ลักไก่ทัวร์
หน้าแรกลักไก่ทัวร์
โปรแกรมทัวร์
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ท่องทะเลไทย
เทศกาลทั่วไทย
บันทึกนักเดินทาง
บันทึกเปื้อนฝุ่น
ดอยสูง ภูสวย
โปสการ์ดท่องเที่ยว
พระธาตุประจำปีเกิด
โรงแรม รีสอร์ท
แผนที่ประเทศไทย
อุทยานแห่งชาติ
อุทยานประวัติศาสตร์
วนอุทยาน
unseen I
unseen II
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
  
กิจกรรม
Tips for Trip
ประเทศเพื่อนบ้าน
กัมพูชา
ลาว
เวียดนาม
พม่า
มาเลเซีย
  
ห้ามคลิก !
จ้างให้ก็คลิกไม่โดน
ไม่เชื่อก็ลองดู
 
ขอขอบคุณ
การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย และอนุสาร อสท. ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลต่างๆครับ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

 

`๏่’ พัทลุง - Phatthalung `๏่’
`๏่’ พัทลุง - Phatthalung `๏่’
" เมืองหนังโนราห์ อู่นาข้าว พราวน้ำตก แหล่งนกน้ำ ทะเลสาบ เขาอกทะลุ น้ำพุร้อน "



     พัทลุง เมืองแห่งขุนเขาอกทะลุ ที่รู้จักกันดีของภาคใต้ ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางตรัง - สงขลา อยู่ห่างจากกรุงเทพ ฯ ๘๔๐ กิโลเมตร และอยู่ห่างจากจังหวัดตรัง ๖๓ กิโลเมตร เมื่อขับรถเข้าสู่ตัวเมืองพัทลุง จะเห็นขุนเขาอกทะลุอยู่กลางเมือง เสมือนดังสัญลักษณ์ของพัทลุง ครับ


      พัทลุง เมืองที่สวยงามด้วยทะเลสาบ ซึ่งมีอาณาเขตต่อลงมา จากสงขลา เป็นเมืองที่ก่อกำเนิด การเล่นมโนราห์ และหนังตะลุง มีเนื้อที่ ๓,๔๒๔.๕ ตารางกิโลเมตร พื้นที่เป็นภูเขา ป่าและเนินสูงทางทิศตะวันตกแล้วค่อย ๆ ลาดต่ำลงทางทิศตะวันออก จนจดทะเลสาบสงขลา

แบ่งการปกครองออกเป็น ๘ อำเภอ กับ ๒ กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอเขาชัยสน อำเภอควนขนุน อำเภอปากพะยูน อำเภอกงหรา อำเภอตะโหมด อำเภอป่าบอน อำเภอศรีบรรพต กิ่งออำเภอบางแก้ว และกิ่งอำเภอป่าพะยอม


ทิศเหนือ จดนครศรีธรรมราช
ทิศใต้ จดสงขลา และสตูล
ทิศตะวันออก จดสงขลา และทะเลสาบสงขลา
ทิศตะวันตก จดตรัง



สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก
สินค้าพื้นเมืองส่วนใหญ่จะเป็นหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น ผลิตภัณฑ์เสื่อกระจูด ตำบลทะเลน้อย อำเภอควนขนุน (กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปลายตรอกร่วมใจ) ผลิตภัณฑ์หนังตะลุง อำเภอบางแก้ว ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว บ้านคอกวัว ตำบลชัยบุรี เป็นต้น นอกจากนั้นของฝากที่มีชื่อเสียงคือ กาละแม ตำบลนางลาด กล้วยฉาบ อำเภอเมือง ลูกหยีกวน อำเภอเมือง กุ้งแก้ว อำเภอปากพะยูน เป็นต้น


งานเทศกาลล่องเรือ-แลนกทะเลน้อย
เป็นงานประเพณีที่เริ่มขึ้นใหม่เมื่อปี 2541 เพื่อเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวพิเศษในปีท่องเที่ยวไทย และให้เหมาะสมกับพื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของพัทลุง มีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศเป็นระยะเวลา 1 เดือน (14 กุมภาพันธ์-15 มีนาคม) เป็นช่วงเวลาที่มีนกและธรรมชาติสวยงามที่สุด จัดบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย แต่ละวันจะมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวนั่งเรือหางยาว เที่ยวชมนก และพรรณไม้น้ำ การแสดงพื้นบ้าน การจำหน่ายสินค้าเกษตร และวิถีชีวิตของชุมชน ตลอดจนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์พื้นบ้านนานาชนิด

