สระบุรี
เป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งแต่โบราณสันนิษฐานว่าตั้งขึ้นประมาณ
พ.ศ. 2092 ในรัชสมัยสมเด็จ พระมหาจักรพรรดิ์ การตั้งเมืองนี้
สันนิษฐานว่าพระองค์โปรดเกล้าฯให้แบ่งพื้นที่เขตเมืองลพบุรีกับเมืองนครนายก
บางส่วนมารวมกัน ตั้งขึ้นเป็นเมืองสระบุรี ทั้งนี้เพื่อต้องการให้เป็นศูนย์ระดมพลเมืองในยามศึกสงคราม
เพราะฉะนั้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นต้นมา จึงมักพบเรื่องราวของจังหวัดสระบุรีเกี่ยวกับการศึกสงครามอยู่เสมอ
สำหรับที่มาของคำว่า สระบุรี สันนิษฐานว่า เพราะเหตุที่ทำเลที่ตั้งครั้งแรกมีบึงอยู่ใกล้
คือ บึงหนองโง้ง เมื่อตั้งเมืองขึ้นจึงได้นำเอาคำว่า สระ
มารวมเข้ากันกับคำว่า บุรี เป็นชื่อเมือง สระบุรี
สระบุรีอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ
107 กิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง
หนองแซง เสาไห้ บ้านหมอ พระพุทธบาท หนองโดน แก่งคอย มวกเหล็ก
วังม่วง วิหารแดง หนองแค ดอนพุด และเฉลิมพระเกียรติ มีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ
3,576 ตารางกิโลเมตร
กระยาสารท ตำบลบ้านยาง อำเภอเสาไห้
โทร. 0 3633 3209
กะหรี่ปั๊ป อำเภอมวกเหล็ก
อำเภอเมือง และหาซื้อได้ที่ตลาดจำหน่ายของฝากในเขตจังหวัดสระบุรี
กุนเชียงสมุนไพรเสริมไอโอดีน
หมูสวรรค์ หมูทุบ หมูพะโล้ กลุ่มอาชีพแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์
อำเภอมวกเหล็ก โทร. 0 3634 1137
จักสานผักตบชวา โดยกลุ่มสตรีบ้านโคกคำ
ตำบลเมืองเก่า อำเภอเสาไห้ โทร. 0 3639 1074
แชมพู
ครีมนวดผม ครัมล้างหน้า สมุนไพร โดยกลุ่มอาชีพสตรีบ้านท่าตูม
ตำบลท่าตูม อำเภอแก่งคอย โทร. 0 3632 0529
ดอกไม้ประดิษฐ์จากก้านกล้วย
โดยกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรหนองนกชุม อำเภอโคกสะอาด สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
เกษตรอำเภอหนองแซง โทร. 0 3636 6046
น้ำปลาตราปลาสร้อย กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรรมหนองมน
ตำบลบ้านหลวง อำเภอดอนพุด สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บ้านผู้ใหญ่เสนาะ
คล้ายดารา โทร. 0 3638 5121
เนื้อตากแห้ง หาซื้อได้ที่ตลาดจำหน่ายของฝาก
อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี
ผลิตภัณฑ์ผ้าทอพื้นเมือง
ได้แก่ ผ้าตีนจก ผ้าไหม ผ้ามัดหมี่ ของชาวไทยวน มีที่ตำบลต้นตาล
ตำบลท่าช้าง และอำเภอเสาไห้
ผลิตภัณฑ์หินอ่อน หาซื้อได้ที่ตำบลหน้าพระลาน
อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
ผลิตภัณฑ์อาหาร และนม
มีผลิตภัณฑ์จากองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.)
สหกรณ์โคนมวกเหล็ก บริษัทเอกชนต่าง ๆ และยังมีเนื้อหวาน เนื้อเค็ม
กระหรี่ปั๊บ ผัก และผลไม้ตามฤดูกาล ได้แก่ มะม่วงหนองแซง ส้มเขียวหวาน
น้อยหน่า ทับทิม แก้วมังกร องุ่น เป็นต้น หาซื้อได้ที่อำเภอมวกเหล็ก
และตามท้องตลาดทั่วไป
ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้แก่
เซรามิคแก้วถักขึ้นรูป อำเภอหนองแค นม อสค. อำเภอมวกเหล็ก
ข้าวซ้อมมือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ส้มเขียวหวาน อำเภอวิหารแดง
ข้าวเสาไห้ อำเภอเสาไห้ ไวน์ส้ม ตำบลหนองโรง อำเภอหนองแค สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระบุรี โทร. 0 3622 1347 www.moc.go.th/opscenter/sb/sb_main.htm
หรือ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดสระบุรี โทร. 0 3622 1020
ผักหวานป่า กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักหวานป่า
ตำบลสร่างโสก ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านหมอ สำนักงานเกษตรอำเภอบ้านหมอ
โทร. 0 3620 1137
มะม่วงหนองแซง ทุกตำบลในอำเภอหนองแซง
เห็ดฟาง โดยกลุ่มเกษตรกรทำนาวิหารแดง
ตำบลวิหารแดง อำเภอวิหารแดง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บ้านกำนันจรัล
วงศ์ทับทิม โทร. 0 3637 7077
องุ่นไร้เมล็ด หาซื้อได้ที่
ไร่องุ่นกำนันเม้ง 101 หมู่ 5 (ทางเข้าบ้านบ่อตะนะ) ตำบลมิตรภาพ
อำเภอมวกเหล็ก โทร. 0 3634 4693, 0 3634 1015 ไร่น้ำภูฟ้า
ตำบลลำพญากลาง อำเภอมวกเหล็ก โทร. 0 1216 6419

ประเพณีเจ้าพ่อเขาตก หรือ งานแห่เจ้าพ่อเขาตก
ที่บริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร อำเภอพระพุทธบาท
จัดเป็นงานประเพณีประจำปี โดยในงานนี้จะมีการแสดงอภินิหารต่าง
ๆ ของเจ้าพ่อเขาตก ควบคู่กันไปกับการกระทำพิธีลุยไฟ แห่สิงโตล่อโก๊ะ
และการแสดงงิ้ว ส่วนมากชาวจีนที่เป็นลูกศิษย์อยู่ทั่วประเทศจะเดินทางมาร่วมงาน
เริ่มตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 4 ติดต่อกันไป 4 วัน
งานโคนมแห่งชาติ
จัดขึ้นที่อำเภอมวกเหล็ก ในเดือนมกราคมของทุกปี โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา
สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จมาเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานของทุกปี
ซึ่งเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเป็นอาชีพ
ประเพณีนมัสการรอยพระพุทธบาท
กำหนดให้มีการจัดงานนมัสการปีละ 2 ครั้ง ตั้งแต่วันขึ้น 1
ค่ำ ถึง 15 ค่ำ เดือน 3 รวม 15 วัน และในวันขึ้น 8 ค่ำ ถึง
15 ค่ำ เดือน 4 รวม 8 วัน
ประเพณีกำฟ้า
จัดให้มีขึ้นในวันสุกดิบ ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 3 จะมีกิจกรรมการละเล่นพื้นเมือง
เช่น ชนไก่ เผาข้าวหลาม ฯลฯ ส่วนในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งเป็นวันประเพณีกำฟ้าจะมีการทำบุญตักบาตร
ฟังเทศน์ ฯลฯ โดยจัดงานที่ตำบลไผ่หลิ่ว อำเภอดอนพุด เป็นประจำทุกปี
ประเพณีแห่พระเขี้ยวแก้ว
ชาวพุทธเชื่อกันว่า "พระเขี้ยวแก้ว" เป็นพระทนต์
(ฟัน) ของสมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้า ซึ่งในวันขึ้น 1 ค่ำ
เดือน 4 ของทุกปี จะมีการจัดงานของชาวอำเภอพระพุทธบาท โดยอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วจากพิพิธภัณฑ์วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารออกแห่ฉลองไปรอบเมืองพระพุทธบาท
โดยมีความเชื่อว่า หากมีการแห่พระเขี้ยวแก้วแล้วจะสามารถบันดาลให้ประชาชนชาวพระพุทธบาทได้รับความร่มเย็นเป็นสุข
ทำมาค้าขายดีกันทั่วหน้า และเป็นการจัดงานประจำปีของอำเภอพระพุทธบาท
ประเพณีสงกรานต์สรงน้ำเสานางตะเคียนวัดสูง
จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ บริเวณหน้าอุโบสถวัดสูง อำเภอเสาไห้
โดยกำหนดในวันที่ 23 เมษายน ของทุกปี มีการทำบุญตักบาตร รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ
