์และส่งเสริมทราเวิลเซ็นเตอร์ ออกจากท่าเรือท่าทอง (ห่างจาก อ.เมือง สุราษฎร์ ประมาณ 10 กิโลเมตร) วันละ 2 เที่ยว เวลา 08.00 น. และ 14.30 น. ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง อัตราค่าโดยสาร 195 บาท 3. เรือนอน ติดต่อได้ที่ท่าเทียบเรือบ้านดอน เรือออกเวลา 23.00 น. ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง อัตราค่าโดยสาร 150 และ 200 บาท - เกาะสมุย-เกาะพะงัน เรือเฟอร์รี่ ของบริษัทเฟอรี่ไลน์และส่งเสริมทราเวิลเซ็นเตอร์ ออกจากท่าเรือหน้าทอนวันละ 2 เที่ยว เวลา 12.00 น. และ 20.00 น. ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง อัตราค่าโดยสาร 45 บาท เรือด่วน ของบริษัทเฟอร์รี่ไลน์และส่งเสริมทราเวิลเซ็นเตอร์ ออกจากท่าเรือหน้าทอน วันละ 2 เที่ยว เวลา 10.30 น. และ 17.00 น. ใช้เวลาประมาณ 45 นาที อัตราค่าโดยสาร 95 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อบริษัทเฟอร์รี่ไลน์และส่งเสริมทราเวิลเซ็นเตอร์ โทร. (077) 285124-6 โทรสาร 285127สำนักงานเกาะสมุย โทร. (077) 421316-9 โทรสาร 285127 และสำนักงานเกาะพะงัน โทร. (077) 377046 โทรสาร 377046 สถานที่น่าสนใจบนเกาะพะงัน
-> เกาะ,หาด (เกาะแตใน, หาดริ้น, อ่าวท้องนายปาน, บ้านโฉลกหลำ, หาดแม่หาด, อ่าวศรีธนู)
-> น้ำตก (วนอุทยานน้ำตกแพง, น้ำตกธารเสด็จ)
-> วัด,พระ (วัดเขาถ้ำ, พระเจดีย์ภูเขาน้อย, พระพุทธบาทจำลองบนภูเขาวัดมธุวราราม, ศาลเจ้าแม่กวนอิม)
-> อื่นๆ (ท้องศาลา, ต้นยางใหญ่) ท้องศาลา
เป็นชุมชนที่ใหญ่ที่สุดของอำเภอเกาะพะงัน เป็นศูนย์กลางของการติดต่อค้าขายของธุรกิจต่างๆ มีอ่าวจอดเรือที่สวยงาม สถานที่แห่งนี้เป็นตัวอำเภอ แต่ที่ว่าการอำเภอและสถานีตำรวจอยู่ห่างจากตลาดประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ ในตลาดมีห้องแถวเรียงรายอยู่ทั้งสองข้างถนน มีธนาคาร บริษัทนำเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และเป็นจุดเริ่มต้นในการไปเที่ยวยังที่ต่างๆ บนเกาะ

พระพุทธบาทจำลอง
พระพุทธบาทบนภูเขาถ้ำซึ่งชาวบ้านเรียกว่า วัดเขาถ้ำ อันเป็นสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนยอดเขาข้าวแห้ง อยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านใต้ สำนักสงฆ์แห่งนี้เรียกเป็นทางการว่า “สวนสุวรรณโชติการาม” เป็นสถานที่ร่มรื่นสวยงามมาก อากาศเย็นสบาย มีกุฏิพระ ศาลา มีมณฑป พระพุทธบาทจำลองรูปปั้นแม่พระธรณีกำลังหลั่งน้ำอุทกธาร และพระปางป่าเลย์ไลยก์ เมื่อขึ้นไปเที่ยว ณ สำนักสงฆ์แห่งนิ และขึ้นไปบนเนินหินสูงที่สร้างมณฑป จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเกาะได้ ทางไหล่เขาด้านหลังมีคูหา หรือถ้ำซึ่งเป็นเพิงหินเนื่องจากมีหินก้อนใหญ่ตั้งอยู่บนหินสองด้าน ทำให้ตรงกลางได้ก้อนหินใหญ่เป็นคูหา ปัจจุบันได้มีการสร้างเพิ่มเติมสำหรับวิปัสสนากรรมฐาน เนื่องจากมีเพิงหิน หรือถ้ำ เหตุนี้เองจึงได้ชื่อว่า “วัดเขาถ้ำ” นับว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รักความสงบ การเดินทางไปยังวัดเขาถ้ำ สามารถเดินทางไปโดยการเช่าเหมารถยนต์และรถจักรยานยนต์จากท้องศาลา ซึ่งมีระยะทางจากท้องศาลาไปถึงปากทางขึ้นวัดเขาถ้ำ ระยะทาง 3 กม. และจากปากทางขึ้นไปบนวัดเขาถ้ำอีก 1 กม.

