`๏่’ นครศรีธรรมราช - Nakhonsithammarat `๏่’
`๏่’ นครศรีธรรมราช - Nakhonsithammarat `๏่’

" เมืองประวัติศาสตร์ พระธาตุทองคำ ชื่นฉ่ำธรรมชาติ
แร่ธาตุอุดม เครื่องถมสามกษัตริย์ มากวัดมากศิลป์ ครบสิ้นกุ้งปู "


     นครศรีธรรมราช เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของภาค ใต้ มีประวัติความเป็นมาที่ยิ่งใหญ่กว่าเมืองใด ๆ ในภาคใต้ ในฐานะที่เคยเป็น เมืองเจ้าพระยามหานคร มีเมืองใหญ่น้อย ขึ้นอยู่กับเมืองนครศรีธรรมราช เป็นศูนย์กลางทางพุทธ ศาสนาในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย


     นครศรีธรรมราชอยู่ห่าง จากกรุงเทพฯโดยทางรถไฟ 832 กิโลเมตร และ 780 กิโลเมตรโดยทางรถยนต์ มีพื้นที่ 9,942.5 ตารางกิโลเมตร ทางด้านทิศตะวันตก เป็นที่ราบสูง มีภูเขาและป่าใหญ่ซึ่ง ลาดต่ำไปทาง ทิศตะวันออกจนเป็นที่ราบจดชายฝั่งอ่าวไทย อาณาเขตทิศเหนือจดสุราษฎร์ธานี ทิศใต้จดตรัง พัทลุงและ สงขลา ทิศตะวันตกจดกระบี่ แบ่งการปกครอง ออกเป็นหลายอำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอชะอวด อำเภอฉวาง อำเภอ เชียรใหญ่ อำเภอหัวไทร อำเภอขนอม อำเภอลานสะกา อำเภอปากพนัง อำเภอพิปูน อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอสิชล อำเภอท่าศาลา อำเภอทุ่งสง อำเภอทุ่งใหญ่ อำเภอนาบอน อำเภอพรหมคีรี อำเภอบางขัน อำเภอจุฬาภรณ์ กิ่งอำเภอถ้ำพรรณรา กิ่งอำเภอนบพิตำ และกิ่งอำเภอพระพรหม มีแม่น้ำสำคัญ 4 สาย คือ แม่น้ำตาปี ปากพนัง ปากพูน และแม่น้ำนครศรีธรรมราช


เครื่องถมนคร
เป็นหัตถกรรมสำคัญของนครศรีธรรมราชที่มีชื่อเสียง และ เป็นที่รู้จักแพร่หลายมาแต่อดีต เครื่องถมเมืองนครฯ มี 2 ชนิด คือ ถมดำซึ่งจะมีลวดลายเป็นสีขาว พื้นเป็นสี ดำและถมทองหรือถมทาทอง ซึ่งจะมีลวดลายเป็นสีทอง พื้นเป็นสีดำ ปัจจุบันมี การสอนการทำหัตถกรรมเครื่องถมที่วิทยาลัยศิลปหัตถกรรมนครศรีธรรมราช สังกัดกรมอาชีวศึกษา เครื่องถมนครที่ได้รับความนิยมจนปัจจุบันเนื่องจากยังรักษาคุณภาพไว้ได้ ลวดลายต่างๆ ยังสลักด้วยมือ น้ำยาถมนครก็มีสีดำสนิทเป็นเงา สินค้าเครื่องถม ได้แก่ แหวน ล็อกเกต กำไล ขัน พาน ถาด ซึ่งเป็นการทำโดยใช้มือทั้งสิ้น บริเวณที่ มีเครื่องถมขายมากปัจจุบันคือ ถนนท่าช้าง หลังสนามหน้าเมืองบริเวณวัดพระ มหาธาตุวรมหาวิหาร เทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช และในบริเวณตลาดท่าวัง


เครื่องทองเหลือง
ที่หมู่บ้านไทยอิสลามสวนมะพร้าวหลังวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ปัจจุบันมีผลิตกระบอกรีดเส้นขนมจีนอย่างเดียว สร้อยนะโม สร้อยเงิน และสร้อยสามกษัตริย์
เป็นงานที่ตกทอดกันมาช้านานด้านฝีมือ ช่างเงินของชาวนครศรีธรรมราช ที่ประดิษฐ์ถักร้อยสร้อยนานาชนิด มีทั้งเงิน ทอง และสามกษัตริย์ (คือ เงิน ทอง นาก) มีศูนย์รวมอยู่ที่บริเวณถนนท่าช้าง หลังสนามหน้าเมือง

หนังตะลุง
การแกะหนังตะลุง เป็นศิลปหัตถกรรมที่ควบคู่กับการเล่นหนังตะลุงของ ภาคใต้ ตัวหนังตะลุงของไทยได้ดัดแปลงแก้ไขรูปร่างตัวหนังตะลุงของชวา ให้เป็นศิลปะตามแบบของไทย มือเท้าของตัวหนังสามารถเคลื่อนไหวได้ขณะเชิด
หนังที่ใช้แกะทำหนังตะลุง จะใช้หนังลูกวัวหรือหนังแพะดิบ วิธีแกะจะใช้สิ่ว ขนาดต่างๆ ตอกสลักตามลวดลายที่ได้รับการออกแบบไว้แล้ว ราคาหนังตะลุงแต่ ละตัวจะต่างกันขึ้นอยู่กับความประณีตของงานและขนาดของตัวหนัง ปัจจุบันหนัง ตะลุงเป็นสินค้าเอกลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของนครศรีธรรมราช และพัทลุง โดย เฉพาะในตัวเมืองนครฯ มีร้านแกะสลักและจำหน่ายตัวหนังตะลุงมากมาย แต่ที่มี จอสาธิตและสามารถแสดงการเล่นหนังตะลุงให้ชมด้วยมีอยู่ที่บ้านหนังนายสุชาติ ทรัพย์สิน ถนนศรีธรรมโศก ซอย 3

เครื่องใช้ย่านลิเภา
การทำเครื่องใช้ด้วยย่านลิเภา เป็นศิลปหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงอีกอย่างหนึ่งของ ปักษ์ใต้ โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นงานฝีมือที่มีมานานมากกว่า 100 ปี และในปัจจุบันมีการฟื้นฟูกันขึ้นมาจนได้รับความนิยมอีกครั้งหนึ่ง ย่านนิเภา หรือย่านลิเภา บางท้องถิ่นเรียกว่า ย่านยายเภา หรือย่านเภา หรือย่าน ลำเภา เป็นพืชเถาที่ขึ้นในที่ดอน ชอบขึ้นปะปนเลื้อยเกาะกับพืชอื่น ลำต้นเหนียว มี ความทนทาน ชาวบ้านจึงนำมาสาน เป็นเครื่องใช้สอยแทนหวาย เช่น กระเป๋าถือ กล่องยาเส้น ปั้นชา เป็นต้น บางชิ้นจะมีการเลี่ยมนาก เงิน ถม ทอง หรือทอง การ สานผลิตภัณฑ์ย่านลิเภาแต่ละชิ้นจะใช้เวลาราว 10 วัน จนถึงแรมเดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่ กับความละเอียดของลวดลายและความประณีต แหล่งผลิตสิ่งของจากย่านลิเภา ได้แก่ ศูนย์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านนครศรี ธรรมราช บ้านหมาน ตำบลท่าเรือ อำเภอเมือง และที่ครอบครัวทหารในค่าย วชิราวุธ

พัดใบกะพ้อ
อยู่ที่หมู่บ้านอำเภอร่อนพิบูลย์ ทำพัดใบกะพ้อส่งจำหน่ายทั่วทั้งประเทศ เป็น หัตถกรรมที่มีชื่อเสียงอีกอย่างหนึ่งของจังหวัด

ผ้ายกนคร
เป็นผ้าทอที่มีชื่อเสียงของนครศรีธรรมราชตั้งแต่สมัยกรุงรัตน โกสินทร์ตอนต้น ผ้ายกนครทอได้หลายชนิด แต่ละชนิดมีดอกและลวดลายของ ตัวเอง เช่น ผ้าตก ผ้าเก้ากี่ ผ้าราชวัต ผ้าห่ม เป็นต้น แหล่งทอผ้าที่มีชื่อเสียง ได้แก่ บ้านนาสาร บ้านม่วงขาว บ้านมะม่วงสองต้น และในตัวเมืองนครฯ ปัจจุบันผ้ายกนครได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ และใช้วัตถุการทอเป็นด้าย หรือฝ้าย ธรรมดาคล้ายกับผ้าทอพื้นเมืองของท้องถิ่นทั่วไป แต่มีลวดลายยกดอกแบบโบราณ


ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ
เป็นประเพณีที่เกิดจากความเชื่อของชาวนครศรีธรรมราชที่ว่า ถ้าจะทำบุญ ให้ได้บุญจริง ๆ ต้องทำบุญต่อพระพุทธองค์ หรือใกล้ชิดพระพุทธองค์มาก ที่สุด พระบรมธาตุเจดีย์จึงเป็นเสมือนตัวแทนขององค์พระพุทธเจ้า เพราะ ว่าภายในพระเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ ประชาชนจึง ร่วมใจกันนำผ้าแถบซึ่งมีอยู่ 3 สี ได้แก่ สีขาว สีแดง สีเหลือง มีความยาวนับ ร้อยเมตร ส่วนมากนิยมสีขาว เนื่องจากสามารถเขียนเรื่องราวพุทธประวัติ ได้ชัดเจน เรียกว่า "ผ้าพระบฏ" และจัดเป็นขบวน โดยให้ผู้ร่วมขบวนถือผ้า ที่คลี่ไปตามความยาว ไปพันรอบฐานองค์พระบรมธาตุหลังจากเวียนประ ทักษิณครบ 3 รอบแล้ว ประเพณีนี้จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง คือ ในวันมาฆบูชา วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งจะมีพิธีกวนข้าวมธุปายาสในวัดมหาธาตุด้วย และในวันวิสาขบูชา คือในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งตรงกับวันสมโภชพระบรมธาตุ

ประเพณีชักพระ ลากพระ
เป็นวัฒนธรรมของอินเดียที่สืบต่อกันมาในดินแดนนี้ เพื่อเป็นการแสดง ความยินดี ที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากโปรดพระพุทธมารดา และจำ พรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จึงอัญเชิญขึ้นประทับบนบุษบกที่เตรียมไว้ แล้วแห่ไปยังที่ประทับ ซึ่งตรงกับวันออกพรรษาคือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ในปัจจุบันก่อนวันงานประมาณ 7 วัน จะมีการตีกลอง (โพน) และรัวกรับ เรียกว่า "การคุมพระ" และตกแต่งบุษบก สำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปางอุ้มบาตร แล้วแห่แหนทั้งทางบก ซึ่งเรียกว่า "ลากพระบก" และทางน้ำ เรียกว่า "ลากพระน้ำ" การลากพระนิยมทำกันในวันออก พรรษาเพียงวันเดียว โดยลากออกจากวัดเวลาเช้าตรู่ไปชุมนุมกันที่โรงเรียน เบญจมราชูทิศ และกลับในเวลาเย็น มีการทำบุญตักบาตร และในโอกาส เดียวกันนี้ได้มีกิจกรรมเกิดขึ้นหลายอย่าง ได้แก่ การประกวดเรือพระ การแข่งพายเรือ การเล่นเพลงเรือ การแข่งขันตีโพน และการซัดต้ม