และปิดทองสรงน้ำเสานางตะเคียน
ประเพณีตักบาตรดอกไม้
นับว่าเป็นประเพณีที่สำคัญของอำเภอพระพุทธบาท โดยถือเอาวันเข้าพรรษา
ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี กำหนดให้มีงานตักบาตรดอกไม้
ประชาชนต่างพากันไปทำบุญตักบาตรเนื่องในวันเข้าพรรษา ที่วัด
พร้อมกับถวายเทียนพรรษาแก่วัดพระพุทธบาท ซึ่งตามประเพณีชาวพุทธทั้งหลายเมื่อเสร็จจากการทำบุญตักบาตร
ในตอนเช้าแล้วในช่วงบ่ายของวันเข้าพรรษาจะมีการตักบาตรดอกไม้ที่บริเวณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร
ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท ประชาชนจะพากันไปเก็บดอกไม้ชนิดหนึ่ง
มีลักษณะคล้ายต้นกระชาย หรือต้นขมิ้น มีดอกสีเหลือง หรือดอกสีขาว
เรียกว่า "ดอกเข้าพรรษา" ซึ่งดอกไม้ชนิดนี้ชอบขึ้นตามไหล่เขา
มีเฉพาะในช่วงเข้าพรรษา ที่จังหวัดสระบุรีเพียงจังหวัดเดียวเท่านั้น
ในขณะที่พระภิกษุเดินขึ้นบันไดเพื่อที่จะนำดอกเข้าพรรษาไปนมัสการรอยพระพุทธบาทนั้นชาวบ้านก็จะนำขันน้ำ
หรือภาชนะใส่น้ำลอยด้วยดอกพิกุล นั่งรออยู่ตามขั้นบันไดเพื่อคอยที่จะล้างเท้าให้แก่พระภิกษุ
ด้วยความเชื่อที่ว่าจะเป็นการชำระบาปที่ได้กระทำมาให้หมดสิ้นไป
และดอกเข้าพรรษานี้ได้รับการบรรจุเป็นพืชสกุลใหม่ของโลก จากงานแสดงพรรณบุปผชาตินานาชาติเมื่อเดือนกรกฎาคม
พ.ศ. 2544 ที่สวนนกจูล่ง ประเทศสิงคโปร์
การแข่งขันเรือยาวประเพณีลุ่มน้ำป่าสัก
จัดให้มีการแข่งขันเป็นประเพณี ณ บริเวณท่าน้ำหน้าที่ว่าการอำเภอเสาไห้ทุกปี
ในวันเสาร์-อาทิตย์สุดท้ายของเดือนกันยายน โดยเชิญเรือยาวจากจังหวัดต่าง
ๆ แบ่งประเภทของเรือเป็น 4 ประเภท ได้แก่ เรือยาวใหญ่ 55 ฝีพาย
เรือ 30 ฝีพาย 12 ฝีพาย และ 10 ฝีพาย เข้าแข่งขันหาผู้ชนะเลิศ
ถือว่าเป็นการอนุรักษ์ประเพณีของท้องถิ่นอย่างหนึ่ง
ปีนหน้าผา-โรยตัว
ที่วัดพระฉาย อำเภอเมือง เป็นหน้าผาขนาดใหญ่ที่มีความสูง
35 เมตร เป็นแหล่งปีนหน้าผาแบบโบเดอร์ริ่ง หมายถึง การปีนหน้าผาที่มีความสูงไม่เกิน
5 เมตร โดยไม่ใช้เชือก แต่จะมีเบาะรองรับด้านล่างและมีคู่ปีนทุกครั้งเพื่อคอยช่วยดูและคอยบล็อคด้านหลัง
ตั้งอยู่บนภูเขาที่ล้อมรอบไปด้วยหน้าผาเกือบทุกด้าน ส่วนทางด้านตะวันออกของวัดพระพุทธฉายมีก้อนหินกลมขนาดใหญ่สลับกับป่าโป่ง
และอีกเส้นเป็นจุดปีนแบบใช้เชือกหรือท้อปโรป มีความยาวถึง 40
เมตร แล้วที่บริเวณนี้ยังเป็นจุดโรยตัวชมทิวทัศน์ของที่ราบลุ่มแม่น้ำป่าสัก
และทัศนียภาพของจังหวัดสระบุรีด้วย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท
แอดเวนเจอร์ แพลนเน็ต โทร. 0 9164 1791
พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุทิศ
ประดิษฐานอยู่ที่ศาลาจัตุรมุข วัดศาลาแดง ถนนพิชัยรณรงค์สงคราม
ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด เป็นพระพุทธรูปประจำทิศตะวันออก หนึ่งในพระพุทธรูป
4 องค์ ที่กรมการรักษาดินแดนสร้างขึ้นเพื่อถวายความจงรักภักดีแด่พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเมื่อวันที่
27 ธันวาคม พ.ศ. 2511 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานให้แก่ชาวจังหวัดสระบุรี
ฟาร์มจระเข้ และสวนสัตว์
ใช้เส้นทางเดียวกับเส้นทางเข้าพระพุทธฉาย ถึงก่อน 1 กิโลเมตร
เป็นสถานที่เลี้ยง และเพาะพันธุ์จระเข้ นอกจากนั้นยังมีสัตว์ชนิดต่าง
ๆ ได้แก่ กวาง ลิง และนกพันธุ์ต่าง ๆ เปิดให้เข้าชมระหว่างเวลา
08.30-17.30 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 3621 2958
วัดพระพุทธฉาย
ตั้งอยู่เชิงเขาปถวี (ปฐวี) ที่ตำบลหนองปลาไหล เข้าทางเดียวกับอุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย
เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธฉาย หรือ รอยพระพุทธรูป อยู่บนแผ่นหินซึ่งตั้งอยู่บนชะง่อนผา
มีการสร้างมณฑปครอบไว้ มีบันไดจากบริเวณวัดด้านล่างขึ้นไปยังมณฑป
และต่อไปยังหน้าผาซึ่งอยู่เหนือมณฑปขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนลายเส้นยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บริเวณเชิงผา
ได้แก่ ภาพสัตว์ลายเส้นคล้ายตัวกวาง บริเวณข้างประตูเข้าพระพุทธฉาย
พบภาพมือคน และภาพสัญลักษณ์ บริเวณจากถ้ำฤาษีไปทางพระพุทธฉายทางทิศตะวันตก
พบภาพเขียนรูปไก่ ภาพพระพุทธรูป และภาพสัญลักษณ์ และบริเวณหน้าผา
จปร. พบภาพลายเส้นขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อน คล้ายภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์ที่เคยถูกค้นพบที่ผาแต้ม
จังหวัดอุบลราชธานี เขียนด้วยยางไม้มีอายุเก่าแก่ประมาณ 3,000
ปี โดยเขียนสัญลักษณ์ใช้สื่อความหมายให้เข้าใจในหมู่เดียวกัน
และอาจจะเป็นสื่อทางพิธีกรรม และความเชื่อของคนในยุคนั้น และยังพบ
รอยพระพุทธบาทเบื้องขวา เมื่อ พ.ศ.2537 กรมศิลปากรได้ทำการซ่อมมณฑปบนภูเขาบริเวณวัดพระพุทธฉาย
และเมื่อรื้อพื้นซีเมนต์พบรอยพระพุทธบาทเบื้องขวาอยู่ใต้ทรายปรากฏเห็นเป็นรูปรอยประทับในหิน
แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ทหาร
ปัจจุบันแหล่งท่องเที่ยวทางทหารของจังหวัดสระบุรีได้จัดทำสถานที่ท่องเที่ยวทางทหารขึ้น
ซึ่งในแต่ละส่วนของพื้นที่มีกิจกรรมที่น่าสนในสำหรับนักท่องเที่ยวรวมทั้งผู้ที่สนใจเข้ามาเยี่ยมชมและร่วมกิจกรรม
ส่วนกิจกรรมท่องเที่ยวทางทหารที่ได้รับความนิยมได้แก่ จักรยานเสือภูเขา
การไต่เขา และเดินป่า เป็นต้น ซึ่งแต่ละกองทัพกิจกรรมจะแตกต่างกันทำให้นักท่องเที่ยวได้รับความรู้ที่เป็นประโยชน์อีกด้วย
สถานที่น่าสนใจภายในศูนย์การทหารม้า ถนนมิตรภาพ ตำบลปากเพรียว
ได้แก่
พิพิธภัณฑ์ทหารม้า เปิดในวันราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00
น., วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-15.00
น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 3621 2058-9 ต่อ 64232
การขี่ม้าเพื่อการท่องเที่ยว แบ่งเป็นชมการสาธิตการขี่ม้า
หลักสูตรขี่ม้าเบื้องต้น การขี่ม้าภายในประเทศ เปิดในวันราชการ
ตั้งแต่เวลา 16.30-18.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เวลา 07.00-09.00 น., 16.00-18.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 0 3621 2058-9 ต่อ 64360
ยานรบในอดีต (รถถังโบราณ) ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมและนั่งยานรบในอดีต
และนักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปโดยนั่งอยู่ในตัวรถถังได้ เปิดให้เข้าชมในวันและเวลาราชการ
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3621 2058-9 ต่อ 64309
สนามยิงปืนค่ายอดิศร เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00