พระเจดีย์ภูเขาน้อย
ตั้งอยู่บนยอดเขาเช่นกัน นับว่าเป็นปูชนียสถานแห่งหนึ่งของเกาะพะงัน ซึ่งประดิษฐานหลวงพ่อเพชร มีพระเก่าและเจดีย์เก่าๆ อยู่เป็นจำนวนมาก เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของเกาะพะงัน ซึ่งเดือน 9 ของทุกปี ชาวเกาะพะงันจะไปทำบุญที่วัด การเดินทาง พระเจดีย์ภูเขาน้อยอยู่ห่างจากตัวอำเภอเกาะพะงัน 2 กม. ซึ่งสามารถเดินทางโดยรถสองแถวและมอเตอร์ไซด์รับจ้างจากท้องศาลา

พระพุทธบาทจำลองบนภูเขาวัดมธุรวราราม
อยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะพะงัน บนยอดเขานี้มีมณฑปพระพุทธบาทจำลอง จากเชิงเขาจะมีบันไดขึ้นไปนมัสการพระพุทธบาทนับว่าสะดวกสบายมาก สำหรับพระพุทธบาทแห่งนี้ จะมีงานประเพณีนมัสการเป็นประจำทุกปี การเดินทาง สามารถเดินทางโดยรถสองแถว และมอเตอร์ไซด์รับจ้างจากท้องศาลา ซึ่งมีระยะทางจากท้องศาลาไปพระพุทธบาทจำลอง ระยะทาง 3 กม. ราคาประมาณ 10-15 บาท เกาะแตใน
เป็นเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่หน้าอ่าวท้องศาลา ห่างจากฝั่งท้องศาลาประมาณ 400 เมตร นั่งเรือประมาณ 10 นาที สามารถพายเรือเล็กไปเที่ยวได้ตลอดเวลา บนเกาะจะมีแหลมทรายขาวสะอาดยื่นออกมากลางทะเล ใกล้เกาะมีแนวปะการัง

วนอุทยานน้ำตกแพง
ที่แห่งนี้ได้ประกาศเป็นวนอุทยาน เมื่อปี พ.ศ. 2520 มีสิ่งสำคัญเช่น น้ำตกแพง เป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะพะงัน สถานที่ร่มรื่นด้วยเงาไม้น้อยใหญ่ที่มีอยู่สองฟากลำธาร เมื่อเดินเลาะไปตามลำธารขึ้นไปเหนือน้ำ ก็จะพบผาน้ำตกที่สูง 2-3 แห่ง มีน้ำตกไหลลงมากระทบโขดหินเบื้องล่างน้ำตกแตกกระจายเป็นฝอยสีขาวคล้ายสำลี เป็นภาพที่มองดูสวยงามยิ่งนัก เมื่อก่อนนี้ในฤดูฝนน้ำตกแห่งนี้จะมีเสียงดังไปเกือบทั่วเกาะเลยทีเดียว การเดินทาง สามารถเดินทางไปได้ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ระยะทางจากท้องศาลาไปประมาณ 5 กม.

ต้นยางใหญ่
มีเส้นรอบวงประมาณ 14 เมตร ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านใต้ อำเภอเกาะพะงัน ห่างจากที่ว่าการอำเภอ 5 กิโลเมตร ใช้บริการรถสองแถว วิ่งอยู่ระหว่างท้องศาลา-บ้านค่าย ค่าดดยสารประมาณคนละ 20-30 บาท

หาดริ้น
ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านใต้ อำเภอเกาะพะงัน ระยะทางห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่สวยที่สุด และมีชื่อเสียงของเกาะพะงัน ความยาวของหาดยาวประมาณ 2 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปหาดริ้นโดยเรือหางยาว จากท้องศาลาและจากบ้านค่าย ค่าเรือประมาณคนละ 30 บาท และ 20 บาทตามลำดับ ส่วนทางรถยนตร์จากท้องศาลาค่าโดยสารประมาณ 50 บาท

น้ำตกธารเสด็จ
น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกมีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่นักท่องเที่ยวมาช้านานแล้ว อยู่ที่ตำบลบ้านใต้ สามารถไปได้ทั้งทางเรือและทางรถ แต่ถ้าไปทางเรือเมื่อเริ่มเข้าอ่าวธารเสด็จ จะพบความงามของภูเขาโขดหินที่มีรูปร่างแปลกๆ และหาดทรายขาวดุจสีเงินยวง เมื่อขึ้นจากเรือแล้วเดินไปไม่ไกลนัก ก็จะพบกับลำธารไหลผ่านปะทะแก่งหินที่มีอยู่มากมายทั่วบริเวณ เมื่อเดินขึ้นไปยังต้นน้ำจะพบหินก้อนหนึ่งใต้ต้นไม้ที่หินก้อนนี้จารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ปปร. ภปร. ซึ่งได้จารึกเอาไว้เมื่อครั้งพระองค์เสด็จมาที่นี่ การเดินทาง สามารถเดินทางไปได้ทั้งทางเรือและทางรถ ในช่วงเดือนตุลาคม-มกราคม มีคลื่นลมแรงไม่สามารถนั่งเรือไปน้ำตกได้ ในช่วงหน้าฝน การเดินทางด้วยรถยนตร์จะลำบากมาก เพราะทางที่ผ่านจะเป็นทางลาดชันตลอดและเป็นภูเขาสูง การเดินทางด้วยรถยนต์จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

อ่าวท้องนายปาน
ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านใต้ ระยะทางห่างจากตัวอำเภอประมาณ 23 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่สวยอันดับสองรองจากหาดริ้น สามารถเดินทางไปอ่าวท้องนายปานได้ทั้งทางเรือ และทางรถยนต์จากท้องศาลา แต่ถ้าเป็นฤดูฝนจะเดินทางได้เฉพาะทางเรือเท่านั้น การเช่ารถและเรือควรติดต่อและตกลงราคาก่อนใช้บริการ