งานเทศกาลมังคุดหวาน
เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลไม้ต่างๆ ของจังหวัด โดยเฉพาะมังคุดซึ่ง ปลูกกันมากตามอำเภอต่างๆ คำว่า "มังคุดคัด" คือ การนำเอามังคุดดิบที่ได้ คัดขนาดไว้แล้ว มาคัด (ปอก) เอาเปลือกออกโดยที่เนื้อเยื่อมังคุดยัง ขาวสะอาดอยู่ รสชาติของมังคุด จะหวานอมเปรี้ยว นำมาเสียบไม้วางขาย ทั่วไปในตัวเมือง นอกจากจะเป็นการเผยแพร่ ผลไม้สำคัญที่ได้ชื่อว่าเป็น "ราชินีแห่งผลไม้ เมืองร้อน" แล้วยังเป็นการเผยแพร่ศิลปกรรม ของชาวเมืองนครฯ อีกด้วย เช่น การจักสานย่านลิเพา การทำเครื่องถม ช่วงเวลาของการจัดงานจะอยู่ ระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึงเดือนสิงหาคม

ประเพณีบุญสารทเดือนสิบ
เป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดนครศรีธรรมราช จัดขึ้นระหว่าง วันแรม 13-15 ค่ำ เดือน 10 (ตุลาคม) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความ ยินดี ที่ได้รับผลผลิตจากการเพาะปลูกในรอบปี จากนั้นจึงนำพืชผลที่ได้นี้มา ถวายแด่พระสงฆ์ เป็นการบำรุงพระพุทธศาสนาด้วยการถวายอาหาร พร้อมทั้งอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษ ญาติมิตรผู้ล่วงลับ และเพื่อเป็นสิริ มงคลแก่เรือกสวนไร่นา แก่ตนเองและครอบครัว เริ่มจากวันแรม 13 ค่ำ ซึ่งเป็น "วันจ่าย" คือ วันออกจับจ่ายซื้อของที่จำเป็น ในการจัดตกแต่ง "หมรับ" (สำรับอาหารคาวหวาน ผลไม้และของแห้ง) จากนั้นในวันแรม 14 ค่ำ เป็นวัน "ยกหมรับ" คือ การยกหมรับไปถวายแด่ พระสงฆ์ที่วัดและมีการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ ส่วนในวันแรม 15 ค่ำ ประชาชนจะนำอาหารไปถวายพระสงฆ์อีกครั้งหนึ่ง เพื่อทำบุญฉลอง "หมรับ" ที่จัดไป วันนี้เรียกว่า "วันหลองหมรับ" (วันฉลองหมรับ) ถือว่า เป็นวันหมรับใหญ่ มีการทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ สำหรับหมรับในปัจจุบันนี้ ได้มีการจัดตกแต่ง ให้สวยงามมากขึ้น โดยมีองค์ ประกอบครบถ้วนตามแบบโบราณ มีการประกวดหมรับที่บริเวณศาลา ประดู่หกด้วย และมีขบวนแห่หมรับ ที่สวยงามตลอดแนว ถนนราชดำเนิน บริเวณสนามหน้าเมือง ในวันแรม 14 ค่ำ รวมทั้งกิจกรรมเสริมอื่น ๆ ได้แก่ การออกร้านจำหน่ายสินค้า นิทรรศการให้ความรู้ทางศาสนา การเกษตร ประกวดหัตถกรรม แข่งขันกีฬา และประกวดนางสาวนครศรีธรรมราช


พระพุทธสิหิงค์
ประดิษฐานอยู่ ณ หอพระพุทธสิหิงค์ ตั้งอยู่ระหว่างศาลากลางจังหวัด และศาลจังหวัด แต่เดิมเป็นหอพระประจำวัง ของเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช อยู่ในบริเวณที่ตั้ง วังเดิมของเจ้าพระยานคร (น้อย) พระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูป คู่บ้านคู่เมือง ที่ชาวไทยสักการะบูชา มาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล และมีอยู่หลายองค์ด้วยกัน กระจายไปตาม จังหวัดต่างๆ แต่ที่ถือว่าเป็นองค์แท้จริงมีเพียงสามองค์ คือ องค์แรกประดิษฐาน ณ พระที่นั่ง พุทไธสวรรค์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร องค์ที่สองประดิษฐาน ณ วิหารลายคำ วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงใหม่ และองค์ที่สามประดิษฐาน ณ หอพระพุทธสิหิงค์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ตามประวัติกล่าวว่าจำลองมาจากองค์ที่อัญเชิญมาจากลังกา เพื่อไปประดิษฐานที่กรุงสุโขทัย เมื่อประมาณ พ.ศ. 1845-1941 ออกจากพระพุทธสิหิงค์แล้ว ยังมีพระพุทธรูปปูนปั้นองค์ใหญ่ ศิลปะสมัยอยุธยาประทับนั่งอยู่ ชาวนครเรียกว่า “พระเงิน” และด้านหลังของหอ เป็นที่เก็บอัฐิเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ในสกุล ณ นคร

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนิน ตำบลในเมือง มีเนื้อที่ 25 ไร่ 2 งาน วัดพระมหาธาตุ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชั้นวรมหาวิหาร เดิมชื่อวัดพระบรมธาตุ ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศ จดทะเบียนวัดพระมหาธาตุเป็นโบราณสถาน นับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุด แห่งหนึ่งของภาคใต้ ตามตำนานกล่าวว่า สร้างเมื่อปี พ.ศ. 854 สร้างมามากกว่า 1,500 ปี มีศิลปะการก่อสร้างแบบศรีวิชัย โดยเจ้าชายธนกุมาร และพระนางเหมชาลาและบาคู (นักบวช) ชาวลังกา เป็นผู้นำเสด็จพระบรมธาตุมาประดิษฐาน ณ หาดทรายแก้วและสร้างเจดีย์องค์เล็กๆ เพื่อเป็นที่หมายไว้ ต่อมาปี พ.ศ. 1093 พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช (พระเจ้าจันทรภาณุ) ได้ทำการสร้างเมืองนครศรีธรรมราช ขึ้นพร้อมการก่อสร้างเจดีย์ ขึ้นใหม่เป็นทรงศาญจิ และในปี พ.ศ. 1770 พระองค์จึงได้ รับเอาพระภิกษุ จากลังกามาตั้งคณะสงฆ์ และบูรณะพระบรมธาตุเจดีย์ ให้เป็นไปตามแบบ สถาปัตยกรรมทรงลังกา อันเป็นแบบที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันคือ เป็นทรงระฆังคว่ำ หรือโอคว่ำ มีปล้องไฉน 52 ปล้อง รอบพระมหาธาตุมีเจดีย์ 158 องค์ สูงจากฐานถึงยอด 37 วา 2 ศอก ยอดสุดของปล้องไฉนหุ้มทองคำเหลืองอร่าม สูง 6 วา 1 ศอก แผ่เป็นแผ่นหนาเท่าใบลานหุ้มไว้ น้ำหนัก 800 ชั่ง (หรือ 960 กิโลกรัม) ภายในวัดพระมหาธาตุฯ มี วิหารที่มีความสำคัญ หลายองค์ประดิษฐานอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระวิหารหลวงซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา วิหารสามจอมมีพระพุทธรูป “พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช” ทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ วิหารพระมหาภิเนษกรม (พระทรงม้า) ทางขึ้นไปบนลานประทักษิณ วิหารทับเกษตร วิหารเขียน และวิหารโพธิ์ลังกาซึ่งเป็นที่จัดและแสดงโบราณวัตถุ

วัดเสมาชัย
เป็นแหล่งประดิษฐานปราสาทอิฐ 3 หลัง และศิลาจารึกจันทรภาณุ หลักที่ 24 ปัจจุบันศิลาจารึกดังกล่าวได้ถูกย้ายไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกรุงเทพฯ แล้ว ยังคงเหลือร่องรอยแต่พระพุทธรูปปั้น เรียกว่า “หลวงพ่อเสมาชัย 3 องค์” ทางด้านหน้า อนึ่ง วัดนี้มีบ่อน้ำก่อด้วยอิฐเล็กๆ ปัจจุบันมีต้นโพธิ์ขึ้นโอบ เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ของเมืองนครฯ ใช้ในพระราชพิธีราชาภิเษกกษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์สืบมาทุกพระองค์

วัดเสมาเมือง
ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนิน เป็นแหล่งประดิษฐานปราสาทอิฐ 3 หลัง และศิลาจารึกจันทรภาณุ หลักที่ 24 ปัจจุบันศิลาจารึกดังกล่าว ได้ถูกย้ายไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่กรุงเทพฯ แล้ว ยังคงเหลือแต่ร่องรอย แต่พระพุทธรูปปูนปั้น เรียกว่า “หลวงพ่อเสมาชัย 3 องค์” ทางด้านหน้า อนึ่งวัดนี้มีบ่อน้ำเล็กๆ ก่อด้วยอิฐ ปัจจุบันมีต้นโพธิ์โอบ เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ของเมืองนครฯ ใช้ในพระราชพิธีราชาภิเษกกษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์สืบมาทุกพระองค์

เก๋งจีนวัดประดู่และวัดแจ้ง
ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนินใกล้กับสนามกีฬาจังหวัด เป็นวัดคู่แฝด ก่อสร้างในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เป็นที่ประดิษฐานบัวบรรจุอัฐิ ของพระยานคร และเชื่อว่ารวมถึงพระอัฐิของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชอีกด้วย

ศาลาโดหก หรือ ศาลาประดู่หก
อยู่ริมถนนราชดำเนิน ระหว่างโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช กับจวนผู้ว่าราชการจังหวัด ชาวบ้านเรียกว่า หลาหน้าเมือง เป็นศาลานอกกำแพงเมือง ตรงประตูชัยเหนือแต่โบราณ อันเป็นที่พักของคนเดินทาง ซึ่งเข้าเมืองไม่ทัน เพราะประตูเมืองปิดเสียก่อน เดิมศาลาแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างต้นประดู่ (ต้นโด) หกต้น ชาวนครเรียกว่า “หลาโดหก” ศาลาหลังที่มีอยู่ในทุกวันนี้ สร้างขึ้นใหม่เป็นศาลาทรงไทย อยู่ริมถนนราชดำเนิน ส่วนต้นประดู่ทั้งหกต้นได้ตายไปหมดแล้ว ทางเทศบาลจึงปลูกขึ้นใหม่จำนวนเท่าเดิม เพื่อเป็นที่ระลึกถึงประดู่ (โด) ทั้งหกต้น

