ลักไก่ทัวร์
หน้าแรกลักไก่ทัวร์
โปรแกรมทัวร์
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ท่องทะเลไทย
เทศกาลทั่วไทย
บันทึกนักเดินทาง
บันทึกเปื้อนฝุ่น
ดอยสูง ภูสวย
โปสการ์ดท่องเที่ยว
พระธาตุประจำปีเกิด
โรงแรม รีสอร์ท
แผนที่ประเทศไทย
อุทยานแห่งชาติ
อุทยานประวัติศาสตร์
วนอุทยาน
unseen I
unseen II
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
  
กิจกรรม
Tips for Trip
ประเทศเพื่อนบ้าน
ห้ามคลิก !
จ้างให้ก็คลิกไม่โดน
ไม่เชื่อก็ลองดู
 
ขอขอบคุณ
การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย และอนุสาร อสท. ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลต่างๆครับ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

 

`๏่’ ระนอง - Ranong `๏่’
`๏่’ ระนอง - Ranong `๏่’
" คอคอดกระ ภูเขาหญ้า กาหยูหวาน ธารน้ำแร่ มุกแท้เมืองระนอง "



     แต่เดิมระนองเป็นเพียงหัวเมืองเล็กๆ ที่มีเจ้าเมืองปกครองขึ้นตรงต่อเมืองชุมพร มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาครับ เจ้าเมืองระนองคนแรกได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงระนอง ปกครองระนองมาจนถึงแก่กรรมในปี พ.ศ. 2397 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งพระรัตนเศรษฐี (คอซู้เจียง) นายอากรชาวจีน เจ้าภาษีผู้ผูกขาดอากรดีบุกเมืองตระและเมืองระนองเป็นเจ้าเมืองระนอง ต่อมารัชกาลที่ 4 ทรงมีพระราชดำริว่า การที่เมืองระนองและเมืองตระ ขึ้นอยู่กับชุมพรทำให้ยากแก่การปกครอง จึงโปรดฯ ให้ตั้งเมืองระนองเป็นหัวเมืองจัตวา มีเจ้าเมืองที่ต่อมาเรียกว่า ผู้ว่าราชการเมือง ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร และโปรดฯ ให้ยกเมืองตระไปขึ้นกับเมืองระนองในคราวเดียวกันด้วย ส่วนพระรัตนเศรษฐีให้เลื่อนขึ้นเป็นพระยารัตนเศรษฐี เป็นเจ้าเมืองระนองคนแรกครับ


     จังหวัดระนอง เป็นจังหวัดแรกบองทางภาคใต้ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งมหาสมุทรอินเดีย อยู่ห่างจากกรุงเทพๆ ๕๖๘ กิโลเมตร ระนองจัดเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียง แม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆ มีพื้นที่เพียง ๓,๒๙๘ ตารางกิโลเมตร เนื้อที่ส่วนใหญ่ เป็นภูเขาและป่าไม้ แบ่งการปกครองออกเป็น ๔ อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอกระบุรี อำเภอกะเปอร์ และอำเภอละอุ่

ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อำเภอสวี อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร อำเภอไชยา อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ สภาพพม่า และทะเลอันดามัน



สุสานเจ้าเมืองระนอง
สุสานเจ้าเมืองระนอง ตั้งอยู่ด้านขวามือของทางหลวงหมายเลข 4004 ริมถนนเรืองราษฎร์ตัดกับถนนราษฎรพาณิชย์ และถนนกิจผดุง (ระนอง-ปากน้ำ) ห่างจากเขตเทศบาลเมืองประมาณ 1 กิโลเมตร สุสานเจ้าเมืองระนองเป็นที่ฝังศพของพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซู้เจียง) เจ้าเมืองระนองคนแรก บริเวณสุสานซึ่งเป็นที่ดินที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 ตั้งอยู่เชิงเนินเขาขนาดเล็ก หันหน้าไปทางทิศใต้ บริเวณลานกว้างหน้าสุสานปูศิลาขึ้นไปจนถึงสุสาน ด้านข้างทั้งสองเป็นที่ตั้งตุ๊กตาหินโบราณซึ่งนำมาจากประเทศจีน ในสมัยที่เจ้าเมืองระนองยังมีชีวิตอยู่ ถัดมาเป็นเสาหินแกรนิต 2 เสา ด้านหน้าสุสานบริเวณริมถนนมีป้ายหินแกรนิตจารึกประวัติความเป็นมา และคำสรรเสริญเกียรติคุณของพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอซู้เจียง)