น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0362 3023
กิจกรรมทางทหาร มีให้เลือกหลากหลาย ได้แก่ เดินป่า พักแรม
วอล์คแรลลี่ การทดสอบกำลังใจ การไต่หน้าผา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 3621 2547
สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ
เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-19.30 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 3621 2547
ศูนย์กีฬากอล์ฟอดิศรมี เปิดให้บริการทุกวัน ขนาด 18 หลุม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 3621 2058-9 ต่อ 64148
สระว่ายน้ำอดิศร เปิดให้บริการในวันราชการ ตั้งแต่เวลา 15.00-19.00
น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-19.00
น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3621 2058-9 ต่อ 64355
อดิศรยิมเนเซียม เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 15.00-22.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0362 12058-9 ต่อ 64269
อุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย เดิมชื่อ
อุทยานแห่งชาติเขาสามหลั่น
มีพื้นที่ครอบคลุม 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอแก่งคอย
อำเภอหนองแค และอำเภอวิหารแดง มีเนื้อที่ประมาณ 44 ตารางกิโลเมตร
หรือ 27,856 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน
พ.ศ. 2524 ในช่วงประมาณเดือนตุลาคม-มกราคม เป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็นเหมาะสำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อน
อุทยานฯ อยู่บนเส้นทางสายกรุงเทพฯ -สระบุรี ทางหลวงหมายเลข
1 ถนนมิตรภาพ ห่างจากตัวเมืองสระบุรีลงมาทางใต้ประมาณ 16 กิโลเมตร
หากมาจากกรุงเทพฯ ให้เลี้ยวขวากลับรถ ช่วงก่อนถึงกิโลเมตรที่
102 เข้าทางหลวงหมายเลข 3042 และ 3046 ตามลำดับเป็นถนนลาดยางประมาณ
8 กิโลเมตร
อุทยานฯ แห่งนี้ประกอบด้วยภูเขาน้อยใหญ่ มีที่ราบในหุบเขา
ยอดที่สูงที่สุดคือ เขาครก สูงประมาณ 329 เมตร สามารถมองเห็นตัวเมืองสระบุรี
และอำเภอใกล้เคียงได้อย่างชัดเจน สัตว์ป่าที่พบมีอยู่หลายชนิด
เช่น ไก่ฟ้า ไก่ป่า เก้ง ลิง หมูป่า และนกชนิดต่างๆ เช่น เขียวคราม
กระรางหัวหงอก โพระดก บั้งรอกใหญ่ รวมทั้งผีเสื้อนานาชนิด
ภายในบริเวณอุทยานฯ มีน้ำตกหลายแห่ง ได้แก่ น้ำตกสามหลั่น
เป็นลานหินกว้างเรียงซ้อนกันเป็นสามชั้นมองดูคล้ายบันได ซึ่งเป็นที่มาของชื่อน้ำตก
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 300 เมตร น้ำตกโพธิ์หินดาษ
ห่างจากที่ทำการประมาณ 300 เมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวเตี้ยๆ
สามารถลงเล่นน้ำได้ บริเวณน้ำตกเป็นลานหินกว้าง มีต้นโพธิ์แผ่กิ่งก้านสาขา
และต้นน้ำที่ไหลมายังน้ำตกโพธิ์หินดาดยังไหลไปสู่ น้ำตกโตนรากไทร
ซึ่งห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 400 เมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวตกลงมาจากหน้าผาหินสูง
7 เมตร สู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง รอบๆแอ่งน้ำมีโขดหินน้อยใหญ่ใช้เป็นที่นั่งชมน้ำตกได้
ทางอุทยานฯ ได้ทำเส้นทางเดินเท้าเชื่อมโยงระหว่างน้ำตกเหล่านี้
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยไม่ต้องย้อนกลับเส้นทางเดิม
น้ำตกจะมีความสวยงามมากที่สุดในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม-ต้นเดือนตุลาคม
บ้านเขาแก้ว
เป็นเรือนไม้ทรงไทยที่มีอายุประมาณ 80-100 ปี เจ้าของบ้าน
คือ อาจารย์ทรงชัย วรรณกุล ได้จัดแสดงเป็น ศูนย์ศึกษาวัฒนธรรมไทยวน
โดยรวบรวมภาชนะ อาวุธ เครื่องมือทำมาหากิน และผ้าทอลายโบราณที่มีอายุกว่าร้อยปี
ได้แก่ ผ้ามุกยกดอก ผ้าลายขิด ผ้าจก บรรรยากาศภายในร่มรื่นเย็นสบาย
เบญจสุทธิคงคา
น้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำสายสำคัญ 5 สาย ที่ไหลผ่านบริเวณอำเภอเสาไห้ได้ถูกนำมาใช้เป็นน้ำในพิธีถือน้ำพิพัฒสัตยาอันศักดิ์สิทธิ์
ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จวบจนถึงปัจจุบัน
เมื่อครั้นเสด็จประพาสทางชลมารคได้แวะลงสรงน้ำ ณ ท่าราช ทรงพอพระราชหฤทัยสายน้ำที่เย็น
ลึกและนิ่ง จึงมีพระราชประสงค์ให้นำน้ำบริเวณนี้ไปทำพิธีพุทธาภิเษก
ที่วัดพระพุทธบาทก่อนจะนำไปใช้พระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกรวมถึงพิธีศักดิ์สิทธิ์ต่าง
ๆ ในพระราชวัง โดยกำหนดให้นำน้ำจากแม่น้ำ 5 สาย ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา
(จากจังหวัดอ่างทอง) แม่น้ำเพชรบุรี (จากจังหวัดเพชรบุรี)
แม่น้ำราชบุรี (จากจังหวัดสมุทรสาคร) แม่น้ำบางปะกง (จากจังหวัดนครนายก)
และแม่น้ำป่าสัก (จากจังหวัดสระบุรี) อันเป็นที่มาของ เบญจสุทธิคงคา
พระพุทธรูปทองคำ
ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระเยาว์ เป็นพระพุทธรูปปางขัดสมาธิ หน้าตักกว้าง
110 เซนติเมตร สูง 170 เซนติเมตร พระพักตร์กลม พระโอษฐ์ยิ้ม
ยอดเศียรเปลวอุนาโลม สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย
เมื่อเสียกรุงครั้งที่ 2 ชาวบ้านที่อพยพหนีพม่าได้อัญเชิญมาด้วยและลงรักพอกปูนปิดองค์พระไว้
ประดิษฐานไว้ที่วัดร้างแห่งหนึ่งในอำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและชาวบ้านได้อัญเชิญมาเป็นพระประธานที่วัดอุทิศสโมสร
ก่อนจะอัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดพะเยาว์ ต่อมาพระธรรมรัตนากร
สังเกตเห็นรอยรักแทรกอยู่ระหว่างปูนที่ฉาบจึงให้ชาวบ้านช่วยกันกะเทาะปูนออกพบว่าเป็นทองทั้งองค์
ทางกรมศิลปากรตรวจสอบปรากฏว่าเป็นโลหะที่มีทองคำผสมอยู่ถึง
70 % ชาวบ้านจึงเรียกว่า หลวงพ่อทองคำ
วัดเขาแก้ววรวิหาร
ตั้งอยู่ที่ตำบลต้นตาล ทางฝั่งขวาของแม่น้ำป่าสัก ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ
6 กิโลเมตร ในสมัยที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ
เสด็จประพาสหัวเมือง เมื่อถึงอำเภอเสาไห้ ได้โปรดเกล้าฯ บูรณะปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้
และสถาปนาเป็นพระอารามหลวง มีคำเล่าลือกันว่าวันดีคืนดีจะเห็นดวงแก้วสุกสว่างเหนือวิหารวัดเขาแก้ว
ถือว่าเป็นการแสดงปาฏิหาริย์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุในองค์พระเจดีย์
ในเจดีย์ปรางค์ห้ายอดองค์เล็กซึ่งตั้งอยู่ระหว่างหอระฆังและเจดีย์องค์ใหญ่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่อง
พระพุทธรูปปางป่าเลไลก์ และ พระพุทธบาทซึ่งล้วนมีลักษณะงดงาม
วัดจันทบุรี