จวนออกญาเสนาภิมุข (ยามาดา นางามาซา)
ออกญาเสนาภิมุข เป็นชาวญี่ปุ่น เดิมชื่อ ยามาดา นางามาซา มาอาศัยอยู่ในกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของพระเจ้าทรงธรรม ในฐานทหารรับใช้พระเจ้าแผ่นดิน มีโอกาสทำความดีความชอบ พิเศษหลายครั้งจนกระทั่งได้รับ บรรดาศักดิ์เป็น ออกญาเสนาภิมุข และได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าหลวงใหญ่ ไปกินเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ. 2172 ปัจจุบันมีบริเวณที่แสดงร่องรอย ว่าเคยเป็นจวนที่พักของ ออกญาเสนาภิมุข ในจังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ที่บริเวณร้านอาหารแกงส้มในเมือง ถนนนางงาม ข้างศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช

หอพระอิศวรหอพระอิศวรและเสาชิงช้า
หอพระอิศวร เป็นโบราณสถานในศาสนาพราหมณ์ อยู่ริมถนนราชดำเนิน เดิมเป็นที่ประดิษฐาน เทวรูปอิศวรหลายองค์ เป็นปางหรือภาคต่างๆ กัน เทวรูปทั้งหมดนี้หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ นับว่าเก่าแก่มีค่ายิ่งนัก กรมศิลปากรได้บูรณะเมื่อ พ.ศ. 2509 และได้นำเอาเทวรูปต่างๆ ไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์วัดมหาธาตุ ส่วนเสาชิงช้าได้สร้างขึ้นใหม่โดยจำลองแบบมาจากเสาชิงช้าในกรุงเทพฯ แต่เล็กกว่า สำหรับโบสถ์พราหมณ์ได้พังทลายลงแต่มิได้สร้างขึ้นใหม่

หอพระนารายณ์หอพระนารายณ์
โบราณสถานในศาสนาพราหมณ์อีกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนถนนราชดำเนิน ตรงกันข้าม กับหอพระอิศวร และไม่ปรากฏหลักฐานแสดงยุคสมัย และรูปแบบสถาปัตยกรรม ในการก่อสร้างเช่นกัน ภายในหอพระนารายณ์ เดิมเป็นที่ประดิษฐานเทวรูปพระนารายณ์สลัก จากหินทรายสีเทาทรงหมวก รูปกระบอกปลายสอบ และพระหัตถ์ขวาทรงสังข์ ซึ่งปัจจุบันได้เก็บรักษา ไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช และโบราณวัตถุที่ตั้งแสดง อยู่ในหอพระนารายณ์ขณะนี้คือ เทวรูปปูนปั้นลักษณะ คล้ายพระพุทธรูปทรงเครื่อง พระกรสองข้างหักหายไปประดิษฐานอยู่แทน ทั้งหอพระอิศวร และหอพระนารายณ์ สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 13-14 (สมัยศรีวิชัย) แต่ทรงที่เห็นในปัจจุบันไม่เหมือนของเดิม เพราะได้รับการบูรณะมาหลายครั้ง

พระวิหารสูง หรือ หอพระสูง
เป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองนครศรีธรรมราช ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองโบราณนครศรีธรรมราช ด้านทิศเหนือในบริเวณสนามหน้าเมือง ถนนราชดำเนิน เรียกชื่อตามลักษณะของการก่อสร้าง ของพระวิหารซึ่งสร้างบนเนินดิน ที่สูงกว่าพื้นปกติถึง 2.10 เมตร ไม่ปรากฏหลักฐาน แสดงประวัติอย่างแท้จริง แต่สามารถสันนิษฐานจากลักษณะ ของสถาปัตยกรรม ประติมา กรรมและจิตรกรรมฝาผนังว่า สร้างในสมัยอยุธยาตอนปลาย รวมพุทธศตวรรษที่ 23-24 ภายในพระวิหาร ประดิษฐานด้วยพระพุทธรูปปูนปั้น แกนดินเหนียว สันนิษฐานว่าสร้างในสมัย พุทธศตวรรษที่ 23-24 หรือในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

อนุสาวรีย์วีรไทยอนุสาวรีย์วีรไทย
หล่อด้วยทองแดงรมดำ เป็นรูปทหารสองมือจับปืน ติดดาบเตรียมแทง ชาวบ้านเรียกว่า “จ่าดำ” หรือ “เจ้าพ่อดำ” สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์ของทหารไทย ในภาคใต้ที่เสียชีวิต ในการปะทะ กับทหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะทหารจาก มณฑลทหารบกที่ 6 ค่ายวชิราวุธ นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484 ประดิษฐานอยู่บนถนนราชดำเนิน ในค่ายวชิราวุธอัน เป็นที่ตั้งกองทัพภาคที่ 4 ปัจจุบัน

สระล้างดาบ

คือสระล้างดาบที่ใช้ประหารศรีปราชญ์ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชนั้น ศรีปราชญ์ได้ถูกเนรเทศ มาอยู่ที่เมืองนครศรีธรรมราช ต่อมาได้เกิดเรื่องกับเจ้าพระยานครฯ และถูกสั่งประหาร ก่อนถูกประหารศรีปราชญ์ ได้เขียนคำโคลงไว้ว่า เมื่อตนไม่ผิด แต่ถูกสั่งประหารก็ขอให้ดาบนี้คืนสนอง ต่อมาเมื่อความทราบถึง สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงกริ้วพระยานครมาก จึงสั่งให้ประหารชีวิต เจ้าพระยานครด้วยดาบเล่มเดียวกัน สระล้างดาบในปัจจุบันอยู่ภายใน โรงเรียนสตรีประจำจังหวัด (โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช) สำนักงานโบราณคดี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่ 11 นครศรีธรรมราช พิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่ในเขตตำบลในเมือง ซึ่งบริเวณนี้เป็นที่ตั้งของวัด สวนหลวงตะวันออกมาก่อน ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์เปิดเมื่อปี พ.ศ. 2517เดิมจัดแสดงโบราณวัตถุ ที่ค้นพบในเขต หน่วยศิลปากรที่ 8 คือในแถบภาคใต้ 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สุราษฎร์ธานี และชุมพร ส่วนสาขาหอสมุดแห่งชาติ เปิดบริการให้ประชาชนเข้าใช้ได้เมื่อ พ.ศ. 2519 ซึ่งมีหนังสือเก่าที่หายาก และหนังสือสำคัญอื่นๆ ส่งมาจากหอสมุดแห่งชาติ ส่วนกลางไว้ศึกษา

ศูนย์วัฒนธรรมภาคใต้ สถาบันราชภัฏนครศรีธรรมราช
ตั้งอยู่ในสถาบันราชภัฏ นครศรีธรรมราช อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามเส้นทาง นครศรีธรรมราช-พรหมคีรี ประมาณ 13 กิโลเมตร เป็นสถานที่รวบรวมข้อมูล เกี่ยวกับแหล่ง โบราณคดีที่ขุดค้นพบ ในนครศรีธรรมราช ซึ่งได้จัดแสดง เครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้านในอดีต ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมืองในสมัยต่างๆ จนมาเป็นอาณาจักรศรีวิชัย ทั้งยังเป็นศูนย์อนุรักษ์ และฟื้นฟูมหรสพพื้นบ้าน และค้นคว้ารวบรวมทางด้านภาษา และวรรณกรรม รวมทั้งคติชนวิทยา ที่สำคัญได้แก่ข้อความจาก ศิลาจารึกที่ค้นพบที่เขาช่องคอย และโบราณวัตถุที่ชุมชนโบราณวัดโมคลาน เป็นหลักฐานที่สำคัญที่ระบุว่า เมืองนครศรีธรรมราชสร้างขึ้นเมื่อใด ศูนย์วัฒนธรรมภาคใต้แห่งนี้เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.

เจดีย์ยักษ์
เจดีย์สูงใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเจดีย์พระบรมธาตุ อยู่ข้างสำนักงานเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราช บริเวณวัดเจดีย์เดิม ซึ่งร้างไปแล้ว สันนิษฐานว่าสร้างโดยโคทคีรีเศรษฐีชาวมอญ กรุงสะเทิม (ก่อนพม่ายึดครองเปลี่ยนนามเป็นหงสาวดี) กับบริวารที่อพยพหลบภัย มาอาศัยเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อประมาณ พ.ศ. 1546

กำแพงเมืองเก่ากำแพงเมืองเก่า

ตั้งอยู่ใกล้กับสวนสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช ริมถนนราชดำเนินฝั่งซ้าย เป็นกำแพงที่ซ่อมขึ้นใหม่ ตามรูปเดิม ในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และได้รับการบูรณะ เพิ่มเติมขึ้นอีกในปี พ.ศ. 2533 เป็นแนวขนานไปกับคูเมือง ตั้งแต่ป้อมประตูชัยเหนือ หรือประตูชัยศักดิ์ ไปทางตะวันออก ยาวประมาณ 100 เมตร

สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
สวนสาธารณะขนาดใหญ่มีเนื้อที่ประมาณ 1,257 ไร่ ตั้งอยู่หลังสนามกีฬา จังหวัดนครศรีธรรมราช จากหลักฐาน พระราชหัตถเลขา ของพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวเสด็จประพาสแหลมมาลายูเมื่อ ร.ศ. 117 พบว่า พื้นที่แห่งนี้ เคยเป็นส่วนหนึ่งของ “สวนราชฤดี” ซึ่งพระองค์ได้ทรงหมายไว้สำหรับ เสด็จประพาสในภายหน้า ภายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 84 จะประกอบไปด้วย สวนสัตว์เปิด สวนนกนานาชนิด สวนสุขภาพ รวมทั้งทะเลสาบซึ่งเป็นที่อาศัย ของนกเป็ดน้ำ ที่อพยพมาจากถิ่นอื่น ในช่วงมกราคมถึงมีนาคม ของทุกปี

สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช
สนามหน้าเมืองมีเนื้อที่ประมาณ 33 ไร่เศษ ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองทางตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นสถานที่สำคัญ ที่มีความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมของชาวนคร อย่างแนบแน่น เนื่องจากเป็นสนามรบในอดีต ต่อมากลายเป็นสถานที่ใช้ประกอบพิธีกรรม และกิจกรรมทั้งของรัฐ และของราษฎร เช่น เคยใช้เป็นที่สร้างพลับพลา รับเสด็จพระเจ้าแผ่นดิน รัชกาลต่างๆ เป็นที่ประกอบพิธีสงกรานต์ ฝีกทหารและยุวชนทหาร และใช้เป็นสถานที่จัดงาน ประเพณีที่สำคัญ ของชาวนครรวมทั้งงานรื่นเริงอื่นๆ และยังใช้เป็นสถานที่ ทำพิธีถวายบังคม ในวันปิยะมหาราชทุกปี