บ่อน้ำร้อน-สวนรุกขชาติรักษะวาริน
บ่อน้ำร้อน-สวนรุกขชาติรักษะวาริน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดระนอง อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 2 กิโลเมตร บ่อน้ำร้อนหรือพุน้ำร้อนอยู่คู่วัฒนธรรมการท่องเที่ยว ของเมืองระนองมานับร้อยปี ใน พ.ศ. 2433 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) เสด็จประพาสเมืองระนอง ได้พระราชทานชื่อถนนที่จะไปยังบ่อน้ำร้อนว่า “ถนนชลระอุ” บ่อน้ำร้อนที่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินี้มีอยู่ 3 บ่อคือ บ่อพ่อ บ่อแม่ และบ่อลูก ทั้ง 3 บ่อ มีอุณหภูมิสูงประมาณ 65 องศาเซลเซียส สามารถใช้ดื่มและอาบได้ มีประโยชน์ต่อร่างกายในแง่การบำบัดรักษาสุขภาพ นอกจากนี้ยังถือเป็นน้ำบริสุทธิ์ จึงเป็นแหล่งหนึ่งที่นำไปผ่านพิธีพุทธาภิเษก ทำน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อใช้เป็นน้ำพระพุทธมนต์ ในคราวพระราชพิธีฉลองพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในบริเวณรอบๆ บ่อน้ำร้อนได้จัดเป็นสวนสาธารณะ “รักษะวาริน” มีศาลาที่พักและห้องอาบน้ำร้อนไว้บริการด้วย วัดตโปทารามที่อยู่ใกล้เคียงก็มีห้องอาบน้ำเช่นเดียวกัน

วัดหาดส้มแป้น
วัดหาดส้มแป้น ตั้งอยู่หมู่ 3 ตำบลหาดส้มแป้น ห่างจากเขตเทศบาลเมืองระนองไปตามทางหลวงหมายเลข 4005 (ถนนชลระอุ) เป็นระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร มีหาดทรายริมคลองเกิดจากการทำเหมืองแร่ แล้วปล่อยทรายและหินบนภูเขาลงมาตามลำธาร สิ่งที่น่าสนใจในบริเวณวัดคือ “ปลาพลวง” ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากปลาพลวงนี้เป็นปลาที่รับประทานแล้วเมา จึงไม่มีผู้ใดจับปลาชนิดนี้ ทำให้สามารถขยายพันธุ์เป็นจำนวนมากนับเป็นพันๆ ตัว และในบริเวณวัดจะมีศาลาริมน้ำสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะให้อาหารปลาเหล่านี้ และวัดหาดส้มแป้นยังเป็นที่ตั้งของศาลาที่ประดิษฐานรูปเหมือน หลวงพ่อคล้าย ซึ่งเป็นพระภิกษุที่ประชาชนในภาคใต้ให้ความเคารพนับถือมาก ท่านได้มรณะภาพที่วัดหาดส้มแป้นนี้

จากวัดหาดส้มแป้นมีถนนลูกรัง เลี้ยวซ้ายไปยังขุมเหมืองเก่า ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแอ่งน้ำสีเขียว ชาวบ้านเรียกว่า สระมรกต จากสระมรกตหากแล่นรถตรงไปเรื่อยๆ จะเห็นเหมืองดินขาวเรียงรายอยู่เป็นระยะ

วัดสุวรรณคีรี (วัดหน้าเมือง)
วัดสุวรรณคีรี (วัดหน้าเมือง) อยู่ในเขตเทศบาลเมืองระนอง ไปตามถนนหมายเลข 4004 (สายระนอง-ปากน้ำ) เป็นวัดเก่าแก่อายุร้อยกว่าปี ในวัดมีเจดีย์ศิลปะพม่าสูง 10 เมตร มีอายุกว่า 70 ปี สร้างโดยชาวพม่าในพระอุโบสถมีพระพุทธรูปยืนทรงเครื่องลวดลายงดงามมาก และมีหอระฆังลายแมว

น้ำตกปุญญบาล
น้ำตกปุญญบาล เดิมชื่อน้ำตกเส็ดตะกวด ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลบางนอน ริมทางหลวงหมายเลข 4 (ระนอง-กระบุรี) ห่างจากเมืองระนองประมาณ 15 กิโลเมตร บริเวณ กม.ที่ 588-589 น้ำตกปุญญบาลเป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีหลายชั้น ชั้นที่มองเห็นจากริมถนนเป็นชั้นสุดท้าย มีความสูงประมาณ 15 เมตร บริเวณใกล้น้ำตกมีศาลาที่พัก ร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม และร้านจำหน่ายของที่ระลึก