บ้านโฉลกหลำ
อยู่ทางทิศเหนือของเกาะพะงัน เป็นอ่าวลึกกำบังคลื่นลมในบางฤดูได้เป็นอย่างดี แต่บางฤดูคลื่นลมจัดมากเรือเข้าจอดเทียบท่าไม่ได้ เวลาคลื่นลมสงบจะมีเรือประมงเข้ามาจอดเป็นจำนวนมาก พ่อค้าแม่ค้าจะตั้งร้านจำหน่ายสินค้าต่างๆ เช่นเดียวกับในตลาดใหญ่ สินค้าที่มีชื่อที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อเป็นของฝากคือปลาหมึกตากแห้ง การเดินทาง จากท้องศาลา จะมีรถสองแถวไว้บริการ ค่าโดยสารประมาณคนละ 20 บาท มีรถบริการตลอดทั้งวัน ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร

ศาลเจ้าแม่กวนอิม
ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านโฉลกหลำ ระยะทางจากท้องศาลาประมาณ 9 กม. สร้างเสร็จเมื่อเดือนมีนาคม 2536 เป็นที่สักการะของคนที่เดินทางผ่านไปผ่านมา เมื่อขึ้นไปถึงหน้าศาลจะสามารถมองเห็น ทิวทัศน์ของเกาะพะงัน ซึ่งเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามมากจุดหนึ่ง การเดินทาง สามารถติดต่อรถสองแถวสายท้องศาลา-บ้านโฉลกหลำ ซึ่งเป็นรถประจำทาง ราคาค่าโดยสาร คนละประมาณ 30 บาท

หาดแม่หาด
ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านโฉลกหลำ อำเภอเกาะพะงัน ห่างจากที่ว่าการอำเภอ 15 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่สวยงามอีกหาดหนึ่งของเกาะพะงัน นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังชายหาดดังกล่าว สามารถติดต่อเช่าเรือได้ที่ท้องศาลา

อ่าวศรีธนู
ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลเกาะพะงัน ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่สวยเป็นอันดับสามของเกาะพะงัน แต่ถ้าเป็นหน้ามรสุมคลื่นลมจะแรงมาก ไม่สามารถลงเล่นน้ำได้ การเดินทาง สามารถติดต่อเช่ารถได้ที่ท้องศาลา ราคาเช่าเหมาประมาณ 200-300 บาท

เกาะนางยวนเกาะเต่า เกาะนางยวน
เกาะเต่า เป็นตำบลหนึ่งของเกาะพะงัน ประกอบด้วยเกาะสองเกาะสำคัญ คือ เกาะเต่า และเกาะนางยวน พื้นที่เกือบ ทั้งหมดของเกาะเป็นภูเขา อยู่ห่างจากเกาะพะงันประมาณ 45 กิโลเมตร ในอดีตเกาะเต่าเคยเป็น สถานที่คุม ขังนักโทษการเมืองเช่นเดียวกับเกาะตะรุเตา เกาะเต่ามีสัณฐานคล้ายเม็ดถั่ว ลักษณะเว้าเป็นอ่าวอยู่มากมาย ถึง 11 อ่าว แหลม 10 แหลม ตลอด แนวชายฝั่งของเกาะซึ่งยาว 28.6 กิโลเมตร มีแนวปะการังยาวถึง 8 กิโลเมตร สภาพปะการังมีความกว้าง เฉลี่ยถึง 200 เมตร บนเกาะเต่ามีบังกาโลท้องถิ่นประมาณ 30 แห่ง กระจายอยู่ตามชายหาดต่าง ๆ มีบริการ นำเที่ยวรอบเกาะโดยทางเรือ ติดต่อได้ที่ร้านอาหารหรือ ชาวบ้าน บริเวณบ้านหาดซึ่งเป็นชุมชนของเกาะเต่า มีบริการเรือโดยสารจากเกาะพะงันไปเกาะเต่าทุกวัน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทาง จากจังหวัดชุมพรไปเกาะเต่า โดยลงเรือที่สะพานท่ายาง ซึ่งอยู่ห่างจากตัว เมืองชุมพร 7 กิโลเมตร หรือใช้บริการเรือเร็วของโรงแรมจันทร์สมชุมพร โทร. (077) 502502-1

โครงการจุฬาภรณ์พัฒนา 8
ตั้งอยู่ที่ตำบลลำพูน อำเภอบ้านนาสาร ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลุกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ภายในโครงการมีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ สวนผีเสื้อ สวนดอกไม้ แหล่งวนเกษตร เส้นทางเดินป่า มีบริการบ้านพัก นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อได้ที่ อำเภอบ้านนาสาร โทร.(077) 341055 หรือ อบต.ลำพูน โทร. (077) 433218 (ในวันทำการ) และโทร.(077) 344252 (ในวัหยุดราชการ)

