ลักไก่ทัวร์
หน้าแรกลักไก่ทัวร์
โปรแกรมทัวร์
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ท่องทะเลไทย
เทศกาลทั่วไทย
บันทึกนักเดินทาง
บันทึกเปื้อนฝุ่น
ดอยสูง ภูสวย
โปสการ์ดท่องเที่ยว
พระธาตุประจำปีเกิด
โรงแรม รีสอร์ท
แผนที่ประเทศไทย
อุทยานแห่งชาติ
อุทยานประวัติศาสตร์
วนอุทยาน
unseen I
unseen II
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
  
กิจกรรม
Tips for Trip
ประเทศเพื่อนบ้าน
ห้ามคลิก !
จ้างให้ก็คลิกไม่โดน
ไม่เชื่อก็ลองดู
 
ขอขอบคุณ
การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย และอนุสาร อสท. ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลต่างๆครับ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

 

 `๏่’ ลำปาง - Lampang `๏่’
 `๏่’ ลำปาง - Lampang `๏่’

" ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล ฝึกช้างใช้ลือโลก "



     จังหวัดลำปาง มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่มากครับ เริ่มตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวีได้ทรงขึ้นมาครองนครหริภุญชัย(ลำพูน) ต่อมาเมื่อพระนางทรงพระชราภาพมากแล้ว ได้ทรงมอบราชสมบัต ิให้เจ้ามหันตยศพระโอรสองค์โตครองนครหริภุญชัยแทน ส่วนเจ้านันตยศโอรสองค์รองนั้นได้ไปสร้างเมืองใหม่ และขนานนามเมืองนี้ว่า เขลางค์นคร พร้อมทั้งได้ราชาภิเษกเป็นกษัตริย์ครองเขลางค์นครเป็นพระองค์แรก ทรงพระนามว่า พระเจ้าอินทรเกิงการ พระองค์ครองเมืองอยู่ไม่นานก็ทรงรำลึกถึงพระราชมารดา จึงได้ทูลเชิญพระนางจามเทวีเสด็จมาเมืองเขลางค์ และได้ทรงสร้างเมือง "อาลัมภางค์นคร" ให้เป็นที่ประทับ โดยเหตุที่ทั้งนครเขลางค์ และอาลัมภางค์นคร มีอาณาเขตใกล้เคียงติดต่อกันประดุจเป็นเมืองเดียวกัน คนทั้งหลายจึงมักเรียกรวมกันว่า "นครเขลางค์อาลัมภาค์" และได้กลายเป็น "นครลำปาง" ในที่สุดครับ


     จังหวัดลำปางมีระยะทางห่างจากกรุงเทพฯ 599 กิโลเมตร มี เนื้อที่ทั้งหมด 12,534 ตารางกิโลเมตร ภูมิประเทศเป็นที่ดอนและป่าเขา ตอนเหนือเป็นที่ราบแล้วค่อย ๆ ลาดต่ำลงมาทางใต้เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำวัง เทือกเขาที่สำคัญคือเทือกเขาผีปันน้ำ เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำวัง และเทือกเขาขุนตาล ซึ่งกั้นเขตแดนระหว่างลำปาง-ลำพูน มีอุโมงค์ให้รถไฟลอดผ่านเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร

ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดเชียงใหม่ พะเยา และเชียงราย
ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดตาก และสุโขทัย
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดลำพูน และเชียงใหม่
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดแพร่ และสุโขทัย

     จังหวัดลำปางแบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ คือ อำเภอเมืองลำปาง อำเภอเกาะคา อำเภอแจ้ห่ม อำเภอแม่ทะ อำเภอเถิน อำเภองาว อำเภอห้างฉัตร อำเภอวังเหนือ อำเภอแม่พริก อำเภอเสริมงาม อำเภอสบปราบ อำเภอแม่เมาะ และอำเภอเมืองปาน