อุทยานแห่งชาติหาดขนอมหมู่เกาะทะเลใต้
ที่ทำการของอุทยานแห่งชาติ หาดขนอมหมู่เกาะทะเลใต้ ตั้งอยู่บนเส้นทางถนนขนอม-โรงไฟฟ้า แยกซ้ายเข้าไปประมาณ 100 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ทางทะเล เกาะแก่ง ภูเขา และพื้นที่ชายฝั่งทะเล ของอำเภอขนอมทั้งหมด รวมทั้งพื้นที่ทางทะเลสาบ บางส่วนของ จังหวัดสุราษฎร์ธานี อุทยานแห่งชาติหาดขนอม หมู่เกาะทะเลใต้ประกอบไปด้วย เกาะน้อย เกาะวังใน เกาะวังนอก เกาะแตน เกาะราบ เกาะท่าไร่ เกาะผี เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอ่าวขนอม อ่าวท้องท่าค่ำ อ่าวท้องหลาง อ่าวท้องหยี อ่าวท้องยาง และภูเขาต่างๆ เช่น เขาพรายดำ เขาผีหงาย เขาคอ เขาเพลา เขาดาดฟ้า เป็นต้น

อ่าวขนอม
เป็นอ่าวที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาอ่าวต่างๆ ของอำเภอขนอม อ่าวขนอมอยู่ห่างจากตัวอำเภอ ขนอมประมาณ 15 กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยทางหลวงสาย 4014 ซึ่งแยกจากทางหลวงสาย 401 ประมาณ 17 กิโลเมตร ผ่านตลาดสุขาภิบาลขนอมประมาณ 1 กิโลเมตร จากนั้นจึงเลี้ยวขวาไปตามตัวหาดขนอม หาดขนอมนั้นเป็นชายฝั่งทะเล ที่สวยงามยาวติดต่อต่อกัน

หาดในเพลา
เป็นหาดที่ใหญ่ที่สุดของอำเภอขนอม และเป็นจุดที่เด่นที่สุดในการท่องเที่ยว ลักษณะหาดเป็นแนวยาวโค้ง มีภูเขาล้อมรอบ ซึ่งทัศนียภาพโดยรอบ มีความเป็นธรรมชาติที่งดงาม หาดทรายขาวเนียนเหมาะสำหรับการเล่นน้ำ และบริเวณหาดในเพลา ยังเป็นแหล่งอำนวยความสะดวก แก่ผู้มาเยือน ในลักษณะของที่พัก ร้านอาหาร กีฬาทางน้ำ แหล่งบริการนำเที่ยวชมหมู่เกาะต่างๆ รอบๆ อำเภอขนอมและสถานที่ใกล้เคียง

หาดหน้าด่าน
ลักษณะหาดเป็นแนวยาว ทรายขาวเนียน มีสวนมะพร้าวโดยรอบ สถานที่เงียบสงบ สามารถมองทิวทัศน์ท้องทะเลสีครามสวยงาม

หาดในเปร็ต
ลักษณะหาดเป็นแนวยาว โค้งสวยงาม บริเวณชายหาด มีโขดหินสลับบางแห่ง อยู่ระหว่างหาดหน้าด่าน และหาดในเพลา ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว และเป็นอีกมุมหนึ่งที่มีความร่มรื่น ของธรรมชาติทะเลที่ประทับใจผู้มาเยือน

อ่าวท้องหยี
ลักษณะที่ตั้งระหว่างเนินเขาเพลาและเนินเขากลาง ชายหาดยาว ขาวเป็นแนวโค้งชายหาดลงสู่ทะเล สลับโขดหินสวยงามเหมาะในการเล่นน้ำ บริเวณแนวหาดท้องหยี พบว่ามีแนวปะการังที่สมบูรณ์ แต่มีขนาดพื้นที่ปะการังไม่กว้างนัก ปะการังที่พบเห็น เช่น กัลปังหา เขากวาง รวมทั้งปะการังอ่อน ที่มีหลากสีสวยงาม และมีความเป็นธรรมชาติบริสุทธิ์มาก การเดินทางไปยังอ่าวท้องหยี สามารถใช้เส้นทางในการเดินทางได้ 2 เส้นทาง ได้แก่ ทางเรือและทางเดินเท้า

อ่าวท้องยาง
เป็นอ่าวขนาดเล็กที่มีความสวยงาม และอยู่ใต้สุดของอำเภอขนอม เส้นทางเข้าผ่าน สวนมะพร้าวและเนินเขา ระยะทางประมาณ 6-7 กิโลเมตร จากทางแยกขนอม-สิชล อ่าวท้องยางมีบริเวณหน้าหาดกว้าง เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ หาดทรายขาว และมีความเป็นธรรมชาติบริสุทธิ์อยู่มาก สงบเงียบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนที่แท้จริง

ถ้ำเขาวังทอง
เป็นถ้ำที่มีความงดงาม ทางธรรมชาติแห่งหนึ่ง ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ภายในถ้ำเขาวังทอง มีลักษณะเป็นห้องโถง ขนาดใหญ่บ้างเล็กบ้าง หลายห้อง แต่ละห้องมีหินงอกหินย้อย ที่มีขนาดและรูปร่างที่แปลกๆ ต่างกันมากมาย อาทิ คล้ายเจดีย์ ไดโนเสาร์ น้อยหน่า ไข่ดาว เป็นต้น การเข้าชมบางห้องจะต้องใช้วิธีคลาน ลอด หรือปีนป่าย ซึ่งเป็นการเพิ่มความสนุกสนานในการเข้าชมเป็นอย่างยิ่ง การเดินทางจากอำเภอขนอม เลี้ยวขวาตรงทางแยกไปยังอำเภอดอนสัก และเลี้ยวซ้ายอีกครั้งหนึ่ง ตรงปากทางเข้ามีศาลา ที่พักผู้โดยสารเป็นที่สังเกต ชื่อศาลาตันสกุล เข้าไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร ถึงปากทางเข้าถ้ำ ผู้ที่ต้องการเข้าชมถ้ำวังทอง ต้องติดต่อขอกุญแจ จากผู้ดูแลถ้ำก่อนได้ ที่บ้านที่อยู่ตรงปากทาง เข้าถ้ำจากตัวเมืองประมาณ 77 กิโลเมตร ทางทิศเหนือถัดลงมา จากอำเภอขนอม

เขาพรายดำ
เป็นเขาขนาดเล็กมีปลายเขายื่นไปในทะเล เส้นทางเดินเท้าลัดเลาะไปตามเชิงเขา ผ่านโขดเนินและแนวฝั่งทะเล ซึ่งมองออกไปสวยงามพร้อมกับป่าและสวนสมรม นอกจากนี้สามารถเดินลัดเลาะไปยังอ่าวท้องหยี มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจ และใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 30 นาที

วัดสุวรรณบรรพต
เป็นวัดใหญ่อีกวัดหนึ่งในอำเภอขนอม อยู่ระหว่างเส้นทางถนนตลาดสี่แยก-โรงไฟฟ้า อุโบสถวัดสุวรรณบรรพตนี้ประดิษฐานอยู่บนภูเขา ภายในวัดมีบันไดเดินขึ้นประมาณ 50 ขั้น และเป็นที่ชมทิวทัศน์ของตัวอำเภอขนอมได้ด้วย

วัดกระดังงา
เป็นวัดเก่าแก่ของอำเภอขนอม สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา วัดนี้ห่างจากถนนสายขนอม-ในเพลา ประมาณ 200 เมตร ภายในอุโบสถมีภาพเขียน พุทธประวัติฝีมือวิจิตรบรรจง นอกจากนี้มีพระประธานเป็นพระพุทธรูป สมัยอยุธยาประดิษฐานอยู่ภายใน และมีโบราณวัตถุที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะเครื่องถ้วยชาม เป็นต้น

วัดนันทาราม
เดิมชื่อวัดใต้ เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อผุด พระพุทธรูปหินทรายแดง ศิลปสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในวัดยังได้เก็บรักษาศิวลึงค์ องค์ใหญ่องค์หนึ่งที่พบที่ โบราณสถานเขาคา อายุประมาณ 1,200 ปี ในราวศตวรรษที่ 12-14 สลักจากหินปูน และสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่พบในภาคใต้ วัดนันทารามตั้งอยู่ที่ถนนชายน้ำ ปากพนังฝั่งตะวันออก

น้ำตกคลองจังและเดินป่าเขาเหมน
เป็นน้ำตกขนาด 7 ชั้นที่สวยมากแห่งหนึ่ง ของจังหวัดนครราชศรีรรมราช และภาคใต้ เกิดจากเทือกเขาเหมน เป็นยอดเขาที่สูงเป็นอันดับรอง จากเขาหลวงและเขานัน (เทือกเขานครศรีธรรมราช) บริเวณน้ำตกยังเป็นป่าที่สมบูรณ์ สำหรับการเดินป่าเขาเหมน มีลักษณะเป็นรูปทรงปิรามิดลาดชัน สูง 1,235 เมตร มีเมฆหมอกให้สัมผัสอากาศเย็น สบายตลอดปี มีพันธุ์ไม้ป่าที่สวยงาม และมากกว่า 300 ชนิด การเดินทางจากตัวเมือง ใช้เส้นทางสายนครศรีธรรมราช-ทุ่งสง ถึงที่สามแยกควนไม้แดง เลี้ยวเข้านาบอน ถนนหมายเลข นศ 2001 ระยะทาง 11 กิโลเมตร ถึงนำตกคลองจัง สำหรับการเดินป่าเขาเหมน ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน และช่วงเดินป่าคือ เดือนธันวาคมถึงเมษายน สอบถามรายละเอียดได้ที่ กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอนาบอนที่ 17 โทร. (075) 491244

วัดธาตุธาราม หรือ วัดเขาธาตุ
มีเจดีย์ปะการังประดิษฐานอยู่บนเขาธาตุ ตามตำนานกล่าวว่าเจดีย์นี้ ได้ทำการก่อสร้าง หลังจากสร้าง พระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช เสร็จเรียบร้อย โดยผู้มีจิตศรัทธา จากเมืองไชยา ได้รวบรวมเงินทองและของมีค่าต่างๆ เพื่อไปบรรจุที่พระบรมธาตุเมืองนคร แต่ได้ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้มีจิตศรัทธาดังกล่าวจึงได้ร่วมใจกันสร้างเจดีย์ขึ้นบนเขาธาตุ ซึ่งสร้างด้วยหินปะการังทั้งองค์ องค์เจดีย์เป็นรูปโอคว่ำ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5-6 เมตร รอบๆ เจดีย์มีพระพุทธรูปแกะสลักหินทรายแดง ประดิษฐานบริเวณเจดีย์ เชื่อว่าคงเป็นแหล่งอารยธรรม ทางด้านพุทธศาสนา สมัยหนึ่ง ในบริเวณอ่าวทางตอนเหนือ ของคาบสมุทรนี้

วัดเจดีย์หลวง
เป็นชุมชนโบราณ ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านท่าใน ตำบลควนทอง ซึ่งมีร่องรอยของเนินดิน สระน้ำ หินชิ้นส่วนของเทวสถาน แท่นเทวรูป แท่นศิวลึงค์ ที่กระจัดกระจายอยู่เป็นจำนวนมาก