งานประเพณีแข่งโพนลากพระ (ชักพระ)
เป็นงานประเพณีที่จัดขึ้นในวันขึ้น 14-15 ค่ำ และวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ตรงกับเทศกาลออกพรรษาจะมีงานประเพณีลากพระหรือชักพระ ทั้งทางบกและทางน้ำ สำหรับจังหวัดพัทลุงเป็นการลากพระทางบก จะมีการตีโพน (กลอง) เพื่อควบคุมจังหวะในการลากพระ ขบวนพระลากของแต่ละวัดก็จะมีผู้ตีโพนอยู่บนขบวน เมื่อผ่านวัดต่างๆ ก็จะมีการตีโพนท้าทายกัน ทำให้มีการแข่งขันตีโพนขึ้นซึ่งมีการแข่งขันตีโพนเป็นประจำทุกปี บริเวณจัดงานอยู่ที่สนามกีฬา จังหวัดพัทลุง และหาดแสนสุขลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง กิจกรรมในงานมีการแข่งโพนจากวัดต่าง ๆ ในจังหวัดพัทลุง และจังหวัดใกล้เคียง การประกวดขบวนแห่โพน การประกวดลีลาตีโพน แสดงนาฎศิลป์ การซัดต้ม การประกวดแห่เรือพระพิธีทางศาสนา กีฬาทางน้ำที่ทะเสสาบลำปำ นิทรรศการและศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียง เช่น การทำเสื่อกระจูดและผลิตภัณฑ์กะลา

มโนราห์หรือโนรา
ศิลปะการแสดงพื้นบ้านของภาคใต้ โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุงได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของโนรา สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียภาคใต้ พร้อมกับละครชาตรี แต่ท่าร่ายรำถูกเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับวัฒนธรรมของคนแต่ละจังหวัด การร่ายรำมีท่าสำคัญ 12 ท่า การแสดงจะดูท่าร่ายรำ ฟังบทร้องซึ่งผู้แสดงจะร้องเองโดยการด้นกลอนสดหรือร้องตามบทที่แต่งไว้

ตลุง
เป็นการแสดงพื้นบ้านที่นิยมทางภาคใต้ หนังตลุงจะทำจากหนังวัวดิบตากแห้งเป็นแผ่นแข็ง ตัดเป็นตัวละครต่างๆ สลักลวดลายสวยงาม โดยมากมักจะทาสีดำทั้งตัว ตัวหนังจะมีไม้ไผ่ผ่าเพื่อหนีบตัวหนัง เรียกว่าไม้ตับ ปากและมือจะขยับได้ตามลีลาของบทบรรยาย มีคนเชิดซึ่งเป็นคนพากษ์ และวงดนตรีรวมแล้วจำนวนไม่เกิน 8 คน ประกอบด้วยเครื่องดนตรี ปี่ กลอง โพน ฆ้อง


อนุสาวรีย์พระยาทุกขราษฎร์ (ช่วย)
บริเวณสามแยกท่ามิหรา ในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง พระยาทุกขราษฎร์ (ช่วย) เดิมชื่อ "ช่วย" เป็นต้นตระกูล "สัจจะบุตร" และ "ศรีสัจจัง" ชีวิตในร่มกาสาวพัสตร์ ได้รับการแต่งตั้งเป็น "พระมหาช่วย" เป็นเจ้าอธิการวัดป่าเลไลย์ ที่วัดนี้เอง ที่พระมหาช่วยได้สร้างวีรกรรมที่ควรแก่การยกย่องเชิดชูเกียรติประวัติ และเป็นแบบอย่างแก่อนุชนสืบต่อไป โดยปลุกมหาชนชาวพัทลุงเป็นกำลังเข้าต่อต้านพม่าที่จะยกมาตีหัวเมืองพัทลุงใน "สงครามเก้าทัพ" พ.ศ.2328 เมื่อเสร็จศึกพม่าแล้ว พระยาพัทลุงคางเหล็ก (ขุน) ได้เข้ากราบบังคมทูลความดีความชอบในวีรกรรม ของพระมหาช่วยต่อสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทที่เมืองสงขลา สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทจึงโปรดให้สึกออกจากบรรพชิต แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็น "พระยาทุกขราษฎร์" ผู้ช่วยราชการเมืองพัทลุง โดยมีตำแหน่ง "พระยา" เท่าเทียมกับเจ้าเมือง

พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ
หรือที่เรียกกันว่า “พระสี่มุมเมือง” เป็นพระพุทธรูปประจำภาคใต้ และพระคู่บ้านคู่เมืองของพัทลุง ประดิษฐานอยู่ภายในศาลาจตุรมุข บริเวณด้านหน้าระหว่างศาลากลางจังหวัด กับศาลจังหวัดพัทลุง เป็นพระพุทธรูปหล่อสำริดปางสมาธิ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่ 9) โปรดเกล้าฯ พระราชทานไว้ที่จังหวัดพัทลุง เมื่อ พ.ศ. 2511

วัดถ้ำคูหาสวรรค์
ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาคูหาสวรรค์ ถนนคูหาสวรรค์ เขตเทศบาลเมืองพัทลุง ห่างจากสถานีรถไฟพัทลุงประมาณ 400 เมตร ใกล้ๆ ตัวตลาดพัทลุงมีทางเลี้ยวซ้ายมือที่เขาหัวแตก จะเป็นทางไปสู่วัดถ้ำคูหาสวรรค์ วัดนี้สร้างในสมัยอยุธยา ต่อมาได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวง แห่งแรกในจังหวัดพัทลุง ปูชนียสถานที่สำคัญประกอบด้วย

ถ้ำพระ อยู่ทางด้านตะวันตก ห่างจากพระอุโบสถประมาณ 30 เมตร เดิมชาวบ้านเรียกว่า "ถ้ำน้ำเงิน" เป็นศาสนสถานมาแต่อดีต หลักฐานสำคัญคือกรุพระพิมพ์แบบต่างๆ จำนวนมาก อายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 12-15 มีพระพุทธไสยาสน์ วัดความยาวตั้งแต่พระรัศมีจนถึงพระบาท ยาว 12 เมตร ทั้งนี้ ยังมีพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3.70 เมตร สูงประมาณ 6 เมตร ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัด สันนิษฐานว่าคงมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมามีการสร้างเพิ่มเติมจนมีทั้งสิ้น 37 องค์ ส่วนบริเวณหน้าผาเชิงถ้ำ มีอักษรพระปรมาภิไธย จ.ป.ร. ป.ป.ร. ภ.ป.ร. และอักษรพระนามาภิไธย ส.ก.

พระพุทธบาทจำลอง ตั้งอยู่บนไหล่เขาด้านบนของถ้ำพระ สูงขึ้นไปประมาณ 30 เมตร สร้างโดยนายฮวด-นางขิ้ม แซ่สอ เมื่อปี พ.ศ.2471 ตรงจุดนี้มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองพัทลุงได้

ถ้ำนางคลอด อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ นับจากประตูวัดไปทางทิศเหนือประมาณ 80 เมตร ทางวัดโดยพระภิกษุคล้าย หรือชาวบ้านเรียกว่า "พ่อท่านคล้าย" ได้ตกแต่งถ้ำให้สวยงามวิจิตรพิสดาร สามารถเดินขึ้นทางบันไดจนถึงเพดานถ้ำ มีภาพปั้นให้ชมตั้งแต่ปากถ้ำ สะท้อนให้เห็นเอกลักษณ์ของการแต่งกาย ลักษณะการลงโทษสมัยก่อน และภาพปูนปั้นแสดงออกทางพุทธปรัชญาหลายอย่าง กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2478

ภูเขาอกทะลุ
จากวัดคูหาสวรรค์มุ่งหน้าไปบนทางหลวงหมายเลข 4047 สู่สถานีรถไฟพัทลุงจะพบภูเขาอกทะลุ ตั้งตระหง่านอยู่ทางด้านตะวันออกของสถานีรถไฟ ภูเขาอกทะลุเป็นสัญญลักษณ์ของพัทลุง มีความสูงประมาณ 250 เมตร มีทางสำหรับปีนขึ้นยอดเขาเพื่อชมทิวทัศน์ของเมืองพัทลุงได้ ลักษณะพิเศษของภูเขาลูกนี้คือ มีช่องทะลุยอดภูเขาอยู่บริเวณเกือบตอนปลายของยอดเขา ซึ่งเป็นที่มาของชื่อภูเขา