น้ำตกโตนเพชร
น้ำตกโตนเพชร ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 4 ตำบลราชกรูด ห่างจากเขตเทศบาลเมืองระนองประมาณ 29 กิโลเมตร (ระนอง-พังงา) ตรง กม.ที่ 641 เลี้ยวซ้ายไปตามถนนลูกรังที่มีป้าย บอกทางเข้าค่ายลูกเสือระนองอีกราว 2 กิโลเมตร จากนั้นเดินเท้าขึ้นเขาสูงชันอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณน้ำตกโตนเพชร ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีทั้งหมด 11 ชั้น แต่ละชั้นสายน้ำมีลักษณะลดหลั่นลงมาผ่านแนวชะง่อนหิน มีรูปทรงที่สวยงามมาก น้ำไหลตลอดทั้งปี โดยต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาพ่อตาโชงโดง ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดระนอง ส่วนสภาพป่าข้างเคียงเป็นป่าดิบชื้น อนึ่งเพื่อความสะดวกสำหรับการเข้าชมน้ำตกโตนเพชร ควรติดต่อผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านห้วยน้ำใส ตำบลราชกรูด ให้เป็นผู้นำทางสู่น้ำตก

น้ำตกหงาว
น้ำตกหงาว ตั้งอยู่ที่ตำบลหงาว ห่างจากภูเขาหญ้าราว 1 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายมือเข้าไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร แต่เดิมบริเวณน้ำตกหงาวเป็นเขตวนอุทยาน ปัจจุบันจัดรวมอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติคลองเพรา ซึ่งที่ทำการอุทยานฯ ก็ตั้งอยู่ที่บริเวณน้ำตกหงาวนี้เอง น้ำตกหงาวเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ไหลลงมาจากสันเขาที่สูงชัน จึงสามารถมองเห็นได้ในระยะไกล สัตว์ที่น่าสนใจที่พบได้ในบริเวณน้ำตกหงาวได้แก่ ปูเจ้าฟ้า ซึ่งเป็นปูน้ำจืดชนิดใหม่ของโลก โดยศาสตราจารย์ไพบูลย์ นัยเนตร ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ดำเนินการตรวจสอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลก พบว่าปูชนิดนี้ไม่เคยปรากฏในอนุกรมวิธานของสัตว์จำพวก กั้ง กุ้ง และปู มาก่อน ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงขอพระราชทานพระราชานุญาต อัญเชิญพระนามาภิไธยของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีมาเป็นส่วนหนึ่งในชื่อวิทยาศาสตร์ของปูที่พบใหม่ว่าปูเจ้าฟ้า (Phricotelphusa Sirindhorn Naiyanetr) ลักษณะเด่นของปูเจ้าฟ้า คือ ลำตัวและก้ามเป็นสีขาว ขาเดินทั้งสี่คู่ เบ้าตาทั้ง 2 ข้าง และบริเวณปากเป็นสีม่วงดำ อาศัยอยู่ตามใต้ซอกหินหรือใต้ใบไม้บริเวณ 2 ข้างทางลำธารเล็กๆ ที่ไหลจากน้ำตก โดยเฉพาะในฤดูฝน

ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาว
ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาว อยู่ห่างจากตัวเมืองระนองประมาณ 15 กม. ป่าชายเลนหงาวเป็นแหล่งเกิดและเติบโตของสัตว์ทะเลนานาชนิด ก่อนที่จะแข็งแรงและอาศัยหากินในทะเล ที่ศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาวได้จัดเจ้าหน้าที่ไว้นำชมธรรมชาติ ทั้งพรรณไม้ป่าและสัตว์ป่า การทัศนศึกษาในเขตป่าชายเลนนี้ จะต้องจดหมายถึงหัวหน้าศูนย์วิจัยป่าชายเลนหงาว หมู่ที่ 4 บ้านล่าง ตำบลหงาว อำเภอเมือง จังหวัดระนอง 85000 โดยจดหมายล่วงหน้าอย่างน้อย 3 อาทิตย์ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เตรียมนำทางและบรรยายให้ความรู้