ตั้งอยู่ที่บ้านเมืองเก่า หมู่ 6 ตำบลเมืองเก่า เลยจากที่ว่าการอำเภอไปประมาณ
1 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3041 วัดอยู่ทางขวามือ มีป้ายชี้ทางเข้าวัดอย่างชัดเจน
สิ่งที่น่าสนใจ คือ พระอุโบสถ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2436 สมัยรัชกาลที่
3 มีลักษณะก่ออิฐถือปูน หลังคาจั่ว ช่อฟ้า ใบระกา หน้าบันประดับลายปูนปั้นและเครื่องถ้วย
ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยเดียวกับพระอุโบสถซึ่งยังสมบูรณ์อยู่และงดงามมาก
เป็นรูปเทพชุมนุม และพุทธประวัติ
วัดสมุหประดิษฐาราม
ตั้งอยู่ที่ตำบลสวนดอกไม้ ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 2 กิโลเมตร
พระอุโบสถสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2440 ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องคาวีสวยงามมาก
พระประธานในพระอุโบสถอัญเชิญมาจากเมืองเก่าสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปสำริดปิดทองปางมารวิชัย
และประดิษฐานพระโมคคัลลา พระสารีบุตร อัครสาวกซ้ายขวา และในเดือนกันยายน
ของทุกปีจะมีการแข่งขันเรือยาวประเพณีที่วัดแห่งนี้
ศูนย์การเรียนรู้ทอผ้าตำบลต้นตาล
เกิดขึ้นจากกลุ่มสตรีที่ว่างงานรวมตัวกันใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว
และเพื่อให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่ครบวงจรให้กับเยาวชน
และบุคคลทั่วไป โดยผ้าที่ทอมีหลายแบบ ได้แก่ ผ้าขาวม้า ผ้าพื้น
ผ้าสี่เขา ผ้าลายดอกพิกุลซึ่งเป็นลายแบบโบราณของคนไท-ยวน การเดินทาง
ใช้ทางหลวงหมายเลข 3041 เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 3341
จนถึงบ้านปากบางให้เลี้ยวเข้าทางเดียวกับวัดต้นตาล โดยศูนย์จะอยู่ใกล้กับวัด
เสาร้องไห้
ตั้งอยู่ในศาลนางตะเคียนทอง ณ วัดสูง ตำบลเสาไห้ ห่างจากที่ว่าการอำเภอเสาไห้ประมาณ
500 เมตร ริมทางหลวงหมายเลข 3041 เป็นเสาไม้ตะเคียนขนาดใหญ่
โดยถือกันว่าเป็นเจ้าแม่ เพราะสิ่งของที่นำไปบูชาล้วนเป็นของสตรีทั้งสิ้น
มีตำนานเล่ากันว่า เมื่อครั้งสร้างกรุงเทพฯ เป็นราชธานี ได้มีการเกณฑ์เสาจากหัวเมืองต่าง
ๆ เพื่อคัดเลือกเสาที่มีลักษณะงดงาม เพื่อจัดเป็นเสาเอก ทางเมืองสระบุรีได้จัดส่งเสาต้นหนึ่งที่มีลักษณะงดงามมากล่องลงมาตามลำน้ำป่าสัก
แต่มาถึงกรุงเทพฯ ช้าไปเล็กน้อย และได้มีการคัดเลือกเสาเอกไปก่อนแล้ว
จึงได้เป็นเสารอง ซึ่งถ้าเสาต้นนี้มาทันเวลาก็ต้องได้เป็นเสาเอกอย่างแน่นอน
เพราะมีลักษณะใหญ่ และสวยงามมาก ด้วยความยาว 13 เมตร กล้าว
0.75 เมตร เสาต้นนี้จึงเกิดความเสียใจลอยทวนน้ำกลับขึ้นมาจมลง
ณ ตำบลแห่งนี้อยู่ประมาณ 100 กว่าปี เมื่อปี พ.ศ. 2501 ได้มีชาวบ้านนำขึ้นจากน้ำไปไว้ที่ศาลหน้าพระอุโบสถวัดสูงจนถึงปัจจุบันนี้
พอตกเวลากลางคืนชาวบ้านมักได้ยินเสียงร้องไห้ จึงได้ให้ชื่อตำบลนี้ว่า
ตำบลเสาร้องไห้ และได้กลายเป็น "อำเภอเสาไห้" ในปัจจุบัน
และในวันที่ 23 เมษายนของทุกปี จะมีประเพณีสรงน้ำนางตะเคียน
ณ บริเวณหน้าอุโบสถวัดสูง
การล่องแม่น้ำป่าสัก
ในเขตอำเภอแก่งคอยมีแม่น้ำป่าสักไหลผ่าน ทัศนียภาพธรรมชาติตลอดริมฝั่งแม่น้ำสวยงาม
รวมทั้งมีเขาตามแนวตลอดเส้นทางที่ล่องแก่ง บางแห่งมีโขดหิน
และหน้าผาที่แปลกตา คล้ายรูปสัตว์ชนิดต่าง ๆ และยังสามารถเที่ยวชมไพรพักค้างที่หาดผาหมีซึ่งมีบริเวณกว้าง
2 ไร่เศษ หรือจะตกปลากระทิงในแม่น้ำ บริเวณอำเภอแก่งคอย ระยะห่างจากจังหวัดประมาณ
15 กิโลเมตร บนเส้นทางมิตรภาพ มีเอกชนดำเนินการจัดแพและเรือยนต์ไว้บริการสำหรับนักท่องเที่ยว
สามารถติดต่อเช่าเรือได้ที่รีสอร์ทต่าง ๆ ริมแม่น้ำป่าสัก
เช่น โรงแรมศุภาลัยป่าสักรีสอร์ท โทร. 0 3630 6270-2
เขาพระพุทธบาทน้อย
ตั้งอยู่ในบริเวณวัดพระพุทธบาทน้อย ที่ตำบลสองคอน มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนสูงชัน
สลับซับซ้อนเรียงรายด้วยยอดเขาแหลม และที่ยอดเขาแหลมนี้จะพบเห็นนกจู๋เต้นเขาปูน
ในวงศ์นกกินแมลงจะพบมากที่จังหวัดสระบุรี นอกจากนั้นด้วยลักษณะของหน้าผาที่สูงชันแล้วยังสามารถที่จะเห็นเลียงผา
หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ม้าพระอินทร์ อาศัยอยู่ในถ้ำสามเขา
ที่มีเนื้อที่เกือบ 1 ไร่ ภายในมีรอยพระพุทธบาทจำลอง ประทับลึกลงไปในดินกว้าง
1 ศอกเศษ ยาว 3 ศอก การเดินทาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 20
กิโลเมตร ไปตามถนนมิตรภาพ เส้นทางหลวงหมายเลข 2 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าอำเภอแก่งคอย
ข้ามสะพานอดิเรกสาร แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนอดิเรกสาร จากนั้นเลี้ยวขวาไปตามถนนสองคอน-พระบาทน้อย-พุแค
ประมาณ 7.5 กิโลเมตร จนถึงวัดพระพุทธบาทน้อย
ถ้ำพระธาตุเจริญธรรม หรือ ถ้ำบ่อปลา
จากปากทางเข้าจะปูด้วยหินอ่อนเป็นทางเดินชมทั่วบริเวณถ้ำโดยตลอด
ภายในถ้ำแบ่งออกเป็นห้องขนาดใหญ่ 3 ห้อง ได้แก่ ห้องที่ 1
ชื่อว่า ถ้ำบ่อปลา มีปลาว่ายน้ำเข้ามาในบริเวณถ้ำเป็นจำนวนมาก
ห้องที่ 2 ชื่อว่า ถ้ำท้องพระโรง มีหินงอกหินย้อยสวยงาม
มีรูปร่างคล้ายเจ้าแม่กวนอิม และฮก ลก ซิ่ว ส่วนห้องที่ 3
ได้แบ่งซอยเป็นห้องเล็ก ๆ มีจุดเด่นอยู่ที่หินงอกหินย้อยหลายรูปแบบ
มีรูปร่างคล้ายหินปะการังซึ่งจะเข้าได้ในช่วงฤดูแล้ง นอกจากนั้นทางด้านหลังยังมีถ้ำขนาดใหญ่อีก
2 ถ้ำ ได้แก่ ถ้ำสามเขา และถ้ำเทพประทาน ถ้ำจะปิดในวันธรรมดา
เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-18.00 น. ภายในถ้ำเป็นที่ประดิษฐานของ
หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทอง ปางมารวิชัยสมัยอยุธยา
การเดินทาง สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง เส้นทางแรก ได้แก่
จากตัวเมืองสระบุรีไปตามถนนมิตรภาพ ทางไปจังหวัดนครราชสีมา
ประมาณ 12 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าตัวอำเภอแก่งคอย ผ่านตลาดแล้วข้ามสะพานอดิเรกสารซึ่งทอดข้ามแม่น้ำป่าสักไปอีกประมาณ
8 กิโลเมตร ก็ถึงถ้ำพระธาตุเจริญธรรม เส้นทางที่สอง จากสระบุรีใช้ทางหลวงหมายเลข
1 ทางไปจังหวัดลพบุรีประมาณ 15 กิโลเมตร ถึงหน้าโรงเรียนพุแควิทยา
ฝั่งตรงข้ามโรงเรียนจะมีถนนสายพุแค-แก่งคอย เข้าไปประมาณ 10
กิโลเมตร
ถ้ำพระโพธิสัตว์
ตั้งอยู่ในบริเวณวัดถ้ำพระโพธิสัตว์ ตำบลทับกวาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ
32 กิโลเมตร ที่ผนังมีภาพจำหลักนูนต่ำเป็นรูปพระพุทธเจ้ากำลังแสดงธรรม
และภาพเทพเจ้าในศาสนาฮินดู และภายในผนังถ้ำยังมีเจดีย์ทรงลังกา
ศิลปะสมัยทวารวดี มีหินงอก หินย้อย บริเวณภายนอกถ้ำมีต้นไม้นานาพรรณ
นอกจากนั้นยังพบรอยจารึกพระปรมาภิไธยย่อ จปร. เมื่อทรงเสด็จทอดพระเนตรน้ำตก