ถ้ำมาลัย
อยู่ห่างจากสถานีรถไฟประมาณ 2 กิโลเมตร บนเส้นทางหลวงหมายเลข 4047 ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 7-8 จะมีทางลูกรังแยกซ้ายมือเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร ถ้ำนี้อยู่ในเทือกเขาเดียวกันกับภูเขาอกทะลุ ถูกค้นพบโดยพระธุดงค์จากภาคอีสาน ชื่อพระมาลัย จึงได้ตั้งชื่อตามชื่อของผู้ค้นพบ ภายในถ้ำมีลักษณะกว้างขวางสลับซับซ้อน มีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก และมีแอ่งน้ำใสอยู่ตอนในสุดของถ้ำ

วัดวัง
ตั้งอยู่ที่ตำบลลำปำ ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 4047 ประมาณ 6 กิโลเมตร (ใช้เส้นทางเดียวกับเขาอกทะลุและถ้ำมาลัย) เป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดพัทลุง สร้างโดยพระยาพัทลุง (ทองขาว) ในสมัยรัชกาลที่ 3 อีกทั้งเคยเป็นสถานที่ทำพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป 108 องค์ ซึ่งเรียงรายอยู่ตามระเบียงคด นอกจากนี้ยังมี พระเจดีย์ วิหาร และพระอุโบสถที่สวยงามน่าชม

วังเจ้าเมืองพัทลุง
ตั้งอยู่ใกล้กับวัดวัง เดิมเป็นที่ว่าราชการและเป็นที่พักอาศัยของเจ้าเมืองพัทลุง ปัจจุบันยังเหลืออยู่ส่วนหนึ่งคือ วังเก่า สร้างในสมัยพระยาพัทลุง (น้อย จันทโรจนวงษ์) เป็นผู้ว่าราชการ ต่อมาวังได้ตกทอดมาจนถึงนางประไพ มุตามะระ บุตรีของหลวงศรีวรฉัตร ส่วนวังในสร้างเมื่อ พ.ศ. 2432 โดยพระยาอภัยบริรักษ์จักราวิชิตพิพิธภักดี (เนตร จันทโรจนวงษ์) บุตรชายของพระยาพัทลุงซึ่งเป็นผู้ว่าราชการ ปัจจุบันทายาทตระกูล “จันทโรจนวงษ์” ได้มอบวังนี้ให้เป็นสมบัติของชาติ โดยกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียน เป็นโบราณสถานแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ. 2526

หาดแสนสุขลำปำ
อยู่เลยวัดวังไปตามทางหลวงหมายเลข 4047 อีกประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นหาดทรายที่มีทิวสนร่มรื่นริมฝั่งทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย มีศาลากลางน้ำ ชื่อ “ศาลาลำปำที่รัก” สำหรับชมทิวทัศน์บริเวณทะเลสาบ และจากบริเวณชายหาดมีสะพานเชื่อมไปยังเกาะลอย ซึ่งเป็นเกาะที่เกิดจากการทับถมของตะกอนปากน้ำลำปำ มีร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม

น้ำตกบ้านโตน
ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลลำสินธุ์ อำเภอเมืองพัทลุง เดินทางจากตัวเมืองถึงได้โดย ไปตามทางหมายเลข 4 ประมาณ 18 กิโลเมตร มีทางแยกถนนสายคลองหมวยบ้านกงหรา ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร จะถึงทางแยกบ้านโตน ต่อไปทางทิศตะวันตกประมาณ 5 กิโลเมตร ก็ถึงน้ำตก ทางน้ำไหลเป็นชั้นๆ ลดหลั่นลงมา

น้ำตกเขาคราม
ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 6 ตำบลบ้านนา อำเภอเมืองพัทลุง ไปถึงได้โดยจากตัวเมืองพัทลุง ไปตามทางหลวงหมายเลข 4 ถึงบ้านต้นไทร ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร มีทางแยกตามถนนสายต้นไทรประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงบ้านเขาคราม มีถนนถึงน้ำตกอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ก็ถึงน้ำตก

ถ้ำสุมโน
ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านนา อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามถนนสายพัทลุง-ตรัง ประมาณ 21 กิโลเมตร มีรถประจำทางวิ่งผ่าน ตัวถ้ำอยู่ห่างจากถนนประมาณ 500 เมตร เป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย และมีห้องโถงกว้างขวางใหญ่โต ร่มเย็นสวยงามวิจิตรตระการตาตามธรรมชาติ ถ้ำมีสองชั้น คือชั้นแรกเสมอกับพื้นราบและชั้นใต้ดิน ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปปางต่างๆ ประดิษฐานอยู่หลายองค์ นอกจากนี้ถ้ำสุมโนยังเป็นที่วิปัสสนาของผู้ที่แสวงหาธรรมะ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบความสงบและรักธรรมชาติ

อุทยานนกน้ำทะเลน้อย
เป็นอุทยานนกน้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4048 จากอำเภอเมืองพัทลุง-อำเภอควนขนุข ไปสุดที่ทะเลน้อย รวมระยะทางประมาณ 32 กิโลเมตร ทางราดยางตลอดทั้งสาย เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า มีพื้นที่ประมาณ 281,250 ไร่ โดยมีพื้นน้ำประมาณ 17,500 ไร่ อยู่บริเวณเหนือสุดของทะเลสาบสงขลา ทะเลน้อยเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีนกอยู่มากมายกว่า 150 ชนิด จำนวนไม่ต่ำกว่า 100,000 ตัว นกที่มีมากได้แก่ นกอีโก้ง นกพริก นกเป็ดแดง นกเป็ดคับแค นกเป็ดผี นกกาบบัว นกอีล้ำ นกอีลุ้ม นกกะปูด นกนางนวล นกนางแอ่น นกยางเฟีย นกอัญชัญ นกกระสาแดง นกกระสานวล อีกา เหยี่ยวต่างๆ ฤดูกาลที่เหมาะที่สุดสำหรับการไปดูนก คือช่วงเดือนธันวาคมถึงเมษายน

นอกจากนกน้ำต่างๆ แล้ว ในทะเลน้อยยังมีพันธุ์ไม้หลายชนิด เช่น ย่านลิเภา จูดหนู แขม กก สามเหลี่ยม กง ลาโพ จูด บัวหลวง บัวสายแดง บา จอกหูหนู ผักตบชวา และสาหร่ายต่างๆ

นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือไปชมนกได้จากท่าเรือทะเลน้อยและใกล้ที่ทำการอุทยานฯ มีเรือนพักไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย โดยอยู่ในความดูแลของอุทยานฯ ติดต่อสอบถามรายละเอียด ได้ที่ กรมป่าไม้ กรุงเทพฯ โทร. 579-7223, 579-5734

นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางไปได้โดยทางเรือและทางรถไฟอีกด้วย โดยทางเรือนั้นสามารถเดินทางจากอำเภอต่างๆ ซึ่งอยู่ริมทะเลสาบ เช่น อำเภอระโนด อำเภอสะทิงพระ และอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา อำเภอปากพะยูน อำเภอควนขนุนและอำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ส่วนทางรถไฟไปลงรถไฟที่สถานีปากคลอง จากนั้นต่อรถยนต์ไปทะเลน้อยอีก 8 กิโลเมตร

บ่อน้ำร้อนธารน้ำเย็น
จากตัวจังหวัดไปทางใต้ ตามทางหลวงหมายเลข 4 ประมาณ 25 กิโลเมตร เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 47 (บ้านท่านางพรหม) จะมีทางแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4081 ไปอำเภอเขาชัยสน ประมาณ 6 กิโลเมตร บริเวณถนนสุขาภิบาล ซอย 2 ติดที่ว่าการอำเภอเขาชัยสน จะมีทางลูกรัง แยกขวามือเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ก็ถึงหน้าผาเชิงเขาชัยสน อันเป็นที่ตั้งของบ่อน้ำเย็นแต่งเป็นสวนพักผ่อน เลยไปอีก 300 เมตร เป็นวัดบ่อน้ำร้อน ลักษณะเป็นแอ่งน้ำร้อน เชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ใช้รักษาโรคบางอย่างได้

วัดเขียนบางแก้ว หรือ วัดเขียน
ตั้งอยู่บ้านบางแก้ว หมู่ที่ 4 ตำบลจองถนน อำเภอเขาชัยสน อยู่บนทางหลวงหมายเลข 4081 เลยอำเภอเขาชัยสนไปประมาณ 7 กิโลเมตร ในเขตบ้านบางแก้ว ตรงกิโลเมตรที่ 14 พอดี จะมีทางเข้าอยู่ซ้ายมือ นับเป็นโบราณสถานที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัด จากตำนานพื้นบ้าน เพลงนางเลือดขาวและหนังพระกัลปนา วัดหัวเมืองลุงใยสมัยกรุงศรีอยุธยา ทำให้สันนิษฐานได้ว่า วัดเขียนบางแก้วสร้างมาในสมัยเดียวกับการสร้างเมืองพัทลุงที่บางแก้ว