กระดาษสา
ทำมาจากปอสาซึ่งเป็นไม้เนื้ออ่อนชนิดหนึ่ง มีเนื้อเยื่อเหนียวและมีคุณสมบัติในการนำมาทำกระดาษ ประโยชน์ของกระดาษสาสามารถนำมาประดิษฐ์เป็นสิ่งของได้หลายอย่าง เช่น ร่ม โคมไฟ ไส้เทียน ดอกไม้แห้งและของที่ระลึกต่างๆ เป็นต้น กระดาษสาเป็นอุตสาหกรรมพื้นบ้าน แหล่งผลิตที่มีชื่อเสียงคือ บ้านน้ำโท้ง

เครื่องเคลือบดินเผา(เซรามิค)

เนื่องจากจังหวัดลำปางมีแหล่งดินขาวที่มีคุณภาพดีที่สุดในประเทศไทยและมีเป็นจำนวนมาก จึงก่อให้เกิดอุตสาหกรรมเครื่องเคลือบดินเผาขึ้น มีโรงงานผลิตอยู่สองฝั่งเส้นทางเข้าตัวเมืองลำปาง และมีร้านจำหน่ายอยู่ในตัวเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมกรรมวิธีในการปั้นและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่โรงงาน

ผ้าทอ
ในบางหมู่บ้านยังมีการทอผ้าด้วยกี่พื้นเมือง โดยใช้ฝ้ายที่ปลูกขึ้นเอง เช่น บ้านหลวง อำเภอแม่ทะที่นิยมทอเป็นผ้าลายเชิง บ้านทุ่งกว๋าว อำเภอเมืองปาน นิยมทอเป็นผ้าลายยก นอกจากนี้ยังมีที่อำเภอแจ้ห่ม และที่ บ้านฝ้าย ตำบลพิชัย อำเภอเมือง ซึ่งมีโรงงานทอผ้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากฝ้ายทอมือ

รถม้าย่อขนาด
เป็นของฝากที่ผู้รับจะต้องประทับใจในงานศิลปที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาจากความประณีตละเอียดอ่อนของผู้ที่มีความผูกพันและเข้าใจองค์ประกอบทุกส่วนของรถม้าเพราะสร้างให้ขยับเขยื้อนได้ มีการตกแต่งรถม้าและเครื่องแต่งกายของสารถี ได้สวยงามเหมือนรถม้าจริง

ร้านขายของที่ระลึก
มีจำหน่ายมากบริเวณห้าแยกหอนาฬิกา หน้าโรงเรียนเทศบาล 4 ถนนรอบเวียง และที่กาดม่วนใจ๋ตรงสี่แยกทางไปจังหวัดเชียงใหม่ ตามร้านต่างๆ มีชามตราไก่อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองลำปาง รถม้าย่อขนาดที่เคลื่อนไหวได้พร้อมสารถีตกแต่งเหมือนจริง เครื่องปั้นดินเผาและเครื่องเซรามิคหลากรูปแบบ ส่วนร้านขายเสื้อผ้าพื้นเมืองส่วนใหญ่อยู่บนถนนทิพย์ช้างและถนนบุญวาทย์ ของกิน เช่น แหนมเขลางค์ ถนนทิพย์ช้าง แหนมสมศรี ถนนป่าไม้ พวกแคบหมู น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว หมูยอ หาซื้อได้ตามตลาดอัศวิน ซึ่งเป็นตลาดขายของกินตอนเย็น อยู่ถนนท่าคร่าวน้อย

หมู่บ้านแกะสลักบ้านหลุก
ตั้งอยู่ที่ ตำบลนาครัว อยู่ห่างที่ว่าการอำเภอแม่ทะไปประมาณ 2 กิโลเมตร ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพแกะสลักไม้ ซึ่งไม้ที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นไม้ฉำฉา และจามจุรี ผลิตภัณฑ์ที่แกะเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เช่น ช้าง ม้า สิงโต กวาง ฯลฯ ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เป็นอุตสาหกรรมครอบครัวที่ได้รับการถ่ายทอดสืบต่อกันมา


งานพิธีบวงสรวงเสาหลักเมืองและสืบชะตาเมือง
ในเดือนกุมภาพันธ์จัดบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดในเดือนกุมภาพันธ์ นับเป็นประเพณีที่ชาวเมืองลำปางจัดต่อเนื่องทุกปี โดยมีการประกอบพิธีทางสงฆ์ พิธีทางพราหมณ์ และการฟ้อนผีมดผีเม็ง อันเป็นพิธีบูชาผีบรรพบุรุษเพื่อเป็นสิริมงคลแก่เมืองต่อไป