ถ้ำธรรมทัศน์ ถ้ำลุมพินี สวนหิน และถ้ำสงัดเจดีย์ การเดินทาง
ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ ทางไปจังหวัดนครราชสีมาไปประมาณ
15 กิโลเมตร หากไปจากสระบุรีวัดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ มีป้ายบอกไปวัดถ้ำพระโพธิสัตว์อีกประมาณ
11 กิโลเมตร
ถ้ำลุมพินีสวนหิน
อยู่ในพื้นที่ของอำเภอแก่งคอย มีความยาวประมาณ 1,800 เมตร
เป็นถ้ำที่ยาวที่สุดของจังหวัดสระบุรี เกิดจากการกระทำของน้ำธรรมชาติใต้ดิน
ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ตลอดเส้นทางนักท่องเที่ยวจะต้องโรยตัวด้วยความลึก
25 เมตร แล้วลุยแอ่งน้ำ โคลน ทราย ปีนหินถล่ม และตลอดเส้นทางจะพบกับลักษณะทางธรณีอันแปลกตา
และหินงอก หินย้อยอันสวยงาม ใช้ระยะเวลาในการเดินประมาณ 3-4
ชั่วโมง และบริเวณใกล้เคียงกันยังพบภาพจำหลักรูปพระโพธิสัตว์
ศิลปะถ้ำสมัยทวาราวดี การเดินทาง จากตัวเมืองไปทางจังหวัดนครราชสีมา
ประมาณ 20 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางไปถ้ำพระโพธิสัตว์ประมาณ
10 กิโลเมตร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท แอดเวนเจอร์ แพลนเน็ต
โทร. 0 9164 1791
ผาเสด็จ
ตั้งอยู่ริมทางรถไฟ ตำบลทับกวาง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 30
กิโลเมตร ไปตามถนนมิตรภาพ(ทางหลวงหมายเลข 2) ประมาณ 25 กิโลเมตร
ระหว่าง กม.ที่ 132-133 หากไปจากสระบุรีเลี้ยวซ้ายตรงบริเวณโรงเรียนบ้านซับบอนไปประมาณ
3 กิโลเมตร ผาเสด็จอยู่เลยจากสถานีรถไฟไปประมาณ 50 เมตร เป็นหน้าผาที่รัชกาลที่
5 และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จมาประทับเมื่อคราวสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพฯ
- นครราชสีมา เมื่อ พ.ศ. 2438 ทั้งสองพระองค์ได้ทรงจารึกพระปรมาภิไธย
จปร. และ สผ. ไว้ ณ หน้าผาแห่งนี้
พระบวรราชวังสีทา
ตั้งอยู่ที่ตำบลสองคอน ประวัติพระบวรราชวังแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างที่ริมแม่น้ำป่าสักฝั่งตะวันตก
ณ ตำบลบ้านสีทา ในแขวงจังหวัดสระบุรี สร้างคราวเดียวกับเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
(รัชกาลที่ 4) ทรงสร้างพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ที่เมืองลพบุรี
เพราะมูลเหตุที่เกิดแต่คราวหาที่สร้างราชธานีสำหรับเวลาสงครามดังกล่าวมานั้น
ได้โปรดให้พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ (พระเชษฐา รัชกาลที่
4) เสด็จขึ้นไปตรวจเมืองนครราชสีมา ทรงเห็นภูมิลำเนาไม่เหมาะ
มาโปรดที่เขาคอก ในแขวงจังหวัดสระบุรี ว่าเหมือนเป็นป้อมอยู่โดยธรรมชาติจึงทรงสร้างที่ประทับขึ้น
ณ ตำบลบ้านสีทา เห็นว่าไปมาถึงเขาคอกได้สะดวก แล้วเสด็จไปประทับ
ณ ที่นั่น เพื่อตกแต่งเขาคอกไว้เป็นป้อมปราการสำหรับต่อสู้ข้าศึกแห่งหนึ่ง
ได้เสด็จไปประทับที่วังสีทาเนือง ๆ จนตลอดพระชนม์มายุ แต่วังนั้นล้วนสร้างเป็นเรือนเครื่องไม้
ครั้นพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ เสด็จสวรรคตแล้ว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ
โปรดให้รื้อตำหนักลงมาสร้างวัง พระราชทานพระเจ้าลูกเธอในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ
บ้าง ที่เหลืออยู่ก็พังสูญไปหมด เดี๋ยวนี้ที่ซึ่งเคยเป็นพระบวรราชวังกลับเป็นที่บ้านราษฎรไปอย่างเดิม
บริเวณสร้างวังกว้างขวางมาก ประมาณ 150 ไร่เศษ ซากเป็นพื้นก่อเรือนไม้
ก่อด้วยอิฐฉาบปูนเป็นบัวคว่ำหงาย มีรากฐานกว้างประมาณ 10 วา
ยาวประมาณ 20 วา โดยคาดว่าสร้างขึ้นเป็น 2 หลัง อิฐสมัยโน้นแกร่งแข็งแรงมาก
ขนาดหนา 4 นิ้ว กว้าง 6 นิ้ว ยาว 12 นิ้ว ปัจจุบันนี้ชาวบ้านเอาบริเวณที่สร้างวังเป็นไร่ปลูกข้าวโพด
มีการไถทำลายซากเดิมแทบจะสังเกตไม่ออกแล้ว ยังพอมีบริเวณที่เหลือซึ่ง
กำนันสุพัฒน์ ฤทธิจำปา กันเอาไว้เป็นที่สาธารณะอยู่อีกประมาณ
4 ไร่เศษ ตรงที่เหลือนี้ ปรากฏเป็นชานประตูก่ออิฐฉาบปูน มีรอยวางแผ่นกระดานทำสะพานยื่นไปยังบึงน้ำ
ชาวบ้านเรียกว่า บึงตลาดไชย ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของตัววังสีเทา
ห่างกันประมาณ 100 เมตรเศษ เล่ากันว่าทรงใช้เป็นที่ประทับสรงน้ำ
และเป็นที่ชุมนุมเหล่าสนมกำนัลนางฝ่ายใน เมื่อคราวเสด็จมาพักแรมในฤดูร้อนทุก
ๆ ปี เล่าสืบกันมาว่า สนมของพระองค์ทุกนางเก่งในทางแอ่วลาวมากที่สุด
จนกระทั่งพระองค์เองสามารถเป่าแคนและแอ่วลาวได้ด้วย ถึงกับทรงพระราชนิพนธ์กลอนลำแอ่วลาวไว้หลายเล่มสมุดไทย
คงเหลือปรากฏอยู่ในหอสมุดแห่งชาติ สืบมาตราบเท่าทุกวันนี้
พายเรือคายัค
นักท่องเที่ยวสามารถใช้เส้นทางในการพายเรือคายัคได้ 2 เส้นทาง
เส้นทางแรก เส้นบ้านท่าเสา-สะพานบ้านหาดสองแคว อำเภอแก่งคอย
ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร ระหว่างทางจะเห็นหมีเหนือ-เสือใต้
และถ้ำพระ เส้นที่สอง จากอำเภอเมืองสระบุรี-อำเภอเสาไห้ ใช้เวลาประมาณ
3 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ระหว่างทางจะเห็นวัดสมุหประดิษฐาราม
บ้านศูนย์ศึกษาวัฒนธรรมไทยวน แวะรับประทานเกี๊ยวกรอบ
ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า
มีพื้นที่ 13,750 ไร่ ตั้งอยู่ ต.ท่ามะปราง มีความอุดมสมบูรณ์และหลากหลายทางชีวภาพทั้งพันธุ์พืชและสัตว์ป่านานาชนิด
มีพื้นที่ติดต่อกับด้านตะวันตกของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประกอบด้วยสังคมป่าหลายชนิด
ได้แก่ ป่าดิบแล้ง ป่าดงดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ และทุ่งหญ้า ก่อให้เกิดความหลากหลายของพันธุ์พืช
เป็นต้นกำเนิดของน้ำตกต่างๆ ในพื้นที่ พันธุ์ไม้ที่พบมีจำพวกพืชสมุนไพร
เช่น พญามีฤทธิ์ ม้ากระทืบโรง กราวเครือ ว่าน รวมทั้งเห็ดชนิดต่างๆ
เช่น เห็ดแชมเปญ เห็ดปากหมูฯ สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณ
ได้แก่ ช้างป่า กระทิง หมี กวาง เก้ง นางอาย อีเห็น กระจง
หมูป่า และ นกอีกประมาณ 158 ชนิด เช่น โพระดก หัวขวาน กระแตแต้แวด
ปรอด ขุนแผน ฯลฯ บินข้ามไปมาระหว่างศูนย์ฯกับเขาใหญ่
จากที่ทำการมีเส้นทางเดินป่าไปยังน้ำตกต่างๆ แบ่งเป็นวงรอบ
ได้แก่ รอบเล็ก (น้ำตกเจ็ดคดเหนือ) ระยะทาง 1.2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ
1 ชั่วโมง ค่าบริการ 150 บาท / เจ้าหน้าที่นำทาง 1 คน / นักท่องเที่ยว
10 คน รอบกลาง (น้ำตกเจ็ดคดเหนือ กลาง ใต้) น้ำตกเจ็ดคดเหนือ
เป็นน้ำตกสูง 4 ชั้น รายล้อมด้วยป่าไผ่ ในช่วงเดือนธันวาคมตามลำห้วยจากน้ำตกจะมีดอกไม้ขึ้นตลอดเส้นทาง
เดินลงมาทางทิศใต้ตามลำห้วยเจ็ดคดประมาณ 150 เมตร จะพบ น้ำตกเจ็ดคดกลาง