สมัยศรีวิชัย ประมาณปี พ.ศ.1482 ในบริเวณวัดมีพระมหาธาตุเจดีย์ ก่อด้วยอิฐความสูงถึงยอด 22 เมตร ภายในวัดยังมีโบราณสถาน โบราณวัตถุที่มีคุณค่าจำนวนมาก ได้แก่ เจดีย์สี่มุมของมหาธาตุ เจดีย์ ระเบียง หรือวิหารคด ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย จำนวน 24 องค์ พระอุโบสถด้านหน้าพระมหาธาตุเจดีย์ พัทธเสมาหินทรายแดง ธรรมศาลา ซากปรักหักพังของโบสถ์พราหมณ์ หรือเทวสถาน วิหารถือน้ำพิพัฒน์สัตยา พระแก้วคุลาศรีมหาโพธิ์ พระพุทธรูปสองพี่น้อง และสถานที่สำคัญในพื้นที่บริเวณวัดและโคกเมือง รวมทั้งพื้นที่บริเวณใกล้เคียง มีการค้นพบโบราณวัตถุประเภทเครื่องปั้นดินเผา เช่น ถ้วยชามจีน เครื่องเคลือบสังคโลกสมัยอยุธยา เหรียญทองคำอาหรับ ศิลาจารึกอักษรขอม ขวานหินขัด เครื่องมือเครื่องใช้พื้นเมืองจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสภาพของสังคมและความเจริญของชุมชนได้เป็นอย่างดี

ความเจริญของวัดเขียนบางแก้ว เริ่มชะงักงัน และกลายเป็นวัดร้างเมื่อเสียกรุงครั้งที่ 2 พ.ศ.2310 ได้รับความสนใจบูรณะใหม่ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันทางวัดได้จัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งจัดระบบการแสดงศิลปะโบราณ โดยการออกแบบของกรมศิลปากร ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมหรือศึกษาได้ตลอดเวลา

แหลมจองถนน
ตั้งอยู่ที่ตำบลจองถนน จากตัวเมืองพัทลุงไปตามเส้นทางสายเพชรเกษม เลี้ยวซ้ายผ่านอำเภอเขาชัยสนไปอีกประมาณ 12 กิโลเมตร รวมระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 39 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านชาวประมง อยู่บนเนินดินและลาดชันลงไปยังชายหาดทะเลสาบสงขลา ซึ่งมีสภาพเป็นน้ำกร่อยและสามารถมองเห็นทิวทัศน์ เกาะแก่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดี มีร้านอาหารและเครื่องดื่มจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวทุกวัน

เกาะสี่ เกาะห้า
อยู่ในเขตทะเลสาบสงขลา-พัทลุง ท้องที่อำเภอปากพะยูน การเดินทางสามารถเดินทางได้จากท่าเรือตำบลลำปำ หรือท่าเรืออำเภอปากพะยูน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เกาะแห่งนี้เป็นที่อยู่ของนกนางแอ่นทะเลเป็นจำนวนมาก จึงถูกเรียกว่า “เกาะรังนก” และมีการขอสัมปทานเพื่อนำรังนกเหล่านี้ไปจำหน่าย เกาะรังนกนี้เป็นเกาะที่มีความงดงามมากแห่งหนึ่งของจังหวัดพัทลุง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสและทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อไว้ ณ บริเวณหน้าผา การเข้าชมเกาะขออนุญาตได้จากบริษัท สัมปทานรังนก อำเภอปากพะยูน

น้ำตกไร่เหนือ
อยู่ในเขตบ้านไร่เหนือ หมู่ 4 ตำบลกงหรา สามารถเดินทางถึงได้โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 อยู่ห่างจากตัวเมือง 18 กิโลเมตร แล้วแยกเข้าเส้นทางสายคลองหมวย-บ้านกงหราไปอีก 17 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตก ลักษณะของน้ำตก มีชั้นค่อนข้างสูง ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆ มองดูคล้ายผ้าพลิ้วตามสายลม จึงได้ชื่ออีกอย่างว่า “น้ำปลิว”