สถานที่น่าสนใจบนเกาะสมุย-ชายหาด, เกาะ
ชายหาด
เกาะสมุยมีหาดที่สวยงามอยู่หลายแห่งรอบเกาะ ชายหาดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปพักผ่อนกันมากคือ หาดเฉวง และหาดละไม นอกจากนี้ยังมีชายหาดที่อ่าวบางรัก บ้านบ่อผุด หาดหน้าทอน หาดท้องยาง หาดแม่น้ำและหาดเชิงมน เป็นต้น
เกาะแตน
ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลตลิ่งงาม ทางบริเวรตอนใต้ของเกาะสมุย เป็นเกาะที่งดงามด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ ชายหาดยาวทิวมะพร้าวเรียงราย รอบๆ เกาะและบริเวณเกาะใกล้เคียง เช่น เกาะมัตสุม เกาะมดแดง มีแนวปะการังน้ำตื้นที่สวยงาม การเดินทางต้องเช่าเรือหางยางจากบริเวณอ่าวท้องกรูด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที บนเกาะมีที่พักบริการ
แหล่งดูปะการัง
อยู่บริเวรชายฝั่งของเกาะสมุย รวมทั้งที่อยู่ติดกับเกาะอื่นๆ เช่น เกาะเต้าปูน เกาะส้ม เกาะมัดหลัง เกาะราเทียน และเกาะราหิน การเช่าเรือ และอุปกรณ์ดำน้ำติดต่อที่บังกาดลและบริษัทนำเที่ยวบนเกาะสมุย

หินตาหินยาย เป็นโขดหินรูปร่างประหลาด อยู่บริเวณอ่าวละไม ตำบลมะเร็ด มีนิทานท้องถิ่นเล่ากันต่อๆ มาว่า นานมาแล้ว มีตายายคู่หนึ่งชื่อ ตาเครง-ยายเรียม เป็นชาวปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางโดยเรือใบเพื่อจะไปสู่ขอลูกสาวของตาม่องล่าย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้กับลูกชาย ครั้นเรือแล่นมาถึงบริเวณแหลมละไม เกิดพายุใหญ่ทำให้เรือล่ม ทั้งตาและยายเสียชีวิต คลื่นซัดขึ้นเกยหาดกลายเป็นหินที่เห็นในปัจจุบันนี้

สถานที่น่าสนใจบนเกาะสมุย-น้ำตก
น้ำตก
มีน้ำตกหินลาดและน้ำตกหน้าเมือง (วนอุทยานน้ำตกหน้าเมือง) ห่างจากท่าเรือหน้าทอน 3 กิโลเมตร และ 14 กิโลเมตร ตามลำดับ เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่นิยมกันมาก ในฤดูฝนมีน้ำมาก การประปาสุขาภิบาลอาศัยน้ำ จากน้ำตกหินลาดทำน้ำประปาสำหรับแจกจ่าย ให้ประชาชนในตลาดทอน และบริเวณใกล้เคียงบริโภค

สถานที่น่าสนใจบนเกาะสมุย-วัด,พระ
พระพุทธรูปใหญ่
มีพระพุทธรูปปางมารวิชัย ชื่อ "พระพุทธโคดม" ขนาดหน้าตักกว้าง 5 วา 9 นิ้ว
พระธาตุหินงู
พระบรมสารีริกธาตุเกาะสมุย หรือชาวเกาะสมุยเรียกพระธาตุหินงู หรือพระธาตุศิลางู อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเกาะสมุย 17 กิโลเมตร ซึ่งตามประวัติสร้างโดยชาวบ้านตำบลมะเร็ด ชื่อนายศรีทอง และได้มีพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2498 โดยเจ้าคุณพระอรรถทัศสิสุทธิพงศ์แห่งวัดชีโทน อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นผู้มอบให้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเสด็จมาทรงนมัสการ เมื่อวันที่ 24 เมษายน พ.ศ.2505 ชาวเกาะสมุยจึงถือเป็นประเพณีมีงานนมัสการสืบมา
เจดีย์แหลมสอ เป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นโดยหลวงพ่อแดง พระภิกษุที่เป็นที่เคารพนับถืออย่างยิ่งของชาวเกาะสมุย มรณภาพเพราะเรืออับปาง เมื่อพ.ศ.2519 องค์พระเจดีย์ประดับประดาด้วยกระเบื้องสีทองทั้งองค์ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อยู่ริมทะเลเขตติดต่อระหว่างตำบลตลิ่งงาม-หน้าเมือง
วัดสำเร็จ
ตั้งอยู่ที่ตำบลมะเร็ด ภายในวัดมีพระพุทธบาทรูป ศิลายวงซึ่งนำมาจากประเทศสหภาพพม่า มีอายุมากกว่า 80 ปี และมีโบสถ์ ซึ่งสร้างด้วยหินปะการัง ภายในโบสถ์มีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ทำด้วยหินปะการัง และมีพระพุทธรูปเก่าแก่ที่ควรค่าแก่การศึกษามากมาย
พระพุทธบาทเขาเล่ ตั้งอยู่ที่เขาเล่ ตำบลมะเร็ด ห่างจากที่ว่าการอำเภอสมุย 15 กิโลเมตรเป็นพระพุทธบาท 4 รอย สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏ
สำนักสงฆ์หินลาดน้ำเค็ม ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านพังกา เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมและเป็นที่นั่งวิปัสสนากรรมฐาน
วัดละไมหรือศูนย์วัฒนธรรมวัดละไม
อยู่บริเวณบ้านละไม วัดนี้มีอายุเกือบ 200 ปี มีเนื้อที่ประมาณ 12 ไร่ ภายในประกอบด้วยโบสถ์ หอไตร กุฏิและเจดีย์เล็กๆ บรรจุพระธาตุซึ่งหลวงพ่อได้อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกาเมื่อปีพ.ศ.2525-2526 สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้คือหอวัฒนธรรมซึ่งเป็นอาคารไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่รวบรวมของเก่า เครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวบ้านบนเกาะและที่อื่นๆ ทางภาคใต้เช่น ตุ่ม ไหต่างๆ ปั้นจากดินเหนียว ตะเกียงโบราณแบบต่างๆ กรงนกเขา รองเท้าหนังควาย