ภูเขาหญ้าหรือเขาหัวล้าน หรือเขาผี
ภูเขาหญ้าหรือเขาหัวล้าน หรือเขาผี อยู่ในเขต ต.หงาว จากเขตเทศบาลเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 4 (ระนอง-พังงา) ประมาณ 11-12 กิโลเมตร เขาหัวล้านหรือเขาผีนี้ เป็นภูเขาที่ไม่มีไม้ใหญ่ขึ้น พืชพรรณที่ปรากฏส่วนใหญ่ในฤดูฝนคือ หญ้าสีเขียวซึ่งขึ้นปกคลุมแนวเขาที่ทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ บางครั้งจึงเรียกกันว่า ภูเขาหญ้า ในช่วงฤดูร้อนหญ้าจะตาย ภูเขาจึงแลดูเป็นสีน้ำตาล ที่ราบเชิงเขามีทางเดินเท้าสำหรับนักท่องเที่ยวขึ้นสู่บนสันเขาเพื่อชมทิวทัศน์โดยรอบ

หาดชาญดำริ
หาดชาญดำริ อยู่ห่างจากเขตเทศบาลเมืองระนองไปตามทางหลวงหมายเลข 4004 (ระนอง-ปากน้ำ) เป็นระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร หรือห่างจากสุสานเจ้าเมืองระนอง 8 กิโลเมตร ก่อนถึงหาดชาญดำริราว 200 เมตร จะเป็นเนินเขาสูง สามารถชมทิวทัศน์ของชุมชนปากน้ำ ระนอง และเกาะสองหรือวิคตอเรียพอยท์ของฝั่งพม่า ตลอดจนเกาะแก่งอื่นๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณปากน้ำกระบุรีและยังเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างดี ปัจจุบันหาดชาญดำริเป็นที่ตั้งของ จันทร์สมธารารีสอร์ท โดยมีท่าเทียบเรือสำหรับเรือท่องเที่ยวซึ่งบริการนำเที่ยวไปยังเกาะแก่งต่างๆ ของระนองในทะเลอันดามันด้วย

วิคตอเรียพอยท์ หรือเกาะสอง
วิคตอเรียพอยท์ หรือเกาะสอง เป็นดินแดนในฝั่งสหภาพพม่า ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับประเทศไทย โดยมีแม่น้ำกระบุรีกั้นขวางตรงตัวจังหวัดระนองพอดี นักท่องเที่ยวที่ต้องการไปชมหรือซื้อสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก เช่น พลอย เครื่องหวาย เครื่องเขินพม่า เครื่องประดับทำจากเปลือกหอยและงาช้าง ฯลฯ สามารถเช่าเรือหางยาวจากท่าสะพานปลาในอัตราลำละ 200-300 บาท ใช้เวลาข้ามฟากประมาณ 15 นาที อนุญาตให้ข้ามไปเที่ยวได้เฉพาะคนไทยเท่านั้น แต่ต้องทำบัตรผ่านแดนก่อน โดยติดต่อด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนอง ถนนสะพานปลา โทร. (077) 821216 หรือจะเดินทางไปกับทัวร์ของโรงแรมจันทร์สมธาราก็ได้

เกาะพยาม
เกาะพยาม ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบลเกาะพยาม อำเภอเมือง ห่างจากปากน้ำระนองประมาณ 33 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือ 1-2 ชั่วโมง เกาะพยามเป็นแหล่งปลูกมะม่วงหิมพานต์ หรือกาหยู ที่มีชื่อเสียงมากของจังหวัด มีชายหาดขาวสะอาดทอดตัวเป็นแนวยาวไปตามตัวเกาะหลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านชาวเลตั้งอยู่หลายสิบหลังคาเรือน การเดินทางจากปากน้ำระนอง ท่าเรือสะพานปลา สามารถเช่าเหมาเรือในอัตราประมาณ 1,000 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง หรือติดต่อเหมาเรือเร็วของเกาะพยามรีสอร์ท อัตราค่าเช่าเรือ (ไป-กลับ) ลำเล็ก 2,000 บาท ลำใหญ่ 4,000 บาท ติดต่อล่วงหน้าได้ที่ โทร. (077) 812297, (01) 323-0436 หรือติดต่อบริการนำเที่ยวเป็นหมู่คณะของโรงแรมจันทร์สมธารา สำนักงานกรุงเทพฯ โทร. 448-6096 ระนอง โทร. (077) 821511

นอกจากนี้ ในบริเวณใกล้เคียงกับเกาะพยามยังมีเกาะอีกหลายแห่ง ซึ่งเป็นแหล่งตกปลา เช่น เกาะสินไห เกาะช้าง ฯลฯ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อเช่าเหมาเรือจากปากน้ำระนอง ท่าเรือสะพานปลาได้เช่นเดียวกัน