ซึ่งเป็นน้ำตกชั้นเดียว มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ให้ลงเล่นน้ำได้
หากเดินต่อไปอีกประมาณ 150 เมตร ก็จะถึง น้ำตกเจ็ดคดใต้ เป็นน้ำตกชั้นเดียวที่มีความสวยงาม
สูงประมาณ 40 เมตร เป็นน้ำตกที่ตกลงมาตั้งฉากกับลำห้วยเจ็ดคด
สองข้างทางของลำห้วยเจ็ดคดเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ เช่น
เอื้องหมายนา ดอกพนมสวรรค์ ต้นไคร้น้ำ เฟิร์นก้านดำ กระแตไต่ไม้
ฯลฯ และสัตว์นานาชนิด เช่น ปูหิน แมลงปอ น้ำตก และผีเสื้อหลากสีสัน
ระยะทาง 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ค่าบริการ
200 บาท รอบใหญ่ (น้ำตกเจ็ดคดเหนือ กลาง ใต้ และน้ำตกเจ็ดคดใหญ่)
เป็นเส้นทางที่สวยที่สุด น้ำตกเจ็ดคดใหญ่จะมีน้ำตลอดทั้งปี
ซึ่งน้ำตกอื่นๆจะมีน้ำเฉพาะในช่วงฤดูฝน เส้นทางนี้มีระยะทางเดิน
4 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 4 ชั่วโมง ค่าบริการ 300 บาท
และมีเส้นทางไปยังน้ำตกอื่นๆ ได้แก่ น้ำตกเขาแรด เป็นเส้นทางที่ค้างคืนได้
ระยะทาง 6 กิโลเมตร ค่าบริการ 400 บาท น้ำตกโกรกอีดก เป็นน้ำตกที่สวยงามมากและมีความสูงถึง
7 ชั้น หรือประมาณ 350 กว่าเมตร เหมาะสำหรับผู้ที่รักการผจญภัย
ต้องเดินเท้าเข้าไปเนื่องจากเส้นทางเข้าถึงน้ำตกค่อนข้างยากลำบาก
ใช้ระยะเวลาประมาณ 7 - 8 ชั่วโมง นักท่องเที่ยวต้องมีอุปกรณ์พร้อมและมีร่างกายที่แข็งแรง
แต่ก็คุ้มค่าเพราะน้ำตกโกรกอีดก โดยเฉพาะชั้นที่ 6 และ 7 มีความสวยงามเป็นพิเศษ
เส้นทางนี้จุดเริ่มเดินอยู่ที่บ้านตะโกด้าน อยู่ห่างจากศูนย์ประมาณ
20 กิโลเมตร ต้องมาถึงศูนย์ก่อน 7 โมงเช้า สามารถค้างคืนได้
ค่าบริการ 400 บาท
องค์การศาสนาเซไคคิวเซเคียวประจำประเทศไทย
มีเนื้อที่ประมาณ 430 ไร่ ตั้งอยู่ที่ 90/1 หมู่ 1 ตำบลชำผักแพว
อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ห่างจากกรุงเทพฯ มาตามถนนมิตรภาพ
126 กิโลเมตร แยกจากถนนมิตรภาพเข้ามาประมาณ 8 กิโลเมตร มีโครงการจัดทำสวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนมิโรคุ
โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการ การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์
ศาสนา และศิลปะความงามด้านพืชศาสตร์ ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง
มีสระน้ำ ประติมากรรมหินอ่อน รูปทรงต่างๆ และสวนญี่ปุ่น มีภูมิทัศน์ที่สวยงามและอีกฟากหนึ่งของโครงการจะมีแปลงสาธิตเกษตรธรรมชาติ
โดยใช้ EM เทคโนโลยี คือ การใช้จุลินทรีย์ให้เกิดประโยชน์เพื่อลดมลภาวะในสิ่งแวดล้อม
ถ้ำศรีวิไล
ตั้งอยู่บริเวณวัดถ้ำศรีวิไล ตำบลหน้าพระลาน ห่างจากตัวเมือง
ประมาณ 22 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีพระพุทธเนาวรัตน์ ศิลปะสมัยเชียงแสน
มีหินงอก หินย้อย นอกจากนั้นยังสามารถเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติ
มองเห็นภูเขาสลับซับซ้อนสวยงาม การเดินทาง จากตัวเมืองสระบุรี
ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ประมาณ 17 กิโลเมตร ถึงสามแยกหนองจานมีทางแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข
3385 ไปประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางโรงปูนอีกครั้งหนึ่ง
สวนพฤกษศาสตร์ภาคกลาง (พุแค)
ตั้งอยู่ที่ตำบลพุแค ใช้เส้นทางสายสระบุรี-ลพบุรี (ถนนพหลโยธิน)
ห่างจากตัวเมืองสระบุรีไปประมาณ 17 กิโลเมตร จะอยู่ตรงทางแยกไปทางหลวงหมายเลข
21 (ไปเพชรบูรณ์) พอดี ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าพระพุทธบาทพุแค
มีพื้นที่ทั้งหมด 4,697 ไร่ ครอบคลุมสองฟากฝั่งถนน หากไปจากสระบุรี
ทางซ้ายมือจะเป็นส่วนของอาคารสำนักงานและห้องสมุดพรรณไม้ ทางขวามือมีบริเวณกว้างขวาง
บรรยากาศร่มรื่น และมีลำธารไหลผ่าน เป็นสวนหย่อมรวบรวมพันธุ์พืชไม้ต่าง
ๆ ส่วนมากจะเป็นไม้พื้นบ้าน ประกอบด้วยพรรณไม้ต่างๆ 35 วงศ์
พรรณไม้ในวรรณคดี และพรรณไม้สมุนไพร สวนพฤกษศาสตร์จัดตั้งขึ้นเมื่อ
พ.ศ. 2484 เป็นส่วนพฤกษศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย เป็นแหล่งรวบรวมและศึกษาวิจัยพันธุ์พืชรวมทั้งเผยแพร่และให้บริการความรู้ในด้านต่างๆ
เกี่ยวกับพืช และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เปิดให้เข้าชมทุกวัน
ระหว่างเวลา 08.00-18.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
โทร. 0 3634 7457
สวนนกธรรมชาติตำบลไผ่ต่ำ
อยู่บริเวณป่าไผ่ที่บ้านลุงต้อม เหมือนแม้น อดีตผู้ใหญ่บ้าน
หมู่ที่ 6 ตำบลไผ่ต่ำ มีเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงนกพันธุ์ต่างๆ
กว่า 17 ชนิด อาทิ นกเอี้ยงดำ นกกางเขน นกเขา นกกวัก นกกาน้ำเล็ก
นกแขวก และนกกระยาง โดยฝูงนกเหล่านี้จะออกหากินตั้งแต่เช้าตรู่
และจะบินกลับรังในตอนเย็นใกล้ค่ำ การเดินทาง เส้นทางหลวงหมายเลข
1 ถนนพหลโยธิน ไปจากกรุงเทพฯ จนถึงระหว่างหลักกิโลเมตรที่
83-84 ทางด้านซ้ายมือจะมีป้ายบอกทางไปวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม
หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วัดไผ่ต่ำ ให้เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ
800 เมตร จนพบคลองชลประทานให้เลี้ยวซ้ายเลียบคลองไปอีกประมาณ
150 เมตร
ตำหนักสระยอ
เป็นพระตำหนักที่สมเด็จพระเจ้าปราสาททองทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นที่ประทับเมื่อครั้งเสด็จนมัสการพระพุทธบาท
ณ ริมธารน้ำใต้ธารทองแดง ปัจจุบันเหลือเพียงรอยฐานตำหนัก
ถ้ำเทพนิมิตธารทองแดง
อยู่ที่วัดพุคำบรรพต ตำบลพุคำจาน เป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์
ได้พบโบราณวัตถุของมนุษย์สมัยหินใหม่ตอนปลาย มีลักษณะคล้าย
และเหมือนกับที่ขุดพบที่บ้านท่าแค บ้านดีลัง และซับจำปา ที่ลพบุรี
สันนิษฐานว่ามนุษย์สมัยนั้นในบริเวณดังกล่าวอาจมีความสัมพันธ์กัน
ปัจจุบันไม่มีโบราณวัตถุอยู่ในถ้ำแล้ว การเดินทาง หากมาจากสระบุรีทางเข้าวัดจะอยู่ด้านขวามือริมทางหลวงสาย
1 ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 130-131 เข้าทางเดียวกับวัดพุคำจานแต่จะแยกขวาก่อนข้ามสะพานและเลี้ยวขวาอีกครั้ง
ถ้ำนารายณ์ หรือ ถ้ำเขาวง
อยู่ที่บ้านเขาวง เป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย มีอักษรมอญจารึกไว้ที่ปากถ้ำ
พระตำหนักท้ายพิกุล พระราชวังโบราณ
ปัจจุบันไม่มีซากตำหนักปรากฏอยู่คงมีแต่เกยช้าง ( หมายถึง
ที่เสด็จขึ้น-ลงพาหนะสำหรับเจ้านาย ) และซากกำแพงเป็นเขตโดยรอบพระตำหนักธารเกษม
อยู่ที่ตำบลขุนโขลน ระหว่างธนาคารกรุงเทพ สาขาพระพุทธบาทและสถานสงเคราะห์เด็กหญิงสระบุรี
ตั้งอยู่ริมธารทองแดงซึ่งเป็นลำธารไหลผ่านพระพุทธบาท เป็นที่ซึ่งมีแมกไม้ร่มรื่น