น้ำตกไพรวัลย์
ตั้งอยู่ในหน่วยพิทักษ์ป่าบ้านพูด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ตำบลคลองเฉลิม เส้นทางเข้าชมใช้เส้นทางจากบ้านคลองหมวย ไปตามถนนตำบลลำสินธุ์-บ้านกงหรา (ทางหลวงหมายเลข 4122) ประมาณ 20 กิโลเมตร ทางเข้าน้ำตกอยู่ทางทิศตะวันตก เป็นทางลูกรังระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีความงดงามตามธรรมชาติ เงียบสงบ และร่มเย็น อุดมไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด บริเวณน้ำตกมีลานจอดรถและร้านอาหารไว้บริการด้วย

น้ำตกตะโหมด
หรือน้ำตกหม่อมจุ้ย อยู่ห่างจากตัวอำเภอ 12 กิโลเมตร การเดินทางใช้เส้นทางหมายเลข 4121 และต่อด้วยเส้นทางหมายเลข 4137 (อยู่ทางตอนใต้ของเมืองพัทลุง) แยกจากทางหลวงหมายเลข 4 เข้าไปจนถึงวัดตะโหมด น้ำตกจะอยู่ในบริเวณหน่วยพิทักษ์สัตว์ป่าตะโหมด ซึ่งอยู่เลยวัดตะโหมดไป 4-5 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่อยู่ท่ามกลางป่าที่ร่มรื่น ลักษณะของน้ำตกจะแบ่งเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นมีชื่อต่างกัน มีแอ่งน้ำสามารถเล่นน้ำได้ มีลานกว้างเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ

อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า
ตั้งอยู่ที่บ้านในวัง ตำบลเขาปู่ อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 37 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางหมายเลข 41 ไปอำเภอควนขนุน แล้วไปแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4164 สู่อำเภอศรีบรรพต เข้าไปประมาณ 17 กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายไปอีก 4 กิโลเมตร ก็ถึงที่ทำการอุทยานฯ ซึ่งมีสภาพเป็นป่าร่มรื่น มีเนื้อที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 433,750 ไร่ หรือ 694 ตารางกิโลเมตร

นอกจากนี้ ในบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ยังมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นศูนย์จัดนิทรรศการขนาดย่อม สำหรับให้ความรู้ความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชม ซึ่งทางอุทยานฯได้จัดแสดงนิทรรศการภาพประกอบคำบรรยายไว้ พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยอธิบายให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว มีห้องสำหรับจัดประชุมและสัมมนา ขนาดจุได้ประมาณ 30 คน และในบริเวณใกล้เคียงกัน ทางอุทยานฯ ได้จัดสถานที่สำหรับกางเต็นท์ได้ประมาณ 50 หลัง ติดต่อขออนุญาตค้างแรมได้โดยตรง ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า หมู่ที่ 9 ตำบลเขาปู่ อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง 93000

ทางเดินชมธรรมชาติ เป็นทางสำหรับเดินชมธรรมชาติ อยู่ในบริเวณที่ทำการอุทยานฯ มี 2 เส้นทาง แต่ละเส้นทางมีความกว้างประมาณ 3 เมตร เหมาะสำหรับเดินชมธรรมชาติเพื่อเป็นการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพรรณไม้ และเพื่อความเพลิดเพลินได้

ถ้ำมัจฉาปลาวน
อยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย แลดูสวยงามดั่งหลืบม่าน มีแอ่งน้ำกว้างประมาณ 400 ตารางเมตร และมีฝูงปลาว่ายวนไปมาอยู่ในแอ่ง แอ่งน้ำนี้เกิดจากต้นน้ำซึ่งไหลผ่านทะลุเขาในวัง หน้าถ้ำเป็นผาหินสีนิล และร่มรื่นด้วยพรรณไม้นานาชนิด

น้ำตกเหรียงทอง
อยู่ห่างจากชุมชนตลาดเขาปู่ ประมาณ 3 กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาบรรทัดและเทือกเขานครศรีธรรมราช และได้รับการขนานนามว่า “น้ำตกร้อยชั้น” ชั้นที่สวยงามที่สุดคือ ชั้นที่ 13 ซึ่งมีจุดชมวิวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ ทะเลน้อยและเขาปู่-เขาย่าได้

จุดชมวิวผาผึ้ง
อยู่ห่างจากที่ทำการกลางประมาณ 250 เมตร จุดเด่นของผาผึ้งคือ ในราวประมาณเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ของทุกปี จะมีผึ้งหลวงมาทำรังนับเป็นร้อยรังบริเวณหน้าผา และเมื่อถึงฤดูฝนผึ้งเหล่านี้ก็จะทิ้งรังปล่อยให้เป็นรังร้าง ซึ่งจะเป็นเช่นนี้ทุกปี