ศิลาสลักพระปรมาภิไธย
ศิลาสลักพระปรมาภิไธย เป็นสถานที่สำคัญด่านแรกของจังหวัดระนอง ตามเส้นทางจากกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในเขตตำบลปากจั่น (ตรงข้ามโรงเรียนบ้าน จปร.) ประมาณกิโลเมตรที่ 525 ซึ่งเป็นเขตแดนระหว่างจังหวัดระนอง และจังหวัดชุมพร ห่างจากตัวเมืองระนอง 86 กิโลเมตร อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นที่ตั้งของ “หินสลักพระปรมาภิไธย จปร.” ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่ได้ทรงจารึกไว้ ครั้งที่พระองค์ทรงเสด็จประพาส โดยขบวนช้างและม้าจากจังหวัดชุมพร มาประทับแรมคืนที่พลับพลาดอนวังทู้หมู่ที่ 1 ตำบลปากจั่น เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2433 และหินสลักพระปรมาภิไธยย่อ จปร. และ สก. ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ รวมทั้งพระนามาภิไธยย่อ สธ. ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งได้ทรงจารึกไว้ครั้งที่เสด็จประพาสจากชุมพรโดยรถยนต์มาทรงเยี่ยมประชาชน เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2502

คอคอดกระ หรือ กิ่วกระ
คอคอดกระ หรือ กิ่วกระ อยู่ในเขตบ้านทับหลี ตำบลละมุ ประมาณกิโลเมตรที่ 545 ของทางหลวงหมายเลข 4 ห่างจากเขตเทศบาลเมือง 66 กิโลเมตร บริเวณนี้เป็นส่วนที่แคบที่สุดของแหลมมลายู โดยมีระยะจากฝั่งทะเลทางตะวันตกจรดตะวันออก กว้างเพียง 44 กิโลเมตร มีแผ่นป้ายคอนกรีตขนาดใหญ่จำลองแผนที่แสดงจุดที่ตั้งของคอคอดกระ ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกมากแห่งหนึ่งของจังหวัดระนอง และใกล้ๆ แผ่นป้ายคอนกรีตดังกล่าว ยังสามารถชมทิวทัศน์ของแม่น้ำกระบุรี ซึ่งแบ่งพรมแดนไทย-พม่า ได้อย่างชัดเจน

ถ้ำพระขยางค์
ถ้ำพระขยางค์ เดิมชื่อถ้ำขาหยั่ง อยู่ในเทือกเขาเขตตำบลลำเลียง ห่างจากที่ว่าการอำเภอกระบุรีไปทางใต้ 18 กิโลเมตร โดยมีทางแยกซ้ายจากถนนเพชรเกษม (ระนอง-ชุมพร) ที่ กม. 563-564 เข้าไป 1 กิโลเมตร ถ้ำพระขยางค์เป็นถ้ำขนาดเล็ก ซึ่งมีตำนานเก่าแก่ที่เกี่ยวกับการสร้างเมืองกระบุรี จากปากถ้ำเข้าไปประมาณ 40 เมตร มีบันไดขึ้นสู่ด้านบน สามารถทะลุออกภายนอกซึ่งเป็นบริเวณที่เชื่อกันว่า มีการนำเอาสมุนไพรที่หายากมาปลูกไว้ การเที่ยวชมควรเตรียมเทียนไข หรือไฟฉายพกติดตัวไปด้วย บรรยากาศภายในถ้ำค่อนข้างอับชื้น ส่วนหนึ่งอาจมีผลมาจากมูลของค้างคาว ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก อนึ่ง ในช่วงเทศกาลตรุษจีนของทุกปีจะมีการจัดเทศกาลงานปิดทองพระบริเวณถ้ำพระขยางค์ เป็นเวลา 3-7 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเข้าชมความสวยงามของถ้ำตลอดจนสมุนไพรต่างๆ ที่อยู่บนเขา