สถานที่น่าสนใจบนเกาะสมุย-สวนสาธารณะ
สวนสมุนไพรเกาะสมุย
ตั้งอยู่ที่บ้านมะขม มีบริการอบสมุนไพรและนวดแผนโบราณ สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. (077) 421311

สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง
เกาะวัวตาหลับ
เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ด้านหน้าที่ทำการเป็นหาดทรายขาวสะอาดใกล้ที่ทำการอุทยานฯ มีถ้ำบัวดบก ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยรูปร่างสวยงามคล้ายบัวบาน ถัดไปมีทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวบนยอดเขา ระยะทางเดินประมาณ 400 เมตร ซึ่งจะมองเห็นหมู่เกาะอ่างทองรูปร่างลักษณะแปลกตา ทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาว ไปบนพื้นน้ำสีครามเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม ทะเลใน หรือทะเลสาบกลางภูเขา อยู่บนเกาะแม่เกาะเป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่พบว่ามีอยู่บนหมู่เกาะเหล่านี้ แถบทะเลด้านอ่าวไทย ทะเลในมีเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ประมาณ 250 เมตร ยาว 350 เมตร ลึก 7 เมตร มีเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ นั่งเรือยนต์จากที่ทำการอุทยานฯ ไปประมาณ 15 นาที และเดินเท้าตามทางเดินสู่จุดชมวิวอีก 400 เมตร จะเห็นทัศนียภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของทะเลในสีเขียวมรกต รวมทั้งจะเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลเปิดซึ่งโอบรอบด้วยโขดเขาและแมกไม้ปกคลุม
เกาะสามเส้า ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับเกาะแม่เกาะ เป็นแหล่งปะการังและดอกไม้ทะเลที่สวยงามยาว 1 กิโลเมตร มีสะพานหินธรรมชาติยื่นโค้งออกไปในทะเล จากเกาะสามเส้าจะมองเห็นประติมากรรมธรรมชาต ิคล้ายปราสาทหินตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาของเกาะแม่เกาะ
เกาะท้ายเพลาและเกาะวัวกันตัง
อยู่เลยจากเกาะแม่เกาะไปทางเหนือเป็นจุดที่มีแนวปะการังที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง
เกาะหินดับ เป็นเกาะที่มีหาดทราย สวยงามและยาวที่สุดในอุทยานสภาพรอบเกาะสวยงามประกอบด้วย แนวหินที่มีรูปร่างคล้ายแผ่นหินบางๆ ซ้อนขึ้นมาเหมือนประติมากรรมอันงดงาม

สถานที่น่าสนใจบนเกาะสมุย-อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง
เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งที่สอง ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 12 พฤศจิการยน พ.ศ.2523 อยู่ห่างจากเกาะสมุยไปทางทิศตะวันตกประมาณ 20 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 63,750 ไร่ เป็นพื้นดินเพียง 50 ตารางกิดลเมตร นอกนั้นเป็นพื้นน้ำประกอบด้วยเกาะต่างๆ 42 เกาะ ส่วนมากเป็นเกาะหินปูน เกาะที่สำคัญได้แก่ เกาะวัวตาหลับ เกาะพะลวย เกาะวัวจิ๋ว เกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้า เกาะไผ่ลวก เกาะคา เกาะหินดับ เกาะวัวกันตัง ฯลฯ หมุ่เกาะนี้เดิมเป็นเขตหวงห้ามของทหารเรือ แต่ก้ได้มีราษฎรอพยพไปตั้งบ้านเรือน โดยประกอบอาชีพทำสวน มะพร้าวจับปลา และเก็บรังนก (บนเกาะมีสัมปทานรังนกนางแอ่น) โดยขึ้นอยู่กับท้องที่หมู่ที่ 6 ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย

การเดินทาง
เส้นทางที่สะดวกที่สุด คือการเริ่มต้นจากเกาะสมุย ทุกวันจะมีบริการนำเที่ยวหมุ่เกาะอ่างทองแบบไปเช้า-เย็นกลับ ติดต่อบริษัท แอร์ ซี จำกัด โทร. (077) 422262-3 โทรสาร 422263 หรือ บริษัทไฮเวย์ แทรเวิล จำกัด โทร.(077) 421290, 421285 โทรสาร 421290 ที่พัก อุทยานฯ ให้บริการบ้านพักอุทยาน รายละเอียดติดต่อ โทร.(077) 286025 หรือโทร. (077) 420005