หาดหินงาม
อยู่ในเขตตำบลสิชล อำเภอสิชล การเดินทางใช้ทางหลวง 401 จากอำเภอเมือง นครศรีธรรมราชประมาณ 37 กิโลเมตร จากตัวอำเภอสิชลเลี้ยวขวาไปทางบ้านปากน้ำ 3 กิโลเมตรถึงหาดสิชล จากหาดสิชลมีถนนลูกรังต่อไปอีก 1.5 กิโลเมตร ถึงหาดหินงาม หาดหินงามเป็นหาดที่มีหิน ทั้งขนาดใหญ่และเล็กอยู่มากมาย ที่ชายหาดจึงไม่เหมาะที่จะเล่นน้ำ

หาดสิชล
หรือชาวท้องถิ่นเรียกว่า หัวหินสิชล เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อมานาน ของอำเภอสิชล บริเวณชายหาดเป็นแนวหิน ไปจนจดหาดทรายโค้ง เป็นบริเวณที่เล่นน้ำได้ บนหาดมีที่พัก และร้านอาหารสำหรับนักท่องเที่ยว

น้ำตกสี่ขีดน้ำตกสี่ขีด
อยู่ในเขตตำบลสี่ขีด อำเภอสิชล เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีความสวยงามระหว่างร่มไม้กับสายน้ำ อยู่ห่างจากหาดสิชลไปทางทิศตะวันตก 15 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4105

แหล่งโบราณคดีเขาคา
ตั้งอยู่ที่ตำบลเสาเภา บริเวณเขาคาเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณอายุกว่า 1,500 ปี ซึ่งเป็นชุมชนโบราณขนาดใหญ่ มีร่องรอยของโบราณสถานที่ทำด้วยศิลาแลง อิฐและหินกระจายอยู่โดยทั่วไป มีวัฒนธรรมการสลัก สระน้ำขนาดใหญ่ พร้อมประตูระบายน้ำ ลงบนหินภูเขา การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 401 จากสี่แยกจอมพิบูลย์ตรงไปถึง ก.ม.ที่ 99 แยกซ้ายเข้าถนน จินดาประชาสรรค์ประมาณ 7 กิโลเมตร

บ้านท่าควาย
เป็นชุมชนโบราณขนาดใหญ่ ในบริเวณบ้านนายศิริ ณ นคร และบริเวณสวนนายขัน ใจห้าว หมู่ที่ 11 ตำบลฉลอง ตรงสี่แยกจอมพิบูลย์ ก.ม. ที่ 89 แยกเข้าไปตามเส้นทางหลวงจอมพิบูลย์-เขาใหญ่ อีกประมาณ 4 กิโลเมตร ซึ่งมีร่องรอยของโบราณสถาน ที่เดียวกันกับ แหล่งโบราณคดีเขาคา

อุทยานแห่งชาติเขานัน
ตั้งอยู่ในเขตท้องที่ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ของอำเภอท่าศาลา ในเขตตำบลตลิ่งชัน ตำบลกรุงชิง อำเภอสิชล ในเขตตำบลน้อย ตำบลฉลอง ตำบลเปลี่ยน ตำบลเทพราช และในเขตของ กิ่งอำเภอนบพิตำ ตำบลนบพิตำ นอกจากนี้อุทยานฯ ยังมีอาณาเขตที่ครอบคลุม เขาป่าสงวนแห่งชาติป่าเขานัน และเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ากรุงชิงบางส่วน อุทยานฯ แห่งนี้มีเนื้อที่ทั้งสิ้น ประมาณ 272,500 ไร่ ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอท่าศาลาประมาณ 30 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางนครศรีธรรมราช-ท่าศาลา

น้ำตกเขานัน เขานัน หรือนันทะ นันทา
เป็นภูเขาลูกหนึ่งในกลุ่มเขาหลวง น้ำตกเขานันเป็นน้ำตกขนาดกลาง น้ำตกจากหน้าผาสูงชัน ที่หน้าผานี้ ทุกๆ ปีจะมีสัตว์ป่าตกลงมาตายที่แอ่งน้ำอยู่เสมอๆ ปัจจุบันนี้มีประชาชน นิยมเดินทางไปพักผ่อนที่น้ำตกแห่งนี้กันมาก

น้ำตกยอดเหลือง หรือน้ำตกเมืองใหม่
อยู่ทางทิศใต้ของน้ำตกกรุงชิง เป็นน้ำตกขนาดกลางมี 3 ชั้น สามารถลงเล่นน้ำได้ สภาพทั่วไปเป็นป่าร่มครึ้ม การเดินทางไปยังน้ำตกเขานัน และน้ำตกยอดเหลือง เริ่มจากตัวเมืองนครฯ ใช้เส้นทางสาย นครศรีธรรมราช-พรหมโลก-เขาหลวง เป็นระยะทางประมาณ 73 กิโลเมตร และระยะทางเดินป่า เข้าชมน้ำตกอีกประมาณ 3.8 กิโลเมตร

น้ำตกสุนันทา
เป็นน้ำตกขนาดเล็ก ที่มีความงดงามตามธรรมชาติ สายน้ำไหลจากหน้าผาชัน ลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง และไหลลงสู่ลำคลองกลาย ลำน้ำสายสำคัญในเขตอำเภอท่าศาลา สามารถจัดกิจกรรมล่องแพตามลำน้ำได้ในช่วงฤดูน้ำหลาก ในเขตอุทยานฯ มีสถานที่ตั้งเต็นท์ให้บริการนักท่องเที่ยว ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่อุทยานแห่งชาติเขานัน ตู้ ป.ณ. 51 อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000 (ผู้ที่จะจองต้องมาติดต่อที่อุทยานฯ ด้วยตนเอง หรือมีหนังสือแจ้งล่วงหน้า)

หาดสระบัว
อยู่ในเขตตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา การเดินทางไปชายหาดสระบัว สามารถเดินทางโดยทางหลวงหมายเลข 401 ห่างจากอำเภอเมือง 20 กิโลเมตร มีทางแยกขวามือ เป็นทางลูกรังไปถึงชายหาด ลักษณะชายหาดเป็นแนวยาว จากเหนือลงใต้ซึ่งประกอบด้วย หาดสวรรค์นิเวศน์ หาดจันทร์เพ็ญ หาดสันติสุข หาดปากน้ำท่าศาลา หาดสระบัว หาดบ้านหน้าทัพ หาดบ้านปากพะยิง และหาดปากน้ำปากนคร แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ หาดสระบัว บริเวณหาดสระบัว น้ำทะเลค่อนข้างขุ่น และมีตะกอนโคลน ไม่เหมาะกับการเล่นน้ำ ทะเลมากนัก แต่ได้รับความนิยม มากพอสมควรในปัจจุบันเนื่องจาก อยู่ใกล้ตัวเมืองนครฯ มากที่สุด

แหล่งนกน้ำบ้านปากพะยิง
แหล่งศึกษาธรรมชาติ ของนกน้ำหลายพันธุ์ ในเขตอำเภอท่าศาลา พื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของนก ทั้งหมดอยู่ในบริเวณบ่อกุ้ง และบ่อปลาร้างของเอกชน ซึ่งยินยอมให้นกทั้ง 5 ชนิดได้อาศัยอยู่ ได้แก่ นกยางโทนใหญ่ นกยางกรอกพันธุ์จีน นกยางเปีย นกเป็ดลาย และนกเป็ดผีเล็ก เป็นนกประจำถิ่น ที่มีให้ชมมากในตอนเช้า-เย็นโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว การเดินทางจากตัวเมือง ไปตามเส้นทางนครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี ประมาณ 24 กิโลเมตร ถึงปากทางเข้า เชิงสะพานข้ามคลองปากพะยิง และเลี้ยวขวาไปตามป้ายชี้ทาง อีกประมาณ 2.4 กิโลเมตร ถึงแหล่งนกน้ำบ้านปากพะยิง

หมู่บ้านในถุ้ง
เป็นชื่อหมู่บ้านชาวประมง ที่มีบรรยากาศของหมู่บ้านชายทะเล ซึ่งนอกจากชาวบ้าน จะทำอาชีพประมงแล้ว ยามว่างจะผลิตว่าวผ้าเป็นรูปนกหลากสีวางขายอยู่สองข้างทาง ซึ่งสามารถใช้เป็นของที่ระลึก และใช้งานได้จริง

วัดโมคลาน
อยู่ในเขตตำบลดอนคา อำเภอท่าศาลา เดิมบริเวณนี้สันนิษฐานว่า เป็นศาสนสถานของพราหมณ์ ในสมัยอาณาจักรศรีวิชัย หลักฐานที่ปรากฏในปัจจุบันเหลือเพียงแนวเสาหิน หินแกะสลักรอบประตูอาคาร สระน้ำโบราณ แท่นตั้งเทวรูป ซึ่งกรมศิลปากร ได้ประกาศขึ้นทะเบียน เป็นโบราณสถานไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2518

หมู่บ้านปั้นหม้อ
เป็นหมู่บ้านหัตถกรรม อยู่บริเวณเดียวกับวัดโมคลาน ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร หมู่บ้านปั้นหม้อนี้ยังคงรักษารูปแบบการปั้นหม้อแบบดั้งเดิมเอาไว้ คือใช้มือปั้น หม้อที่ปั้นมีรูปทรงใหญ่และหนา มีลวดลายน้อย

บางปู
แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผา ตั้งอยู่ริมถนนบริเวณสามแยกบางปู ห่างจากตัวเมืองประมาณ 17-18 กิโลเมตร เดิมบริเวณนี้จะมีการผลิตเฉพาะ กระถางต้นไม้ดินเผาและอิฐเท่านั้น แต่ปัจจุบันนี้ ช่างปั้นจากหมู่บ้านปั้นหม้อ ได้ย้ายออกมาตั้งร้านผลิต และจำหน่ายสินค้าเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งได้รับการปรับปรุงคุณภาพ และรูปแบบให้มีหลากประเภทมากยิ่งขึ้น

ชายทะเลปากพนังและแหลมตะลุมพุก
เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญ ทางประวัติศาสตร์ของการเกิดวาตภัย ครั้งใหญ่ในจังหวัด นครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ. 2505 มีผู้คนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ลักษณะของชายหาดปากพนัง เป็นชายหาดสีขาว ยาวเหยียดไปตามชายฝั่งทะเล มีแหลมตะลุมพุกเป็นแหลมทราย ยาวเรียวยื่นไปในอ่าวไทย มีพื้นที่ติดกับพื้นดินบริเวณตอนบน ของอำเภอปากพนัง และขณะนี้แหลมตะลุมพุกได้ขยายแนวเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ด้านที่ติดกับทะเลด้านใน (อ่าวนครฯ) มีประชากรตั้งถิ่นฐานอยู่ ส่วนด้านนอกที่ติดกับอ่าวไทย เป็นหาดทรายสะอาด ต้นสนขึ้นเป็นแนวยาวดูสวยงาม มีเปลือกหอยต่างๆ อยู่มาก