น้ำตกชุมแสง หรือน้ำตกสายรุ้ง
น้ำตกชุมแสง หรือน้ำตกสายรุ้ง อยู่ที่บ้านปากจั่น ตำบลปากจั่น ห่างจากเขตเทศบาลเมืองระนองและตัวอำเภอกระบุรีไปตามทางหลวงหมายเลข 4 (ทางไปจังหวัดชุมพร) เป็นระยะทาง 80 และ 16 กิโลเมตร ตามลำดับ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 529-530 (ด้านตรงข้ามกับทางเข้าสู่นิคมสร้างตนเองบ้านปากจั่น) จะมีทางแยกซ้ายมือเป็นถนนลูกรังเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณน้ำตกชุมแสง ซึ่งมีน้ำไหลเฉพาะในฤดูฝน น้ำจะไหลกระแทกกับโขดหินแล้วกระจายออกเป็นสายดูคล้ายสายรุ้ง จึงทำให้ชาวบ้านมักจะเรียกน้ำตกแห่งนี้ว่า “น้ำตกสายรุ้ง”

น้ำตกบกกราย
น้ำตกบกกราย ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลน้ำจืด ห่างจากตัวจังหวัดไปตามทางหลวงหมายเลข 4 (ระนอง-ชุมพร) ประมาณ 54 กิโลเมตร ที่หลักกิโลเมตรที่ 556-557 จะมีป้ายชี้ทางไปน้ำตกบกกราย ตามถนนลูกรังปนหินคลุกด้านซ้ายมืออีกราว 13 กิโลเมตร สภาพถนนไม่สามารถใช้ได้ตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน รถที่ใช้ควรมีสภาพดี และจากบริเวณสุดทางของถนนต้องเดินเท้าต่อ ผ่านพื้นที่ทำไร่และป่าชื้นอีกเป็นระยะทางประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงบริเวณน้ำตก น้ำตกบกกรายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดปี

น้ำตกสุวรรณศิริ
น้ำตกสุวรรณศิริ อยู่ห่างจากตัวอำเภอไปทางตอนใต้ประมาณ 24 กิโลเมตร มีทางแยกเข้าทางด้านซ้ายประมาณ 3 กิโลเมตร และต้องเดินเท้าอีกประมาณ 6 กิโลเมตร

น้ำตกเขาพระนารายณ์
น้ำตกเขาพระนารายณ์ ตั้งอยู่เขตตำบลกะเปอร์ ห่างจากที่ว่าการอำเภอกะเปอร์ประมาณ 3 กิโลเมตร มีทางแยกผ่านป่ากะเปอร์เข้าไปอีก 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สวยงาม บริเวณโดยรอบเป็นป่าไม้บรรยากาศร่มรื่น

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา จากอำเภอกะเปอร์ ไปตามทางหลวงหมายเลข 4 (ทางไปพังงา) ประมาณ 25 กิโลเมตร ถึงหลักกิโลเมตรที่ 685-686 เลี้ยวซ้ายตามป้ายอีก 200 เมตร ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองนาคา พื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์และมีน้ำตกสวยงามคือ น้ำตกพันเมตร เนื่องจากมิได้เปิดให้ท่องเที่ยวอิสระเหมือนอุทยานแห่งชาติ การทัศนศึกษาจะต้องทำจดหมายขออนุญาตเข้าพักแรมในพื้นที่ ถึงผู้อำนวยการกองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ 10900 และได้รับจดหมายตอบอนุมัติ จากนั้นนำจดหมายแสดงต่อเจ้าหน้าที่ประจำที่ป่าคลองนาคา ใช้เวลาเตรียมการอย่างน้อย 1 เดือน

อุทยานแห่งชาติแหลมสน
อุทยานแห่งชาติแหลมสน ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2526 มีเนื้อที่ทั้งหมด 315 ตารางกิโลเมตร หรือ 196,875 ไร่ ประกอบด้วยพื้นที่ริมทะเลตั้งแต่ ต.ราชกรูด อ.เมือง ลงไปทางใต้ ผ่าน ต.ม่วงกลาง ต.กะเปอร์ ต.บางหัน ต. นาคา อ.กะเปอร์ จังหวัดระนอง เลยไปถึง ต.คุระ อ.คุระบุรี จังหวัดพังงา และครอบคลุมถึงเกาะต่างๆ ในทะเลอันดามันคือ เกาะค้างคาว หมู่เกาะกำ สำหรับที่ทำการอุทยานตั้งอยู่ที่หาดบางเบน หมู่ที่ 4 ต.ม่วงกลาง ห่างจากจังหวัดระนองไปตามทางหลวงหมายเลข 4 (ระนอง-พังงา) เป็นระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร (หรือห่างจาก อ.กะเปอร์ เพียง 6 กิโลเมตรเท่านั้น) บริเวณกิโลเมตรที่ 657 จะมีทางแยกขวามือเป็นทางลูกรังอีกยาว 10 กิโลเมตร