สถานที่น่าสนใจในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง
สถานที่น่าสนใจบนเกาะสมุย-สวนสัตว์ฟาร์มงูพังกา ตั้งอยู่ที่ 88/2 หมู่ที่ 4 ตำบลตลิ่งงาม ภายในฟาร์มเลี้ยงงูทุกชนิด มีการแสดงของคนกับงู วันละ 2 รอบ เวลา 11.00 น. และ 14.00 น. อัตราค่าเข้าชมคนละ 250 บาท รายละเอียดติดต่อฟาร์มงู โทร.(077) 423427, 01-476-5700
สวนผีเสื้อสมุย
ตั้อยู่บนเนินเขาติดทะเลทางทิศใต้ของเกาะสมุยบริเวณแหลมนาเทียน ห่างจากหมู่บ้านชาวประมงบ้านหัวถนน 3 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 20 ไร่ ภูมิประเทศเป็นเนินเขาที่ค่อยๆ ลาดลงสู่ทะเล มีส่วนที่เป็นสวนพฤกษศาสตร์เป็นสวนหินปลูกไม้ดอกไม้ประดับ รวบรวมพันธุ์ไม้ไทย พืชสมุนไพรและไม้ป่านานาชนิด เพื่อจัดเป็นที่อยู่สำหรับบรรดาผีเสื้อนับหมื่นๆ ตัว และมีบริเวณที่จัดไว้สำหรับนักท่องเที่ยวได้ชมเช่น
บ้านผึ้ง
เป็นบ้านไม้ไทย ภายในเป็นห้องมือจัดแสดงการเจริญเติบโตของผึ้งในรังอย่างละเอียด
พิพิธภัณฑ์แมลง จัดแสดงพันธุ์แมลงทั้งพันธุ์ไทยและพันธุ์ต่างประเทศ
อาวาง อยู่หลังอ่าวนาเทียน ทะเลบริเวณนี้มีแหล่งปะการังที่อุดมสมบูรณ์ มีบริการเรือท้องกระจกและอุปกรณ์ดำน้ำไว้สำหรับนักท่องเที่ยว
จุดชมวิว
มีร้านอาหารพื้นเมืองสมุย อาหารทะเลสดไว้บริการ สวนผีเสื้อสมุยเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.30-17.00 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 90 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ โทร. (077) 424020-22 กรุงเทพฯ โทร. 424-8196-7
ศูนย์ลิงสมุย
ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าหมู่บ้านเขาพระ หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อผุด มีการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยและการแสดงการฝึกลิง เปิดแสดงทุกวัน วันละ 3 รอบคือ 10.30 น. 14.00 น. และ 16.00 น. อัตราค่าเข้าชมชาวไทย 150 บาท ชาวต่างประเทศ 150 บาท รายละเอียดติดต่อ โทร.(077) 245140

สถานที่น่าสนใจบนเกาะพะงัน-วัด,พระ
วัดเขาถ้ำ
(สวนสุวรรณโชติการาม) ตั้งอยู่บนยอดเขาข้าวแห้ง หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านใต้ เป็นวัดที่มีผู้นิยมมานั่งวิปัสสนาเนื่องจากเป็นที่ร่มรื่นสวยงามอากาศเย็นสบาย ภายในมีพระพุทธบาทจำลองและรูปเคารพต่างๆ เช่นพระพุทธรูปปางป่าเลย์ไลยก์ และรูปปั้นพระแม่ธรณีบีบมวยผม เมื่อขึ้นไปบนเนินหินสูงที่สร้างมณฑป จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบเกาะได้ ส่วนทางไหล่เขาด้านหลังมีเพิงหินซึ่งมีลักษณะเป็นคูหา นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปโดยการ เช่าเหมารถยนต์และรถจักรยานยนต์จากท้องศาลา ระยะทาง 3 กิโลเมตร และต่อด้วยทางขึ้นเขาอีก 1 กิโลเมตร
พระเจดีย์ภูเขาน้อย
ตั้งอยู่บนยอดเขาห่างจากตัวอำเภอเกาะพะงัน 2 กิโลเมตร นับเป็นปูชนียสถานแห่งหนึ่งของเกาะพะงัน ซึ่งประดิษฐานหลวงพ่อเพชร มีพระพุทธรูปและเจดีย์เก่าๆ อยู่เป็นจำนวนมาก ชาวเกาะพะงันจะไปทำบุญที่วัดในเดือน 9 ของทุกปี การเดินทาง สามารถเดินทางโดยรถสองแถวและมอเตอร์ไซตด์รับจ้างจากท้องศาลา
พระพุทธบาทจำลองบนภูเขาวัดมธุวราราม
(วัดมะเดื่อหวาน) หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะพะงัน บนยอดเขานี้มีมณฑปพระพุทธบาทจำลองจากเชิงเขาจะมีบันไดขึ้นไปนมัสการ พระพุทธบาทนับว่าสะดวกสบายมากสำหรับพระพุทธบาทแห่งนี้ จะมีงานประเพณีนมัสการเป็นประจำทุกปี การเดินทาง สามารถเดินทางโดยรถสองแถว และมอเตอร์ไซด์รับจ้างจากท้องศาลาระยะทาง 3 กิโลเมตร
ศาลเจ้าแม่กวนอิม
ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 7 บ้านโฉลกหลำ ระยะทางจากท้องศาลาประมาณ 9 กิโลเมตร สร้างเสร็จเมื่อเดือนมีนาคม 2536 เมื่อขึ้นไปถึงหน้าศาลจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเกาะพงัน นับเป็นจุดชมวิวสวยงามมากจุดหนึ่ง การเดินทาง สามารถติดต่อรถสองแถวสายท้องศาลา-บ้านโฉลกหลำ ค่าโดยสารคนละประมาณ 30 บาท