บ้านรังนก
อำเภอปากพนังเป็นอำเภอที่มีชื่อในเรื่อง ของนกนางแอ่นที่เข้ามาทำรังอยู่ในบ้านเรือน ที่อยู่อาศัยของคน ในเขตอำเภอปากพนังจะพบได้ว่า มีบ้านและตึกแถวหลายหลังที่ถูกปิดลง เนื่องจากมีนกนางแอ่นจำนวนมาก เข้าไปอาศัยอยู่ และทำรังในบ้านเหล่านั้น เช่นเดียวกับนกที่อาศัยอยู่ตามถ้ำหรือเกาะ แต่เนื่องจากบ้านหรือตึกแถว ที่มีนกนางแอ่นอาศัย เป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล จึงไม่สะดวกในการเปิดให้เข้าชมโดยทั่วไป

พิพิธภัณฑ์วัดศรีสมบูรณ์และศิวลึงค์วัดนันทาราม
มีโบราณวัตถุจำนวนมาก อาทิ พระพุทธรูปปางมารวิชัย เครื่องใช้ต่างๆ และเครื่องสังคโลกสมัยสุโขทัย เป็นต้น ที่ทางวัดรวบรวมรักษาไว้และเปิดแสดงให้ชมด้วย

เขาหลวงอุทยานแห่งชาติเขาหลวง
ครอบคลุมพื้นที่ของอำเภอเมือง อำเภอพิปูน อำเภอพรหมคีรี อำเภอลานสกา อำเภอฉวาง และอำเภอท่าศาลา มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 597 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 356,250 ไร่ ได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2517 ประกอบด้วยเทือกเขา ที่สลับซับซ้อน มียอดเขาหลวงสูงสุด 1,835 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นแหล่งของต้นน้ำลำธาร และคลองต่างๆ กว่า 15 สาย สภาพป่าเขาเป็นแบบป่าดงดิบชื้น ที่มีพรรณไม้ และสัตว์ที่อุดมสมบูรณ์ การเดินทาง ไปอุทยานฯ สามารถใช้เส้นทางได้ 2 เส้นทาง
เส้นทางแรก เริ่มจากตัวเมืองนครฯ โดยใช้เส้นทางหมายเลข 4015 ไปประมาณ 15 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานฯ ของอำเภอลานสกา เส้นทางที่สอง จากตัวเมืองนครฯ ใช้เส้นทางหมายเลข 4015 ไปประมาณ 80 กิโลเมตร ก็จะถึงตัวอุทยานฯ ซึ่งจะอยู่ในเขตพื้นที่ของอำเภอพิปูน ในเขตอุทยานฯ มีสถานที่ตั้งเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว ติดต่อสอบถาม รายละเอียดได้ที่อุทยานแห่งชาติเขาหลวง ตู้ ป.ณ. 51 อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80000 โทร. 01-228-1511

น้ำตกกรุงชิง
“กรุงชิง” เป็นที่ราบสูงแห่งหนึ่งของเทือกเขาหลวง มีเขาต่างๆ เช่น เขายอดเหลือง เขากลบ เขาวังไฟ ฯลฯ รายล้อม จึงเรียกที่ราบนี้ว่า “อ่าวกรุงชิง” หมายถึงที่ราบสูงในวงล้อมของภูเขา มีเนื้อที่ประมาณ 100,000 ไร่ อยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอท่าศาลา ชื่อ “กรุงชิง” มาจากคำว่า “ต้นชิง” ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ตระกูลปาล์ม อย่างหนึ่งที่ขึ้นอยู่อย่างดาษดื่นในเขตนี้ บริเวณที่ราบกรุงชิงนี้ เป็นต้นน้ำลำธารหลายสายที่สำคัญ ได้แก่ ลำธารกรุงชิง ซึ่งเป็นต้นน้ำของน้ำตกกรุงชิง ซึ่งมีอยู่หลายชั้น ชั้นที่น่าดูมากที่สุดได้แก่ “หนานฝนแสนห่า” เพราะน้ำตกจากหน้าผาสูงชันประมาณ 100 เมตร กระแสน้ำแผ่เป็นผืนกว้าง กระจายออกเป็นละอองเหมือนเม็ดฝน ไม่จับกันเป็นเกลียวดังน้ำตกทั่วไป ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า “ฝนแสนห่า” ติดต่อล่องแก่งที่น้ำตกได้ที่ อบต.กรุงชิง โทร. (075) 309-004

วัดเขาขุนพนม
อยู่ในเขตตำบลเกาะ เป็นวัดที่มีความสำคัญ ทางด้านประวัติศาสตร์ และโบราณคดี มีถ้ำที่มีกำแพงก่ออิฐถือปูน มีใบเสมาเช่นเดียวกับกำแพงเมือง ผนังด้านหน้ามีลายปูนปั้น ในถ้ำมีพระพุทธรูปสำริดประมาณ 30 องค์ และพระพุทธบาทสำริด ถ้ำในวัดแห่งนี้มีหลายถ้ำ ทะลุถึงกันหมด เหมือนค่ายคูประตูหอรบ ซึ่งบางคนสันนิษฐานว่าเป็นที่ประทับ ของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี แต่บางท่านก็ว่าเป็นที่พักผ่อน ของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พระยาตรังภูมาภิบาล) การเดินทาง จากตัวเมืองใช้เส้นทางสาย 4016 ถึงกิโลเมตรที่ 21 ผ่านตลาดพรหมโลก แล้วมีทางแยกขวาเข้าไปอีก 2.5 กิโลเมตร ถึงวัดเขาขุนพนม

น้ำตกพรหมโลก
อยู่ในเขตตำบลพรหมโลก น้ำตกพรหมโลกจัดว่าเป็นน้ำตก ขนาดใหญ่ที่มีลานหินกว้าง และสวยงามแห่งหนึ่งในภาคใต้ มีต้นน้ำกำเนิดจากเทือกเขา นครศรีธรรมราช ไหลลงมาบนแผ่นหิน 3 หนาน (ชั้น) ไหลผ่านหมู่ไม้นานาพันธุ์ริมเชิงเขา สร้างความชุ่มฉ่ำ แก่ภูมิประเทศแถบนั้น แล้วไหลไปเป็นคลองท่าแพ และลงสู่อ่าวไทยที่ตำบลปากพูน การเดินทาง จากตัวเมืองใช้เส้นทางสาย นครศรีธรรมราช-พรหมคีรี (ทางหลวงหมายเลข 4016) ถึงกิโลเมตรที่ 20 มีทางแยกซ้ายเข้าทางหลวง 4132 อีกประมาณ 5 กิโลเมตรก็จะถึงตัวน้ำตก

น้ำตกอ้ายเขียว หรือ น้ำตกในเขียว
อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ประมาณ 30 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่ ในตำบลทอนหงส์ ต้นน้ำเกิดจากเขาหลวง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ของเทือกเขานครศรีธรรมราช น้ำตกอ้ายเขียวมีทั้งหมด 15 ชั้น สภาพทั่วไปยังคงเป็นป่าทึบ สองข้างทางเข้าน้ำตกเป็นสวนพลู ชาวนครเรียกว่า “พลูปากทราย” ทั้งนี้เพราะมีรสเผ็ดร้อน กลิ่นหอม ถ้าเคี้ยวเป็นประจำแล้ว จะทำให้ปากอิ่มตึงสวยงาม หากประสงค์จะชมทิวทัศน์ยอดเขาหลวง ซึ่งมีความสูง 1,835 เมตร จากระดับน้ำทะเล ควรไปชมที่น้ำตกแห่งนี้ การเดินทาง ไปน้ำตกอ้ายเขียว หรือน้ำตกในเขียวนี้ จากตัวเมืองใช้เส้นทางเดียว กับทางไปน้ำตกพรหมโลก แต่เลยไปจนถึงกิโลเมตรที่ 26 มีทางแยกซ้ายเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร

บ้านคีรีวงศ์
เป็นหมู่บ้านพัฒนาตัวอย่าง ตั้งอยู่กลางหุบเขาตีนเขาหลวงซึ่งสูงที่สุดในภาคใต้ (1,835 เมตร) นอกจากชาวบ้านซึ่งมีชีวิตที่สงบ ควบคู่กับการพัฒนาอาชีพหลัก คือสวนผลไม้ เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน สะตอ เมื่อ 21 พฤศจิกายน 2532 ได้เกิดมหาอุทกธรณีภัย หมู่บ้านถูกน้ำพัดหายไปนับ 100 หลัง วัดและชาวคีรีวงศ์ได้รักษาพระอุโบสถ ที่ขาดกลางไว้เป็นอนุสรณ์สถาน เหมาะต่อการศึกษา ด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเดินทาง สามารถขึ้นรถสองแถว จากตลาดยาว ในอำเภอเมือง จะมีรถออกตลอดตั้งแต่ 07.00-16.00 น. ราคา 15 บาท หรือโดยรถยนต์จากอำเภอเมืองประมาณ 26 กิโลเมตร ใช้เส้นทาง 4016 ถึงสามแยกบ้านตาลเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 4015 อีกครั้งหนึ่ง บ้านคีรีวงศ์จะอยู่ก่อนถึงที่ทำการของน้ำตกกะโรม

ศิลาจารึกเขาช่องคอย
บ้านโคกสะท้อน หมู่ 9 ตำบลควนเกย จารึกเป็นอักษรปาลวะ ซึ่งเก่าแก่ที่สุดเท่าที่พบในภาคใต้ มีข้อความเป็นเรื่องขอที่พำนักจากพระอิศวรและเทพเจ้าป่า แล้วลงท้ายด้วยข้อความอันเป็นคติว่า “ถ้าคนดีอยู่ในหมู่บ้านของชนเหล่าใด ความสุขและผลจักมีแก่ชนเหล่านั้น”

หมู่บ้านทำพัดใบกะพ้อ
เป็นหมู่บ้านหัตถกรรมตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 403 จากตัวเมืองเลย อำเภอร่อนพิบูลย์ ไปเพียงเล็กน้อย ชาวบ้านเกือบทุกบ้าน ทำพัดใบกะพ้อส่งจำหน่าย แทบจะทั่วประเทศ

อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง
หรือเรียกกันทั่วไปว่า “น้ำตกโยงใสใหญ่” มีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 126,675 ไร่ ครอบคลุมท้องที่อำเภอทุ่งสง อำเภอฉวาง อำเภอนาบอน อุทยานฯ แห่งนี้มีสภาพป่า และทิวทัศน์ที่อุดมสมบูรณ์ และสวยงามอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปท่องเที่ยว และพักผ่อนอยู่เสมอๆ อุทยานฯ แห่งนี้ได้ประกาศให้เป็น อุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2530 การเดินทาง ไปยังอุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง จากตัวเมืองใช้เส้นทางสาย นครศรีธรรมราช-ทุ่งสง เป็นระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร แล้วให้แยกเข้าไป ทางซ้ายอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ก็จะถึงเขตอุทยาน ในเขตอุทยานฯ มีสถานที่ตั้งเต็นท์ ไว้บริการนักท่องเที่ยว ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง หมู่ที่ 2 ตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช 80160 (ผู้ที่จะจองต้องมาติดต่อที่อุทยานฯ ด้วยตนเอง หรือมีหนังสือแจ้งล่วงหน้า)