งานขันโตกช้าง
จัดขึ้นทุกวันศุกร์-เสาร์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีหรือสะโตกช้าง จัดขึ้นทุกวันศุกร์-เสาร์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ณ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ภายในงานจะแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ การแสดงของช้างและขันโตกช้าง การรับประทานข้าวแลงขันโตกของผู้ร่วมงาน

งานเทศกาลกินปลา
จัดในช่วงต้นเดือนมีนาคมจัดในช่วงต้นเดือนมีนาคม มีการจัดนิทรรศการปลา ประกวดปลาสวยงาม ตู้ปลาสวยงาม พร้อมทั้งชิมอาหารที่ทำจากปลาหลากหลายชนิด

งานวันรถไฟรถม้าลำปาง
ในช่วงเดือนเมษายนจัดขึ้นที่สถานีรถไฟนครลำปาง ในช่วงเดือนเมษายน ทั้งกลางวันกลางคืนในงานมีการแสดงนิทรรศการ กาดมั่ว (ตลาดกับข้าว) ผู้ร่วมงานจะชักชวนกันแต่งกายแบบย้อนยุคไปประมาณ 80 ปีที่แล้ว เมื่อรถม้าเริ่มเข้ามาในจังหวัดลำปาง และที่สำคัญในงานจะมีรถม้าบริการด้วย

งานแห่สลุงหลวงและสงกรานต์
จัดในช่วงวันที่ 12-14 เมษายน ของทุกปีประเพณีสงกรานต์ของจังหวัดลำปาง จัดในช่วงวันที่ 12-14 เมษายน ของทุกปี ในวันที่ 12 เมษายน จะมีการจัดขบวนแห่สลุงหลวง (สลุง หมายถึง ขันน้ำ) ขบวนตกแต่งสวยงาม ผู้ร่วมขบวนแต่งกายแบบล้านนาโบราณแห่แหนไปรอบเมือง เพื่อรับน้ำขมิ้นส้มป่อยจากประชาชนไปสรงแด่พระแก้วดอนเต้า พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 13-14 เมษายน ก็จะเป็นการทำบุญที่วัด ก่อเจดีย์ทราย การรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การเล่นสาดน้ำสงกรานต์ การออกร้านจำหน่ายสินค้า การแสดงมหรสพและการแสดงพื้นเมืองต่างๆ

งานวันสับปะรด
จัดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน จัดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน มีการประกวดสับปะรดผลใหญ่ จำหน่ายและประกวดผลิตภัณฑ์สับปะรดแปรรูป รวมถึงประกวดธิดาสับปะรดประจำปี

งานเดิน-วิ่งมินิฮาล์ฟมาราธอนแม่เมาะ
จัดขึ้นในช่วงต้นเดือนสิงหาคมจัดขึ้นในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่เหมืองลิกไนต์ อำเภอแม่เมาะ แหล่งถ่านหินที่สำคัญของประเทศและของจังหวัดลำปาง

งานหลวงเวียงละคอน
จัดขึ้นในช่วงก่อนวันลอยกระทงของทุกปีจัดขึ้นในช่วงก่อนวันลอยกระทงของทุกปี บริเวณวัดพระแก้วดอนเต้า และวัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นงานที่เน้นการแสดงออกถึงประวัติศาสตร์และขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวลำปาง มีขบวนแห่ครัวทานตามประเพณีดั้งเดิม โดยขบวนนั้นจะมีการตกแต่ง ด้วยเครื่องใช้ เช่น เสื่อ ถ้วยชาม ช้อน เก้าอี้ ของใช้จำเป็น เป็นเครื่องไทยทานไปถวายวัด