สถานที่น่าสนใจบนเกาะพะงัน-เกาะ,หาด
เกาะแตใน เป็นเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่หน้าอ่าวท้องศาลา ห่างจากฝั่งท้องศาลาประมาณ 400 เมตร นั่งเรือประมาณ 10 นาที สามารถพายเรือเล็กไปเที่ยวได้ บนเกาะจะมีแหลมทรายขาวสะอาดยื่นออกมากลางทะเล ใกล้กับเกาะมีแนวปะการัง
หาดริ้น ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านใต้ อำเภอเกาะพะงัน ระยะทางห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่สวยที่สุดและมีชื่อเสียงของเกาะพะงัน ความยาวของหาดยาวประมาณ 2 กิโลเมตร สามารถเดินทางไปหาดริ้นโดยเรือหางยาว จากท้องศาลาและจากบ้านค่าย ค่าเรือประมาณคนละ 30 บาท และ 20 บาทตามลำดับ ส่วนทางรถยนตร์จากท้องศาลาค่าโดยสารประมาณ 50 บาท
อ่าวท้องนายปาน ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านใต้ ระยะทางห่างจากตัวอำเภอประมาณ 23 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่สวยอันดับสองรองจากหาดริ้น สามารถเดินทางไปอ่าวท้องนายปานได้ทั้งทางเรือและทางรถยนต์จากท้องศาลา แต่ถ้าเป็นฤดูฝนจะเดินทางได้เฉพาะทางเรือเท่านั้น การเช่ารถและเรือควรติดต่อและตกลงราคาก่อนใช้บริการ
บ้านโฉลกหลำ
อยู่ทางทิศเหนือของเกาะพะงัน เป็นอ่าวลึกกำบังคลื่นลมในบางฤดูได้เป็นอย่างดี แต่บางฤดูคลื่นลมจัดมากเรือเข้าจอดเทียบท่าไม่ได้ เวลาคลื่นลมสงบจะมีเรือประมงเข้ามาจอดเป็นจำนวนมาก พ่อค้าแม่ค้าจะตั้งร้านจำหน่ายสินค้าต่างๆ เช่นเดียวกับในตลาดใหญ่ สินค้าที่มีชื่อที่นักท่องเที่ยวนิยมซื้อเป็นของฝากคือปลาหมึกตากแห้งการเดินทาง จากท้องศาลา จะมีรถสองแถวไว้บริการ ค่าโดยสารประมาณคนละ 20 บาท มีรถบริการตลอดทั้งวัน ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร
หาดแม่หาด
ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านโฉลกหลำ อำเภอเกาะพะงัน ห่างจากที่ว่าการอำเภอ 15 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่สวยงามอีกหาดหนึ่งของเกาะพะงัน นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังชายหาดดังกล่าว สามารถติดต่อเช่าเรือได้ที่ท้องศาลา
อ่าวศรีธนู ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลเกาะพะงัน ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่สวยเป็นอันดับสามของเกาะพะงัน แต่ถ้าเป็นหน้ามรสุมคลื่นลมจะแรงมาก ไม่สามารถลงเล่นน้ำได้ การเดินทาง สามารถติดต่อเช่ารถได้ที่ท้องศาลา ราคาเช่าเหมาประมาณ 200-300 บาท

สถานที่น่าสนใจบนเกาะพะงัน-น้ำตก
วนอุทยานน้ำตกแพง ประกาศเป็นวนอุทยาน เมื่อปี พ.ศ. 2520 มีน้ำตกที่สวยงาม ตั้งอยู่หมุ่ที่ 3 ตำบลเกาะพะงัน สถานที่ร่มรื่นด้วยเงาไม้น้อยใหย่ที่มีอยุ่สองฟากลำร เมื่อเดินเลาะไปตามลำธารขึ้นไปเหนือน้ำ ก็จะพบผาน้ำตกที่สูง 2-3 แห่ง มีน้ำตกไหลลงมากระทบโขดหินเบื้องล่างน้ำตกแตกกระจายเป็นฝอยสีขาว การเดินทาง สามารถเดินทางไปได้ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ระยะทางจากท้องศาลาไปประมาณ 5 กม.
น้ำตกธารเสด็จ น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกมีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่นักท่องเที่ยวมาช้านานแล้ว อยู่ที่ตำบลบ้านใต้ สามารถไปได้ทั้งทางเรือและทางรถ แต่ถ้าไปทางเรือเมื่อเริ่มเข้าอ่าวธารเสด็จจะพบความงาม ของภูเขาโขดหินที่มีรูปร่างแปลกๆ และหาดทรายขาวดุจสีเงินยวง เมื่อขึ้นจากเรือแล้วเดินไปไม่ไกลนัก ก็จะพบกับลำธารไหลผ่านปะทะแก่งหิน ที่มีอยู่มากมายทั่วบริเวณ เมื่อเดินขึ้นไปยังต้นน้ำจะพบหินก้อนหนึ่ง ใต้ต้นไม้ที่หินก้อนนี้จารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ปปร. ภปร. ซึ่งได้จารึกเอาไว้เมื่อครั้งพระองค์เสด็จมาที่นี่ การเดินทาง สามารถเดินทางไปได้ทั้งทางเรือและทางรถ ในช่วงเดือนตุลาคม-มกราคม มีคลื่นลมแรงไม่สามารถนั่งเรือไปน้ำตกได้ ในช่วงหน้าฝน การเดินทางด้วยรถยนตร์จะลำบากมาก เพราะทางที่ผ่านจะเป็นทางลาดชันตลอดและเป็นภูเขาสูง การเดินทางด้วยรถยนต์จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