น้ำตกปลิว
ตั้งอยู่บริเวณป่าแพรก ห่างจากอำเภอทุ่งสงประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่มีขนาดเล็กแต่สวยงาม น้ำตกแห่งนี้มีความสูงประมาณ 25 เมตร แต่ละชั้นจะมีความกว้างประมาณ 15-18 เมตร มีน้ำไหลอุดมสมบูรณ์ตลอดปี ใช้เวลาเดินทางจากหน้าบ้านน้ำร้อน ขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดของน้ำตกประมาณ 1 ชั่วโมง

น้ำตกโยงและน้ำตกโยงน้อย
น้ำตกโยงมีความสูงประมาณ 15 เมตร มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ รองรับน้ำจากน้ำตก ที่มีความสูงชันมาก ส่วนน้ำตกโยงน้อยนั้น มีลักษณะเป็นหน้าผากว้าง และสูงชัน มีน้ำไหลลดหลั่นลงมาเป็นสองสาย มาบรรจบกันที่แอ่งน้ำเบื้องล่าง

ถ้ำตลอด
เป็นถ้ำที่ได้รับการตกแต่งด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนัง รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ ซึ่งออกแบบโดยอาจารย์แนบ ทิชินพงศ์ จิตรกรผู้มีชื่อเสียง ของจังหวัดนครศรีธรรมราช เหตุที่ได้รับชื่อว่า “ถ้ำตลอด” ก็เพราะว่าในส่วนของตัวถ้ำสามารถเดินทะลุถึงกันได้ตลอด และบริเวณโดยรอบของถ้ำ ได้รับการปรับปรุงให้เป็นสวนสาธารณะ มีร้านจำหน่ายอาหาร และเครื่องดื่มไว้บริการนักท่องเที่ยว การเดินทางเริ่มจากตัวเมืองนครฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 403 มาประมาณ 25 กิโลเมตร จนถึงแยกอำเภอร่อนพิบูลย์ จากนั้นให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 41 มาประมาณ 40 กิโลเมตร แล้วให้เปลี่ยนมาใช้เส้นทาง 4019 ประมาณ 20 กิโลเมตร จนถึงอำเภอทุ่งใหญ่ และจากอำเภอทุ่งใหญ่ใช้เส้นทาง 4110 เป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ก็จะถึงตัวถ้ำตลอด

น้ำตกกะโรมน้ำตกกะโรม
อยู่ในเขตท้องที่หมู่ที่ 4 ตำบลเขาแก้ว ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขานครศรีธรรมราช เช่นเดียวกับน้ำตกพรหมโลก ไหลลงมาจากยอดเขาลดหลั่นลงมาเป็นชั้นๆ มากกว่าน้ำตกพรหมโลก มีหนานหรือชั้นถึง 19 ชั้น เช่น หนานผึ้ง หนานน้ำรวง หนานดาดฟ้า และหนานสอยดาว ซึ่งเป็นหนานที่สูงที่สุดมีความสูงประมาณ 1,300-1,400 เมตร น้ำตกกะโรม เป็นสถานที่พักผ่อน ยามแล้งที่มีชื่อมานาน พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ ก็เคยเสด็จประพาสน้ำตกแห่งนี้

กุฎิทรงไทยวัดวังตะวันตก
ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนิน บริเวณที่เชื่อว่าตรงข้ามกับวังตะวันออก อันเป็นนิวาสสถาน ของเจ้าจอมปราง เดิมเป็นอุทยานต่อมาเจ้าพระยานคร (น้อย) ยกวังตะวันออก และอุทยานตรงข้าม ให้เป็นวัดเช่นเดียวกัน จึงเป็นวัดวังตะวันตก พ.ศ. 2431 พะครูกาชาด (ย่อง) พร้อมด้วยสานุศิษย์ได้สร้าง กุฎิขึ้นหมู่หนึ่ง เป็นเรือนเครื่องสับ 3 หลัง มีหลังคาจั่ว แต่ละหลังคาคลุมเชื่อมต่อกัน ตัวเรือนฝาปะกน ตามประตู หน้าต่างและช่องลม ประดับด้วยลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนคร ปี พ.ศ. 2535 สมาคมสถาปนิกสยาม คัดเลือกกุฎิวัดวัดวังตะวันตก ให้เป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประเภทปูชนียสถานและวัดวาอาราม

วัดสวนหลวง
ตั้งอยู่ริมถนนราชดำเนิน ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช ภายในเขตเมืองพระเวียงอันเป็นเมืองโบราณ สิ่งสำคัญของวัดนี้คือ วิหารที่มีผนังตกแต่งด้วยปูนปั้นแบบนูนต่ำ

วัดสวนป่าน
อยู่ใกล้สามแยกหอนาฬิกา ภายในโบสถ์มีจิตรกรรม แบบตะวันตกงดงามมาก เป็นผลงานของ แนบ ทิชินพงศ์ ผู้มีผลงานดีเด่นด้านศิลปชาวนคร

สำนักวิปัสสนากรรมฐานวัดชายนา
ตั้งอยู่ที่ถนนพัฒนาการทุ่งปรัง เป็นสถานที่ที่มีการสอนวิปัสสนากรรมฐาน แก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ โดยท่านพุทธทาสภิกขุเป็นผู้ริเริ่ม เพื่อให้เป็นสาขาของวัดสสวนดมกข์ บรรยากาศภายในวัดร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่

บ้านหนังตะลุงสุชาติ ทรัพย์สิน
เลขที่ 10/18 ถนนศรีธรรมโศก ซอย 3 ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม อุตสาหกรรมท่องเที่ยว (ไทยแลนด์ ทัวริสซึ่ม อวอร์ด) ประจำปี 2539 รางวัลดีเด่นประเภทวัฒนธรรมและโบราณสถาน บริเวณบ้านหนังตะลุงได้จัดแบ่งเป็น พิพิธภัณฑ์หนังตะลุง การแกะรูปหนังตะลุง การแสดงหนังตะลุงอย่างครบวงจร นักท่องเที่ยวและผู้สนใจ สามารถเข้าชม และศึกษาศิลปวัฒนธรรมได้ทุกวัน

สำนักศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฏนครศรีธรรมราช
ตั้งอยู่ในสถาบันราชภัฏนครศรีธรรมราช อยู่ห่างจากตัวเมือง ไปตามเส้นทางนครศรีธรรมราช-พรหมคีรี (ทางหลวง 4016) ประมาณ 13 กิโลเมตร เป็นสถานที่รวบรวม ข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดี ที่ขุดค้นพบในนครศรีธรรมราช ซึ่งได้จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ พื้นบ้านในอดีต ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งเมืองในสมัยต่างๆ จนมาเป็นอาณาจักรศรีวิชัย ทั้งยังเป็นศูนย์อนุรักษ์ และฟื้นฟูมหรสพพื้นบ้าน และค้นคว้ารวบรวม ทางด้านภาษาและวรรณกรรม รวมทั้งคติชนวิทยา ที่สำคัญได้แก่ข้อความจากศิลาจารึก ที่ค้นพบที่เขาช่องคอย และโบราณวัตถุที่ชุมชนโบราณวัดโมคลาน เป็นหลักฐานที่สำคัญที่ระบุว่า เมืองนครศรีธรรมราชสร้างขึ้นเมื่อใด ศูนย์วัฒนธรรมภาคใต้แห่งนี้ เปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลาราชการ

ยอดเขาหลวง
มีกิจกรรมเดินป่าศึกษาธรมชาติ ตามเส้นทางจากบ้านคีรีวง-ยอดเขาหลวง มีความสูง 1,835 เมตร ใช้เวลาในการเดินทางท่องเที่ยวศึกษา 2 คืน 3 วัน ติดต่อขออนุญาตการเดินป่าผ่านอุทยาน แห่งชาติเขาหลวง และ อบต.กำโลน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง และบริการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ด้วยระบบของชุมชน จำนวนคณะครั้งละ 10 คน ช่วงเดือนที่เหมาะต่อการเดินป่ายอดเขาหลวง มกราคม-มิถุนายน

เรือนรับรองเมืองนคร
สร้างขึ้นเพื่อป็นที่ประทับ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในคราวที่เสด็จมาทรงงาน ที่เมืองนครศรีธรรมราช ตั้งอยู่ในบริเวณสวนผลไม้เก่าแก่ ของตระกูลทองสมัคร ซึ่งเป็นผู้ถวายในนามของ ชาวเมืองนครศรีธรรมราช บริเวณโดยรอบแวดล้อมไปด้วยไม้ผลพื้นเมืองหลากชนิด และยังได้รับการตกแต่งด้วยไม้ประดับ ส่งให้เกิดความร่มรื่นโดยทั่วไป เรือนรับรองเมืองนคร เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้ทุกวัน เว้นวันพุธและเวลา ที่พระราชวงศ์เสด็จประทับ

วัดเขาขุนพนมและศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาเขาขุนพนม
อยู่ในเขตหมู่ที่ 3 ตำบลบ้านเกาะ จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 4016 ถึงกิโลเมตรที่ 21 ผ่านตลาดพรหมโลก มีทางแยกขวาไปอีก 2.5 กิโลเมตร วัดเขาขุนพนม เป็นวัดที่มีความสำคัญ ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี มีถ้ำที่มีกำแพงก่ออิฐถือปูน มีใบเสมาเช่นเดียวกับกำแพงเมือง ผนังด้านหน้ามีลายปูนปั้น ประดับเครื่องลายครามจีน ในถ้ำมีพระพุทธรูปสำริดประมาณ 30 องค์และพระพุทธบาทสำริด ถ้ำในวัดแห่งนี้มีหลายถ้ำทะลุถึงกัน สันนิษฐานว่าเป็นที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี แต่บางท่านก็ว่าเป็นที่พักผ่อน เจ้าหญิงเกศิณีธิดาของเจ้านราสุริยวงศ์ เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ช่วง พ.ศ. 2312-2319

บ้านปลายอวน
หมู่ 5 ตำบลพรหมโลก อยู่เชิงเขาหลวงใกล้น้ำตกพรหมโลก ชุมชนประกอบอาชีพ สวนผลไม้เป็นหลัก มีการจัดตั้งชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติ เพื่อบริการเดินป่า เส้นทางจากหมู่บ้านไปถึงน้ำตกพิมานเมฆ ที่มีความสูง 1,505 เมตร ระยะทาง 5 กิโลเมตรเศษ ตามเส้นทางมีพรรณไม้ สัตว์ป่า ถ้ำ สายน้ำธารและต้นเต่าร้างแดงยักษ์ เป็นพรรณไม้เอกลักษณ์เด่น ติดต่อรายละเอียด ชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติบ้านปลายอวน โทร. (075) 338633