เป็นที่สำราญพระราชหฤทัย พระตำหนักสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2176
ในสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เพื่อใช้เป็นที่ประทับเวลาเสด็จมานมัสการพระพุทธบาท
ปัจจุบันเหลือเพียงแต่ฐาน
ธารทองแดงเกิดจากเขาธารทองแดงในเขตอำเภอพระพุทธบาท แล้วไหลไปทางอำเภอหนองโดน
ตามพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 2 กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าปราสาททองโปรดให้สร้างพระตำหนักริมธาร
ได้มีการขุดพบท่อน้ำสามตาที่ริมลำธาร (ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานพระพุทธบาท)
ท่อนี้เป็นข้อต่อเหมือนข้อต่อน้ำประปาปัจจุบัน แต่ใหญ่กว่ามากเป็นท่อทำด้วยทองแดงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง
20 เซนติเมตร และในบริเวณธารทองแดงนี้ยังพบที่กั้นน้ำที่ระบายน้ำมาใช้ในพระตำหนักท้ายพิกุล
เป็นเขื่อนก่อด้วยอิฐถือปูน ซึ่งเป็นซากโบราณสถาน ที่สร้างมาแต่สมัยอยุธยา
ปัจจุบันนี้ยังคงสภาพเป็นลำธารแต่ตื้นเขินมากแล้ว ที่ริมลำธารมีแนวเขื่อนก่ออิฐถือปูนปรากฏอยู่
วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร
ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนโขลน ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 28 กิโลเมตร
มีทางเลี้ยวซ้ายก่อนถึงอำเภอพระพุทธบาทเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร
เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2167 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม
ปูชนียสถานที่สำคัญ คือ "รอยพระพุทธบาท" ที่ประทับไว้บนแผ่นหินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต
หรือเขาสัจจพันธคีรี รอยพระบาทมีความกว้าง 21 นิ้ว ยาว 60
นิ้ว ลึก 11 นิ้ว ค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม พระองค์ทรงเห็นว่าเป็นรอยพระบาทตามลักษณะ
108 ประการ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างมณฑปชั่วคราว ครอบรอยพระพุทธบาทไว้
ต่อมาได้มีการสร้างต่อเติมกันอีกหลายสมัย และยังพบรอยจารึกพระปรมาภิไธยย่อ
จปร. ที่ก้อนหินขนาดใหญ่ สูงจากพื้น 160 เซนติเมตร เมื่อครั้นเสด็จนมัสการรอยพระพุทธบาท
สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก
ตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาโปร่งปราบ ตำบลขุนโขลน ห่างจากตัวเมืองสระบุรีไปตามเส้นทางถนนพหลโยธิน
ประมาณ 25 กิโลเมตร หากไปจากตัวเมืองสระบุรี วัดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ
ทางเข้าอยู่ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 132-133 เป็นสถานที่รักษาคนไข้ติดยาเสพติดที่มีชื่อเสียง
สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอกนี้ แม่ชีเมี้ยน ปานจันทร์ เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ
พ.ศ. 2500 ต่อมาเมื่อแม่ชีเมี้ยนเสียชีวิตลง หลวงพ่อจำรูญ
ปานจันทร์ ซึ่งเป็นหลานได้เป็นผู้ปฏิบัติภารกิจสืบต่อมา และได้รับรางวัล
"แมกไซไซ" เมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2518
เจดีย์พระคุณแม่
ตั้งอยู่ที่วัดคลองใหม่ ตำบลหนองหมู ระยะทางห่างจากจังหวัดประมาณ
42 กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน มุ่งสู่กรุงเทพฯ
ผ่านหินกองและตลาดหนองแค ก่อนข้ามสะพานรพีพัฒน์จะมีทางแยกซ้ายมือเลียบคลองชลประทานบอกทางเข้าวัดคลองใหม่
แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านที่ว่าการอำเภอหนองแคไปประมาณ 5 กิโลเมตร
ก็จะถึงเจดีย์พระคุณแม่เป็นเจดีย์รูปทรงคล้ายพระปฐมเจดีย์
ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง องค์เจดีย์ล้อมรอบด้วยพระประจำวัน
เจดีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อให้กุลบุตรกุลธิดาระลึกถึง และตอบแทนพระคุณแม่
ถนนพระเจ้าทรงธรรม หรือ ถนนฝรั่งส่องกล้อง
เป็นถนนที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าทรงธรรมเมื่อครั้งเสด็จตรวจรอยพระพุทธบาท
ทางเรือพระที่นั่งตามลำน้ำป่าสัก พอเสด็จมาถึงบริเวณท่าเรือ
จึงได้เสด็จทรงช้างพระที่นั่ง โดยมีพรานบุญเป็นผู้นำทางและเมื่อเสด็จกลับ
ได้ให้ฝรั่งส่องกล้อง แล้วให้ตัดทางกว้าง 10 วา ตรงตลอดถึงท่าเรือ
เพื่อใช้เป็นถนนหลวง
ในปัจจุบันถนนเส้นนี้เหลือร่องรอยให้เห็นอยู่ประมาณ 9 กิโลเมตร
โดยเริ่มจากบริเวณเยื้องวัดสร่างโศก ช่วงกิโลเมตรแรกเป็นถนนดินที่ไม่ได้ใช้เป็นถนนอีกต่อไป
ต่อจากนี้เป็นถนนลูกรังผ่านหลังวัดปัญจาภิรมย์ วัดหนองคณฑี
ไปตัดกับถนนพระพุทธบาท-บ้านหมอ บริเวณหน้าวัดกัลยาบรรพต ผ่านหน้าศาลเจ้าพ่อเขาตก
และพระตำหนักสระยอหายไปเป็นถนนลูกรังและคอนกรีต ความกว้างของถนนเหลือ
6-8 เมตร
ถ้ำดาวเขาแก้ว
ตั้งอยู่ที่ตำบลพญากลาง ห่างจากอำเภอมวกเหล็กประมาณ 38 กิโลเมตร
หรือจากตัวอำเภอเมืองไปประมาณ 75 กิโลเมตร ไปทางเดียวกับน้ำตกเจ็ดสาวน้อยอยู่เลยไปอีกประมาณ
30 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางตลอด จากทางหลวงหมายเลข 2224 มีทางแยกซ้ายเข้าไปเป็นลูกรังประมาณ
5 กิโลเมตร ผู้ที่จะชมถ้ำต้องปีนบันไดจากเชิงเขาไปถึงปากถ้ำประมาณ
100 เมตร ลักษณะแปลกของถ้ำนี้ คือ มีจุดสีแดง สีดำ และสีน้ำตาลอยู่ที่เพดานถ้ำ
มีหินงอก หินย้อย และมีฝูงค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ที่ อำเภอมวกเหล็กยังมีไร่องุ่นที่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ตลอดทั้งปี
คือ ชิมองุ่นสด ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากองุ่น เช่น ไวน์ น้ำองุ่น
องุ่นไร้เมล็ด องุ่นหยี แยมองุ่น เป็นต้น หรือจะร่วมกิจกรรมเก็บองุ่นก็ได้
ไร่องุ่นที่เปิดสำหรับนักท่องเที่ยว ได้แก่ ไร่องุ่นกำนันเม้ง
โทร. 0 3634 4693 หรือ ไร่องุ่นคุณมาลี โทร. 0 3622 7056-7,
0 1853 5893 หรือ สวนอวุ่นภูอมรและไวน์องุ่นภูอมร โทร. 0 3632
7183, 0 1906 9373 องุ่นไร้เมล็ด หาซื้อได้ที่ ไร่องุ่นกำนันเม้ง
101 หมู่ 5 (ทางเข้าบ้านบ่อตะนะ) ตำบลมิตรภาพ อำเภอมวกเหล็ก
โทร. 0 3634 4693, 0 3634 1015 ไร่ภูฟ้า ตำบลลำพญากลาง อำเภอมวกเหล็ก
โทร. 0 1216 6419 การเดินทาง ไร่องุ่นจะอยู่ตามเส้นทางสาย
2089 (สายมวกเหล็ก-วังม่วง)
น้ำตกเจ็ดสาวน้อย หรือ น้ำตกสาวน้อย
อยู่ในเขตตำบลมวกเหล็ก ทางเข้าทางเดียวกับน้ำตกมวกเหล็ก เป็นทางลาดยางต่อไปอีก
9 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ไหลลดหลั่นมาตามแนวลำธาร มีประมาณ
7 ชั้น แต่ละชั้นมีความสูงราว 4 เมตร แอ่งน้ำมีบริเวณที่เล่นน้ำกว้าง
และร่มรื่น