อุทยานแห่งชาติแหลมสนมีสภาพภูมิอากาศแบ่งเป็นสองฤดูกาลคือ ฤดูฝนซึ่งมีฝนตกชุกระหว่างเดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน และฤดูร้อนระหว่างเดือนธันวาคม-เมษายน

อุทยานแห่งชาติแหลมสน มีบ้านพักและร้านอาหารบริการสำหรับนักท่องเที่ยว รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 579-7223, 579-5734 หรือที่ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแหลมสน หาดบางเบน ตำบลม่วงกลาง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง 851290

หาดบางเบน
หาดบางเบน เป็นหาดทรายยาวและกว้างใหญ่ มีทรายละเอียด ร่มรื่นด้วยป่าสนธรรมชาติ บริเวณชายหาดจะมองเห็นเกาะแก่งในทะเลได้อย่างสวยงาม ชายหาดบางเบนนี้เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแหลมสน

หาดแหลมสน
หาดแหลมสน อยู่ถัดจากหาดบางเบนประมาณ 4 กิโลเมตร มีหาดทรายขาวสะอาด และเป็นที่อยู่ของนกนานาชนิด เหมาะสำหรับไปตั้งแค้มป์ดูนก

หาดประพาส หรือหาดหินทุ่ง
หาดประพาส หรือหาดหินทุ่ง ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลกำพวน จากเขตเทศบาลเมืองระนองไปตามทางหลวงหมายเลข 4 (ระนอง-พังงา) ประมาณ 90 กิโลเมตร หรือจากอำเภอกะเปอร์ราว 30 กิโลเมตร ถึงหลักกิโลเมตรที่ 702 แล้วแยกขวาไปตามถนนลูกรังอีกราว 3 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานริมหาดประพาส หาดประพาสเป็นชายหาดใหญ่ มีทิวสนร่มรื่นเช่นเดียวกับหาดบางเบน

เกาะค้างคาว
เกาะค้างคาว เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาวละเอียด ด้านเหนือของเกาะเป็นหาดหินงาม มีหินทรงกลมมนเรียงรายอยู่เต็มหาดไปหมด จากหาดบางเบนนั่งเรือไปเกาะค้างคาวใช้เวลาประมาณ 40 นาที

เกาะกำตก หรือเกาะอ่าวเขาควาย
เกาะกำตก หรือเกาะอ่าวเขาควาย มีอ่าวที่โค้งเกือบเป็นรูปกลม เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานแหลมสน ซึ่งเป็นหน่วยย่อยที่ดูแลและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว จากเกาะค้างคาวนั่งเรือไปเกาะกำตกใช้เวลาประมาณ 20 นาที

เกาะกำใหญ่
เกาะกำใหญ่ เป็นเกาะที่สวยงาม มีหาดทรายขาวบริสุทธิ์อยู่เกือบรอบเกาะ อยู่ห่างจากหาดบางเบน โดยนั่งเรือออกไปประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

เกาะกำนุ้ย
เกาะกำนุ้ย อยู่ใกล้กับเกาะกำใหญ่ มีหาดทรายเพียงด้านเดียว ประกอบด้วยเกาะบริวารอีกหลายเกาะ

เขาฝาชี
ตั้งอยู่ในเขตตำบลบางแก้ว บนทางหลวงหมายเลข 4 ประมาณกิโลเมตรที่ 580 มีทางแยกขวามือ เป็นทางราดยางเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร มีป้ายปากทางเขียนว่า “ศูนย์โทรคมนาคมเขาฝาชี” เป็นภูเขาที่มีลักษณะคล้ายกับฝาชี สูงจากระดับน้ำทะเล 259 เมตร บนยอดเขาเป็นสถานที่ชมทิวทัศน์สวยงาม พระอาทิตย์อัสดง สามารถมองเห็นแม่น้ำกระบุรีไหลบรรจบกับแม่น้ำละอุ่น เกาะแก่งต่างๆ เป็นภาพที่สวยงามสดใสมีชีวิตชีวา ในบริเวณใกล้เคียงยังเป็นที่ตั้งฐานทัพญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีหลักฐานสำคัญคือ ซากเรือรบ อุโมงค์ใต้ดิน แนวทางรถไฟ