ล่องแก่งคลองกลาย
กิจกรรมล่องแก่งด้วยเรือยาง จัดโดย อบต.กรุงชิง อยู่หมู่ที่ 3 ตำบลกรุงชิงใกล้กับน้ำตกกรุงชิง มีเส้นทางในการล่องแก่ง 2 ระยะคือ ปากคลองพิตำ-ลานหินดาน ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ปากคลองพิตำ-บ้านทุ่ง ในระยะทาง 6 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ค่าบริการ 250-350 บาท/คน ติดต่อการใช้บริการ โทร. (075) 309004 และ 01-677-3112

ถ้ำหงส์
เป็นถ้ำขนาดกลาง ภายในถ้ำมีธารน้ำไหลผ่านตลอดแนวถ้ำ มีหินงอกหินย้อยรูปร่างต่างๆ กัน การเที่ยวชมภายในถ้ำ จะต้องเดินท่องน้ำตลอด สามารถเดินทะลุออกไปอีกด้านหนึ่งได้ ความยาวประมาณ 300 เมตร ถ้ำหงส์นี้อยู่ในความดูแล ของหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ เขานันที่ ขน.6 (คลองลำแพน) การเดินทางไปตามเส้นทาง เดียวกับน้ำตกกรุงชิง แต่ถึงก่อน

น้ำตกท่าแพ
อยู่หมู่ที่ 14 ตำบลช้างกลาง สามารถเดินทางจากตัวเมือง นครศรีธรรมราชไปตามเส้นทางสาย นครศรีธรรมราช-จันดี-ฉวาง-บ้านส้อง (ทางหลวงหมายเลข 4015) 36 กิโลเมตร และมีทางแยกขวามือมีป้ายบอกทางเข้าน้ำตกท่าแพประมาณ 2 กิโลเมตร น้ำตกท่าแพมี 10 ชั้น ชั้นที่นักท่องเที่ยวสามารถเล่นน้ำได้คือ หนานแพน้อย หนานนางครวญและหนานเตย

น้ำตกสวนอาย
อยู่หมู่ที่ 5 ตำบลคลองละอาย สามารถเดินทางจากตัวเมืองนครศรีธรรมราช ไปตามเส้นทางสายนครศรีธรรมราช-ลานสกา-จันดี (ทางหลวงหมายเลข 4015) ระยะทาง 55 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามมี 5 ชั้น ชั้นที่สามารถเล่นได้ คือ หน่นช่องส้มหลอด หนานต้นเหรียงและหนานเลากา

น้ำตกสวนขัน
อยู่หมู่ที่ 3 ตำบลสวนขัน สามารถเดินทางจากตัวเมือง นครศรีธรรมราชไป ตามเส้นทางสาย นครศรีธรรมราช-ลานสกา-จันดี (ทางหลวงหมายเลข 4015) ระยะทาง 55 กิโลเมตร และต่อรถโดยสารประจำทางสายจันดี-พิปูน ระยะทาง 4 กิโลเมตร บริเวณรอบน้ำตก ยังเป็นป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์สวยงาม เหมาะแก่การเดินป่า ชมธรรมชาติ ศึกษาพันธุ์ไม้

วัดถ้ำทองพรรณรา
อยู่หมู่ที่ 9 ตำบลถ้ำพรรณรา ห่างจากถนนเอเชีย (ทางหลวงหมายเลข 41) หลักกิโลเมตรที่ 192-193 ประมาณ 2 กิดลเมตร ห่างจากที่ว่าการอำเภอ 1 กิโลเมตร ตำนานเล่าว่ามีชีปริง และชีปรางนำสัมภาระ และผู้คนเดินทางมาทางทะเล เพื่อนำแก้วแหวนเงินทอง ไปสร้างพระบรมธาตุ เมื่อมาถึงอู่เรือ (ปัจจุบันคือ บ้านปากรา) ได้ทราบว่าพระบรมธาตุสร้างเสร็จแล้ว จึงได้ขึ้นบกหาสถานที่ที่เหมาะสมคือ ถ้ำทอง แล้วได้สร้างพระพุทธไสยาสน์ในถ้ำดังกล่าว และนำแก้วแหวนเงินทอง บรรจุไว้ในองค์พระพุทธไสยาสน์นั้นด้วย เมื่อถึงแก่กรรมลูกหลานจึงได้สร้างพระพุทธรูปขึ้น 2 องค์ นำกระดูกของชีปริง ชีปรางบรรจุ พอถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 11 จะมีการทำบุญบูชา พระพุทธไสยาสน์และพุทธรูปที่บรรจุกระดูกชีปริง ชีปราง ต่อมาเรียกว่า พระปริง พระปราง เป็นประจำตลอดมาทุกปี " ประเพณีขึ้นถ้ำ " ตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำเดือน 11 ของทุกปี ประชาชนทั่วสารทิศมานมัสการพระพุทธไสยาสน์ แก้บนด้วยขนมพอง ขนมลา และเที่ยวชมถ้ำต่างๆ ภายในวัด ซึ่งมีอยู่หลายถ้ำ ทั้งเป็นถ้ำแจ้งและถ้ำมืด

อ่าวทองหยี
เป็นหาดทรายที่มีสภาพแวดล้อม เป็นธรรมชาติสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการพักแรมแบบแคมปิ้ง หรือเต๊นท์ อ่าวท้องหยีมีพื้นที่อยู่ในวงล้อม ของเขาเพลาและเขากลาง ทำให้ชายหาดสงบเงียบและเป็นส่วนตัว การพักแรมต้องติดต่อ ขออนุญาตจากเจ้าของสถานที่ การเดินทางใช้เส้นทางถนน ลูกรังต่อจากหาดในเพลา ที่บริเวณขนาบน้ำรีสอร์ท ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร

น้ำตกกรุงนาง
เป็นน้ำตก 3 ชั้น ขนาดกลาง แต่ละชั้นสูงประมาณ 30 เมตร ตั้งอยู่ที่บ้านสวนปราง แยกจากเส้นทางไปบ้านปราง เป็นทางลูกรังใช้ได้ตลอดปี

น้ำตกคลองปาว
เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง มีลักษณะไหลลดหลั่นเป็นชั้นๆ เป็นต้นกำเนิดของคลองกลาย ตลอดลำคลองกลายมีโขดหินสวยงาม การเดินทางใช้เส้นทางไปบ้าน ปากลงเข้าสู่หน่วย พิทักษ์อุทยาน แห่งชาติเขานันที่ ขน.1 (คลองกลาย) ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 1 กิโลเมตรถึงน้ำตก

หัตถกรรมบ้านในถุ้ง

ห่างจากตัวเมือง 24 กิโลเมตร เป็นชื่อหมู่บ้านชาวไทยอิสลาม ที่อยู่ใกล้ชายทะเล นอกจากชาวบ้านจะทำอาชีพประมงแล้ว ยังได้ผลิตว่าวผ้าเป็นรูปนก หลากสีและผลิตภัณฑ์กรงนกอีกด้วย นับเป็นหมู่บ้านหัตถกรรม ที่น่าแวะชมและเลือกซื้องานฝีมือของชาวบ้าน

พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปากพนัง
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เกิดจาก โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุงและสงขลา ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่ในบริเวณสถานที่ ดำเนินโครงการพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปากพนัง ประกอบด้วยห้องทรงงานส่วนพระองค์ ห้องประชุม และห้องนิทรรศการปากพนังในอดีต โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มแม่น้ำปากพนังฯ โทร. (075) 517933, 517534

น้ำตกหนานเตย
เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามอีกแห่งหนึ่ง จะมีน้ำตกหลายชั้น ล้วนมีความสวยงามทั้งสิ้น

หมู่บ้านทำพัดใบกระพ้อ
ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 403 จากอำเภอเมือง ระยะทาง 40 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านที่ชาวบ้านใช้เวลาว่างจากงานประจำ ทำหัตถกรรมพัดใบพ้อส่งจำหน่ายทั่วประเทศ เป็นหัตถกรรมท้องถิ่นที่ได้รับความนิยม ด้วยเป็นงานฝีมือที่มีราคาย่อมเยา


น้ำตกหนานปลิว
เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดใน ต.นาหลวงเสน เกิดจากภูเขาในเทือกเขานครศรีฯ เป็นน้ำตกของ "คลองท่าเลา" "คลองวังหีบ" ประกอบด้วยชั้นต่าง ๆ มากมายมีสายน้ำมาจากหน้าผาสูงประมาณ 80 เมตร ตั้งอยู่ระหว่างหมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 5

น้ำตกหนานตากผ้า
เป็นหินขนาดใหญ่ มีบริเวณแผ่ขยายกว้างเหมือนลานตากผ้า มีล่องน้ำเหมือนสไลด์เดอร์ ให้สไลด์กันแบบธรรมชาติ

`๏่’ นครศรีธรรมราช - Nakhonsithammarat `๏่’

`๏่’ นครศรีธรรมราช - Nakhonsithammarat `๏่’
การเดินทางทางรถยนต์

จากกรุงเทพฯ โดยทางหลวงหมายเลข 35 (สายธนบุรี-ปากท่อ) แยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4 หรือจะใช้ทางหลวง หมายเลข 4 ผ่านเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์จนถึงชุมพร เปลี่ยนมาใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอำเภอทุ่งสง อำเภอร่อนพิบูลย์ จนถึงนครศรีธรรมราช หรือจะเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านนครปฐม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จนถึงอำเภอท่าฉาง จังหวัดชุมพร แล้วจากนั้น ให้แยกเข้าสู่ สุราษฎร์ธานี โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 401 เลียบชายฝั่งทะเล ไปจนถึงนครศรีธรรมราช


`๏่’ นครศรีธรรมราช - Nakhonsithammarat `๏่’
การเดินทางทางรถโดยสาร
รถโดยสาร บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารปรับอากาศชั้นหนึ่ง และรถโดยสารธรรมดา ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี (ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี) ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 435-1200, 434-7192


`๏่’ นครศรีธรรมราช - Nakhonsithammarat `๏่’
การเดินทางทางรถไฟ
มีขบวนรถเร็ว และรถด่วน กรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช ออกจากสถานีกรุงเทพฯ ถึงนครศรีธรรมราช ระยะทาง 832 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีขบวนรถด่วน และรถเร็วอีกหลายขบวนผ่านสถานีชุมทางทุ่งสง ซึ่งสามารถจะต่อรถไฟ หรือรถยนต์เข้าสู่นครศรีธรรมราชได้อีกต่อหนึ่ง ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ สถานีรถไฟกรุงเทพฯ โทร. 223-7010, 223-7020 หรือที่ สถานีรถไฟนครศรีธรรมราช โทร. (075) 356364


`๏่’ นครศรีธรรมราช - Nakhonsithammarat `๏่’
การเดินทางทางเครื่องบิน
บริษัทการบินไทย จำกัด เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1.40 ชั่วโมง รายละเอียดติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ บริษัทการบินไทย จำกัด โทร. 280-0060, 628-2000 และที่นครศรีธรรมราช โทร. (075) 342491, 34387