ตามเส้นทางสายมวกเหล็ก (ทางหลวงหมายเลข 2224) จะเป็นลำธารเรียบไปตลอดเส้นทางและมีรีสอร์ทของเอกชนหลายแห่งตั้งเรียงรายอยู่ริมธารน้ำตก
น้ำตกซับเหว
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอมวกเหล็กที่การเดินทางยังไม่สะดวกนัก
การเดินทางจากถนนมิตรภาพ แยกเข้าทางอำเภอมวกเหล็กทางไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อย
ขับรถเลยน้ำตกเจ็ดสาวน้อยไปตามทางหมายเลข 2273 ปจนถึงแยกวัดโป่งเก้ง
แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหมายเลข 2224 ทางไปบ้านซับน้อยเหนืออีก
5 กม.จะถึงหมู่บ้านซับเหว ให้ติดต่อผู้ใหญ่บ้านเพื่อนำทางไปชมน้ำตก
น้ำตกเหวน้อย
อยู่ที่บ้านมวกเหล็กใน เป็นต้นน้ำของน้ำตกมวกเหล็ก และน้ำตกเจ็ดสาวน้อย
เมื่อเดินต่อไปจะพบ น้ำตกเหวราง และน้ำตกโป่งตาลอง ซึ่งเป็นน้ำตกสูงอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ช่วงที่เหมาะในการท่องเที่ยว คือ ช่วงเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน
สวนรุกขชาติมวกเหล็ก และน้ำตกมวกเหล็ก
อยู่ห่างจากสระบุรีประมาณ 37 กิโลเมตร ไปตามถนนมิตรภาพ ทางเข้าซ้ายมือตรงข้ามกับร้ายขายผลิตภัณฑ์ขององค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย
(อ.ส.ค.) สวนรุกขชาตินี้อยู่ในเนื้อที่ 375 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ระหว่างอำเภอมวกเหล็ก
จังหวัดสระบุรี กับอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีลำธารซึ่งมาจากต้นน้ำในป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ไหลผ่านลงสู่แม่น้ำป่าสัก ซึ่งเป็นเส้นกั้นเขตระหว่างสองจังหวัดดังกล่าว
ในลำธารมีแก่งหินลดหลั่น เป็นน้ำตกชั้นเล็ก ๆ บริเวณสองฟากของลำธารมีสะพานแขวน
และพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับต่าง ๆ
ทุ่งทานตะวัน
ตั้งอยู่ที่บริเวณเขตติดต่อระหว่างจังหวัดลพบุรี และสระบุรี
ตามเส้นทางสายพัฒนานิคม-วังม่วง มีการทำไร่ทานตะวันกันมาก
ในช่วงฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ริมฝั่งถนนจะสะพรั่งไปด้วยสีเหลืองของดอกทานตะวัน
เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้ผ่านมาบริเวณนี้เป็นอย่างมาก สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
เกษตรอำเภอวังม่วง โทร. 0 3635 9021
ทานตะวันเป็นพืชตระกูลถั่ว ประเภทเดียวกับเบญจมาศ คำฝอย ดาวเรือง
บัวตอง ซึ่งเป็นพืชล้มลุกชอบแสงแดดจัด ทนต่อความแห้งแล้งได้ดี
ต้องการน้ำน้อย และเป็นพืชอายุสั้น นิยมปลูกหลังฤดูฝนประมาณเดือนกันยายนเป็นต้นไป
จึงเหมาะแก่การปลูกทดแทนข้าวนาปรังหรือพืชชนิดอื่นๆ ทานตะวันเป็นพืชเศรษฐกิจที่นอกจากจะได้ประโยชน์จากการเก็บเกี่ยวแล้ว
ยังนำมาซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยว เพราะเมื่อดอกทานตะวันบานนับพันนับหมื่นไร่
กลายเป็นท้องทุ่งดอกไม้สีทองอร่ามที่งดงามกว้างไกลสุดสายตา
สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวนับแสนคนจากทั่วประเทศให้เดินทางมาเที่ยวชมและถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก
เกษตรกรจะทำการเพาะปลูกหรือหว่านเมล็ดพันธุ์ตั้งแต่ประมาณเดือนกันยายนเป็นต้นไป
ดอกทานตะวันจะบานและให้เมล็ดเมื่ออายุครบ 55-60 วัน และจะบานสวยงามเต็มที่ประมาณ
15 วัน หลังจากนั้นเกษตรกรจะปล่อยให้เมล็ดทานตะวันแห้งคาต้น
แล้วจึงเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิต
เมล็ดทานตะวันสามารถให้น้ำมันที่มีคุณภาพในปริมาณสูงถึง 45%
ต่อน้ำหนัก และยังมีคุณค่าอาหารอื่นๆ อีกมาก เช่น โปรตีน แป้ง
เกลือแร่ โดยไม่มีคอเลสเตอรอล เพราะเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว
เช่น กรดลิโนเลอิค กรดอาซิโนอิค สูงถึง 60-70 % ซึ่งจะช่วยให้ปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดไม่สูงเกินไป
ทำให้ลดปัญหาโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด นอกจากนี้ยังประกอบด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์แก่ร่างกายอีกมาก
เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ เค บี 2 อี และ
ดี กากเมล็ดพืชที่เหลือจากการสกัดน้ำมัน สามารถนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ได้
น้ำมันทานตะวันนอกจากจะใช้บริโภคในรูปของน้ำมันสลัดและปรุงอาหารแล้ว
ยังนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเนยเทียม สบู่ สีน้ำมันขัดเงา ส่วนเมล็ดสามารถนำไปกะเทาะเปลือกและอบโรยเกลือเป็นอาหารขบเคี้ยวที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายได้อีกด้วย
ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากทานตะวันมีอยู่หลายอย่าง อาทิ เมล็ดทานตะวันอบแห้ง
คุ้กกี้ทานตะวัน ข้าวเกรียบ ข้าวตังทานตะวัน น้ำผึ้งดอกทานตะวัน
เกสรผึ้ง นมผึ้ง เป็นต้น
อุโมงค์ต้นไม้
เป็นบริเวณทางโค้งที่ต้นไม้สองฝั่งถนนโน้มเข้าหากันทำให้ดูคล้ายอุโมงค์
และให้ความร่มรื่นสวยงามมีความยาวประมาณ 200 เมตร นักท่องเที่ยวมักจอดรถแวะถ่ายรูปเป็นประจำ
การเดินทาง จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 2 แยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข
2089 อุโมงค์ต้นไม้จะอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 24-25 จะมีป้ายปักไว้ด้วยว่าอุโมงค์ต้นไม้

การเดินทางทางรถยนต์
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน
ถึงแยกวงแหวนต่างระดับอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ให้แยกขวาเข้าถนนมิตรภาพไปอีกประมาณ 60 กิโลเมตร ก็จะถึงตัวเมืองจังหวัดสระบุรี
หรือใช้ทางพิเศษอุดรรัถยา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1543
การเดินทางทางรถโดยสาร
จากกรุงเทพฯ มีรถโดยสารประจำทางทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศของ
บริษัท ขนส่ง จำกัด ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ถนนกำแพงเพชร
2 วันละหลายเที่ยว สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 2936 2852-66
หรือ www.transport.co.th
การเดินทางทางรถไฟ
มีบริการเดินรถไฟจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปจังหวัดสระบุรีทุกวัน
วันละหลายขบวน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง และบางขบวนยังสามารถแวะลงได้ที่สถานีแก่งคอย
และสถานีมวกเหล็กได้ด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
หน่วยบริการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690, 0 2220
4334, 0 2220 4444 (สำรองตั๋วทางโทรศัพท์ล่วงหน้า 3 วัน ขึ้นไปแต่ไม่เกิน
60 วัน) หรือ
www.railway.co.th