คลองหูแร่
ตั้งอยู่ที่ตำบลท่ามะเดื่อ โดยห่างจากตัวเมืองพัทลุงประมาณ 33 กิโลเมตร ใช้เส้นทางสายเพชรเกษมไปประมาณ 20 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสายเขาชัยสน-จงเก (หมายเลข 4081) และเลี้ยวขวาบริเวณหน้าที่ทำการอำเภอเขาชัยสนไปตามถนนลูกรังอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ก็จะถึงแหล่งท่องเที่ยวและบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอ จะมีรถจักรยานยนต์รับจ้างไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวด้วย คลองหูแร่ มีสภาพเป็นคลองขนาดใหญ่ น้ำใสสะอาด พื้นคลองเป็นทรายและโขดหิน บริเวณน้ำลึก เหมาะแก่การพักผ่อนหรือลงเล่นน้ำ มีเพิงและร้านอาหารไว้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย

ทางเดินชมธรรมชาติ
เป็นทางเดินสำหรับชมธรรมชาติ อยู่ในบริเวณที่ทำการอุทยานฯ มี 2 เส้นทาง เหมาะสำหรับเดินชมธรรมชาติเพื่อเป็นการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพันธ์ไม้
นอกจากนี้ ในบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ยังมีศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นศูนย์จัดนิทรรศการขนาดย่อม สำหรับให้ความรู้ความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมชม ซึ่งทางอุทยานฯได้จัดแสดงนิทรรศการภาพประกอบคำบรรยายไว้ พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยอธิบายให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว มีห้องสำหรับจัดประชุมและสัมมนา ขนาดบรรจุได้ประมาณ 30 คน และในบริเวณใกล้เคียงกัน ทางอุทยานฯ ได้จัดสถานที่สำหรับกางเต้นท์ได้ประมาณ 50 หลัง ติดต่อขออนุญาตค้างแรมได้โดยตรง ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า หมู่ที่ 9 ตำบลเขาปู่ อำเภอศรีบรรพต จังหวัดพัทลุง 93000 โทร (074) 619655

`๏่’ พัทลุง - Phatthalung `๏่’

`๏่’ พัทลุง - Phatthalung `๏่’
การเดินทางทางรถยนต์
จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ 3 เส้นทาง คือ
เส้นทางที่ 1 ตามทางหลวงหมายเลข 4 ถึงชุมพร (สี่แยกปฐมพร) แยกเข้าระนอง พังงา กระบี่ ตรัง จนถึงพัทลุง ระยะทางประมาณ 1,140 กิโลเมตร
เส้นทางที่ 2 ตามทางหลวงหมายเลข 4 ถึงชุมพร ให้เข้าทางหลวงหมายเลข 41 จนถึงจังหวัดพัทลุง ระยะทาง 840 กิโลเมตร
เส้นทางที่ 3 ตามทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 403 จากนั้นจึงเข้าทางหลวงหมายเลข 41 ที่ชุมทางเขาชุมทอง จนถึงพัทลุง


`๏่’ พัทลุง - Phatthalung `๏่’
การเดินทางทางรถโดยสาร
บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการเดินรถกรุงเทพฯ – พัทลุง ทุกวัน มีรถออกที่สถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 2434 5557-8, 0 2435 1199, 0 2435 1200 www.transport.co.th


`๏่’ พัทลุง - Phatthalung `๏่’
การเดินทางทางรถไฟ
การรถไฟแห่งประเทศไทย มีรถไฟผ่านอำเภอเมือง อำเภอควนขนุน อำเภอเขาชัยสน อำเภอปากพะยูน อำเภอป่าบอน อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง รายละเอียดสอบถาม โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 สถานีรถไฟพัทลุง โทร. 0 7461 3106 www.railway.co.th


`๏่’ พัทลุง - Phatthalung `๏่’
การเดินทางทางเครื่องบิน
จังหวัดพัทลุงไม่มีสนามบิน นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-ตรังหรือ กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ จังหวัดสงขลาและ ต่อรถโดยสารไปพัทลุง

 
ภาคเหนือ

ภาคกลาง


ภาคอีสาน

ภาคตะวันออก

ภาคตะวันตก
Lakkai Cyber Network | ลักไก่ดอทคอม | ลักไก่ทัวร์ | จิ๊บจ๊อย | สยามไอยราทราเวล
CopyRight © 2002 Lakkai Cyber, All rights reserved.