ซากเรือรบญี่ปุ่น
ซากเรือรบญี่ปุ่น เลยทางเข้าเขาฝาชีมาอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ด้านซ้ายมือบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำละอุ่นในยามน้ำลด จะเห็นซากเรือรบเก่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งญี่ปุ่นได้ใช้พื้นที่ในตำบลปากจั่น อำเภอกระบุรี เป็นท่าเรือเพื่อส่งกำลังบำรุงไปยังประเทศพม่าในระหว่างสงคราม

เกาะนพเกตุ
เกาะนพเกตุ อยู่ห่างจากฝั่งปากคลองละอุ่น โดยนั่งเรือประมาณ 20 นาที เป็นแหล่งหอยนางรมและหอยแมลงภู่ยักษ์ ขนาด 6-8 นิ้ว ปัจจุบันเป็นเกาะสัมปทาน ถ้าต้องการเข้าชมต้องติดต่อกับคุณยงยุทธ นพเกตุ (077) 821560

ถ้ำหนัดได หรือถ้ำค้างคาว
ถ้ำหนัดได หรือถ้ำค้างคาว ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เขาหนัดได หมู่ที่ 5 บ้านปากแพรก ตำบลละอุ่นเหนือ อยู่ริมถนนสายปากแพรก-ในวง ประมาณกิโลเมตรที่ 20 ระยะทางจากตัวอำเภอ 20 กิโลเมตร สถานที่ตั้งของถ้ำอยู่ห่างจากถนนดังกล่าว 100 เมตร สภาพภายในถ้ำมีความสวยงามและสลับซับซ้อนแบ่งได้เป็น 2 ชั้น ชั้นบนเป็นถ้ำหินย้อย และสามารถเดินชมภายในถ้ำไปสู่อีกด้านหนึ่งของถ้ำได้ ชั้นล่างเป็นถ้ำน้ำลอด ซึ่งสามารถเดินชมภายในถ้ำได้

`๏่’ ระนอง - Ranong `๏่’

`๏่’ ระนอง - Ranong `๏่’
การเดินทางทางรถยนต์
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ ระยะทาง 90 กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่านเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ถึงสี่แยกปฐมพร (ชุมพร) เลี้ยวขวาไปจนถึงจังหวัดระนอง รวมระยะทาง 568 กิโลเมตร


`๏่’ ระนอง - Ranong `๏่’
การเดินทางทางรถโดยสาร
บริษัท ขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถโดยสารปรับอากาศ และรถโดยสารธรรมดา ระหว่างกรุงเทพฯ - ระนอง ทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่ รถโดยสารธรรมดา โทร. 0 2434 5557-8 รถโดยสารปรับอากาศ โทร. 0 2435 1199 หรือ www.transport.co.th สถานีขนส่งจังหวัดระนอง โทร. 0 77811 548 และบริษัทเดินรถเอกชน คือ บริษัท โชคอนันต์ทัวร์ โทร. 0 2435 7429, 0 2433 0723 สำนักงานระนอง โทร. 0 7781 1337 และบริษัท มิตรทัวร์ โทร. 0 2281 6939, 0 2281 6949, 0 2435 5020 สำนักงานระนอง โทร. 0 7781 1150


`๏่’ ระนอง - Ranong `๏่’
การเดินทางทางเครื่องบิน
มีเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯ-ระนอง ทุกวัน สอบถามตารางบินและข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่สายการบินต่างๆ ดังนี้
- บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ไม่มีเที่ยวบินบินตรงไปจังหวัดระนอง แต่สามารถบินไปลงที่สุราษฎร์ธานี แล้วต่อรถโดยสารหรือแท็กซี่จากสุราษฎร์ธานีไประนอง ระยะทาง 219 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียด โทร. 1566, 0 2280 0060 สำนักงานสุราษฎร์ธานี โทร. 0 7727 2610, 0 7727 3710, 0 7727 3355
www.thaiairways.com
- บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (บางกอกแอร์เวย์) โทร. 0 2229 3434, 0 2229 3456-63 สำนักงานระนอง โทร. 0 7783 5096-7 www.bangkokair.com
- สายการบินพีบีแอร์ โทร. 0 2261 0220-5, 0 2535 4843-4 หรือ www.pbair.com
- สายการบินภูเก็ตแอร์ โทร. 0 2679 8999 หรือ www.phuketairlines.com

 
ภาคเหนือ

ภาคกลาง


ภาคอีสาน

ภาคตะวันออก

ภาคตะวันตก
Lakkai Cyber Network | ลักไก่ดอทคอม | ลักไก่ทัวร์ | จิ๊บจ๊อย | สยามไอยราทราเวล
CopyRight © 2002 Lakkai Cyber, All rights reserved.