สถานที่น่าสนใจบนเกาะพะงัน-อื่นๆ
ท้องศาลา เป็นชุมชนที่ใหญ่ที่สุดของอำเภอเกาะพะงัน เป็นศูนย์กลางของการติดต่อค้าขายของธุรกิจต่างๆ และเป็นอ่าวจอดเรือ ในตลาดมีห้องแถวเรียงรายอยู่ทั้งสองข้างถนน มีนาคาร บริษัทนำเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และเป็นจุดเริ่มต้นในการไปเที่ยวยังที่ต่างๆ บนเกาะ
ต้นยางใหญ่ มีเส้นรอบวงประมาณ 14 เมตร ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านใต้ อำเภอเกาะพะงัน ห่างจากที่ว่าการอำเภอ 5 กิโลเมตร ใช้บริการรถสองแถว วิ่งอยู่ระหว่างท้องศาลา-บ้านค่าย ค่าดดยสารประมาณคนละ 20-30 บาท

บึงขุนทะเล
ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนทะเล ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ไปทางถนนสายสุราษฎร์ธานี-พุนพิน ประมาณ 5 กิโลเมตร สามารถนั่งรถโดยสารบ้านดอน-โรงเรียนตำรวจภูธร 8 ไปถึงบริเวณบึงได้ บึงขุนทะเลเป็นแหล่งน้ำสำคัญใช้ในการกสิกรรม นอกจากนี้ยังมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ตามธรรมชาติ มีศาลาสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ และมีร้านอาหารบริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย

วัดเขาถ้ำ (สวนสุวรรณโชติการาม)
ตั้งอยู่บนยอดเขาข้าวแห้ง หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านใต้ เป็นวัดที่มีผู้นิยมมานั่งวิปัสสนาเนื่องจากเป็นที่ร่มรื่นสวยงามอากาศเย็นสบาย ภายในมีพระพุทธบาทจำลองและรูปเคารพต่างๆ เช่นพระพุทธรูปปางป่าเลย์ไลยก์ และรูปปั้นพระแม่ธรณีบีบมวยผม เมื่อขึ้นไปบนเนินหินสูงที่สร้างมณฑปจะสามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบเกาะได้ ส่วนทางไหล่เขาด้านหลังมีเพิงหินซึ่งมีลักษณะเป็นคูหา นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปโดยการ เช่าเหมารถยนต์และรถจักรยานยนต์จากท้องศาลา ระยะทาง 3 กิโลเมตร และต่อด้วยทางขึ้นเขาอีก 1 กิโลเมตร

`๏่’สุราษฎร์ธานี - Suratthani `๏่’

`๏่’สุราษฎร์ธานี - Suratthani `๏่’
การเดินทางทางรถยนต์
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 4 โดยตลอด ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 41 ถึงสุราษฎร์ธานี รวมระยะทางประมาณ 644 กิโลเมตร


`๏่’สุราษฎร์ธานี - Suratthani `๏่’
การเดินทางทางรถโดยสาร
บริษัทขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถระหว่าง กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง รถออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี รายละเอียดติดต่อ โทร. 435-1200, 434-7192 หรือ บริษัทเอกชน ติดต่อโสภณทัวร์ โทร. 435-5023 กรุงสยาม โทร. 435-5024 นอกจากนี้ยังมีบริการรถโดยสาร ปรับอากาศระหว่างกรุงเทพฯ-เกาะสมุย อีกด้วย


`๏่’สุราษฎร์ธานี - Suratthani `๏่’
การเดินทางทางรถไฟ
จากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ มีบริการเดินรถทุกวัน ระยะทาง 650 กิโลเมตร ผู้โดยสารต้องไปลงที่สถานีรถไฟ พุนพิน แล้วต่อรถประจำทางหรือแท็กซี่เข้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทาง 13 กม. ติดต่อขอทราบรายละเอียดการ เดินทางได้ที่หน่วยบริการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 223-7010, 223-7020 สถานีรถไฟ สุราษฎร์ธานี อ.พุนพิน โทร. (077) 311213


`๏่’สุราษฎร์ธานี - Suratthani `๏่’
การเดินทางทางเครื่องบิน
การบินไทยมีบริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ทุกวัน ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง สอบ ถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 280-0060, 628-2000 หรือที่สำนักงานสุราษฎร์ธานี โทร. (077) 272610, 273710 นอกจากนี้ สายการบินบางกอกแอร์เวย์เปิดบริการเที่ยวบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เกาะสมุย ทุกวัน ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 10 นาที สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 229-3456 หรือ (077) 425010, 425029-30 (เกาะสมุย)

 
ภาคเหนือ

ภาคกลาง


ภาคอีสาน

ภาคตะวันออก

ภาคตะวันตก
Lakkai Cyber Network | ลักไก่ดอทคอม | ลักไก่ทัวร์ | จิ๊บจ๊อย | สยามไอยราทราเวล
CopyRight © 2002 Lakkai Cyber, All rights reserved.