งานประเพณีล่องสะเปาจาวเวียงละกอนฺ
จัดขึ้นช่วงเดือนพฤศจิกายนจัดขึ้นช่วงเดือนพฤศจิกายนบริเวณวัดพระธาตุลำปางหลวง อำเภอเกาะคา มีการแห่บอกไฟ (ทางอีสานเรียกงานบุญบั้งไฟ) ประกวดตีกลองมองเซิงที่ชาวบ้านเรียกว่ากลองปู่จา ช่วงค่ำมีงานแสดงแสง-เสียงและกินขันโตก

งานฤดูหนาวและงานกาชาด
จัดในช่วงเดือนธันวาคมจัดในช่วงเดือนธันวาคม มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดของส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน การประกวดนางสาวลำปาง รวมถึงการละเล่นและมหรสพที่น่าสนใจหลายประเภท

งานวันดอกไม้บาน
ในช่วงเดือนธันวาคมจัดที่สวนป่าทุ่งเกวียน อำเภอห้างฉัตร ในช่วงเดือนธันวาคม ชมขบวนแห่ช้างแบบล้านนา เทพีบุปผชาติ เลือกซื้อสินค้าท้องถิ่น การประกวดโฟล์คซองคำเมืองและกินอาหารแบบสะโตก

งานเซรามิคแฟร์
จัดขึ้นทุกวันศุกร์แรกของเดือนธันวาคมของทุกปี จัดขึ้นทุกวันศุกร์แรกของเดือนธันวาคมของทุกปี เป็นเวลา 10 วัน บริเวณงานอยู่ในเขตอำเภอเมืองลำปาง กิจกรรมจะประกอบด้วย ขบวนแห่ทางวัฒนธรรมในวันแรกของงาน การจัดนิทรรศการ การประกวดผลิตภัณฑ์เซรามิค และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องเคลือบดินเผา



หมู่บ้านแกะสลัก (บ้านหลุก)

หมู่บ้านแกะสลักไม้รูปสัตว์ต่างๆ เป็นอุตสาหกรรมภายในหมู่บ้าน แต่ก่อนเป็นการทำโดยใช้เวลาว่างจากการทำนา ปัจจุบันการแกะสลักไม้เป็นรูปสัตว์ต่างๆ นี้ ได้รับความนิยมของนัก ท่องเที่ยว และได้รับสั่งจองทำออกจำหน่ายเป็นอุตสหกรรมภายในหมู่บ้าน ซึ่งทำกันมากที่บ้านหลุก อำเภอแม่ทะ

รถม้า
ลำปางเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ยังนิยมใช้รถม้า เป็นพาหนะเดินทางระยะใกล้ๆ ภายในตัวเมือง จึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว รถม้าลำปางเป็นรถเปิดประทุน ที่นั่งผู้โดยสารคล้ายคลึงกับที่นั่งของจักรยานสามล้อ แต่มีขนาดใหญ่กว่า อยู่ทางตอนหลังของที่นั่งคนบังคับม้า ซึ่งมีระดับสูงกว่าเล็กน้อย นั่งได้คันละ 2 คน

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถไปขึ้นรถม้าได้ที่หน้าศาลากลางเก่าจังหวัดลำปาง หน้าโรงแรมเวียงทอง และหน้าโรงแรมทิพย์ช้าง ตั้งแต่เลา 06.00-23.00 น. ยกเว้นหน้าศาลากลางเก่า มีบริการ 06.00-16.00 น. อัตราค่าโดยสาร 100-200 บาท ปัจจุบันยังมีการทำรถม้าที่หมู่บ้านวังเหนือ ท่าคร่าวน้อย ศรีบุญเรือง นาก่วมเหนือ และนาก่วมใต้

ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
ตั้งอยู่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดลำปางด้านตะวันตกเฉียงใต้ หลักเมืองเป็นหลักซึ่งทำด้วยไม้สัก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยหลักที่หนึ่งสร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2400 หลักที่สองสร้างประมาณปี พ.ศ. 2416 และหลักที่สามสร้างประมาณปี พ.ศ. 2429 ต่อมาในปี พ.ศ. 2440 เมื่อสร้างศาลากลางจังหวัดขึ้น ได้นำหลักเมืองมาไว้ที่บริเวณหน้าศาลากลาง และได้มีการสร้างมณฑปครอบหลักเมืองทั้งสามในปี พ.ศ. 2511

พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ
ประดิษฐานอยู่ในมณฑป ซึ่งเป็นอาคารทรงไทยแบบจตุรมุข หน้าศาลากลางจังหวัดลำปาง เป็นพระพุทธรูป สร้างด้วยโลหะผสมรมดำทั้งองค์ ปางสมาธิ ชาวบ้านเรียก “หลวงพ่อดำ” จัดสร้างโดยกรมการรักษาดินแดนเมื่อปี พ.ศ. 2511 มี 4 องค์ เพื่อนำไปประดิษฐานไว้ 4 ทิศของประเทศ โดยทางทิศเหนือได้นำมาประดิษฐานไว้ ณ จังหวัดลำปาง นับเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง เป็นที่เคารพสักการะของประชาชน ปัจจุบันพระพุทธรูปองค์นี้ปิดทองเกือบทั้งองค์โดยสาธุชนที่มานมัสการ

วัดพระแก้วดอนเต้า สุชาดาราม
ตั้งอยู่ที่ตำบลเวียงเหนือ เป็นวัดเก่าแก่และสวยงาม มีอายุนับพันปี เคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 1979 เป็นเวลานานถึง 32 ปี เหตุที่วัดนี้ได้ชื่อว่าวัดพระแก้วดอนเต้า มีตำนานกล่าวว่า พระมหาเถระแห่งวัดนี้ได้พบแก้วมรกตในแตงโม (ภาษาเหนือเรียกว่า หมากเต้า) และนำมาแกะสลักเป็นพระพุทธรูป

แต่ต่อมาถูกอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระธาตุลำปางหลวง จนถึงปัจจุบัน ปูชนียสถานที่สำคัญในวัดพระแก้วดอนเต้า ได้แก่ พระเจดีย์องค์ใหญ่ บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า มณฑปศิลปะพม่า ลักษณะงดงาม ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ วิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่มีอายุเก่าพอๆกับวัดนี้ นอกจากนี้ยังมี วิหารหลวง และพิพิธภัณฑสถานแห่งลานนา การเดินทางไปยังวัด ข้ามสะพานรัชฎาภิเษกแล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนพระแก้วประมาณ 1 กิโลเมตร จะเห็นองค์พระธาตุตั้งเด่นอยู่บนเนิน

วัดศรีชุม
เป็นวัดพม่าที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาวัดพม่าที่มีอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด 31 วัด สร้างในปี พ.ศ. 2436 โดยคหบดีพม่าชื่อ อูโย ซึ่งติดตามชาวอังกฤษเข้ามาทำงานป่าไม้ในประเทศไทย เมื่อตนเองมีฐานะดีขึ้นจึงต้องการทำบุญ โดยสร้างวัดศรีชุมขึ้นในเขตตำบลสวนดอก การเดินทางไปวัดศรีชุม จากถนนพหลโยธินเมื่อถึงโรงเรียนบุญญวาทย์วิทยาลัยแล้ว เลี้ยวซ้ายตรงสี่แยกเข้าถนนศรีชุมไปประมาณ 100 เมตร จะพบทางเข้าวัดอยู่ทางด้านขวามือ

จุดเด่นของวัดนี้เดิมอยู่ที่ พระวิหาร ซึ่งเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ หลังคาเครื่องไม้ยอดแหลมแกะสลักเป็นลวดลายสวยงามมาก แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าได้เกิดเหตุเพลิงไหม้พระวิหาร ที่มีศิลปะการตกแต่งภายในร่วมสมัยระหว่างศิลปะล้านนา และศิลปะพม่าลงทั้งหลัง เมื่อตอนเช้าตรู่ของวันที่ 16 มกราคม 2535 คงเหลือเพียงไม้แกะสลักตรงซุ้มประตูทางขึ้นวิหารเท่านั้น

วัดไชยมงคล
ตั้งอยู่ที่ถนนสนามบิน ตำบลหัวเวียง เยื้องกับวัดป่าฝาง มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า วัดจองคา พุทธสถานที่เด่นของวัดคือ กุฎิ ขนาดปานกลาง ตัวอาคารเป็นตึกสีขาว หลังคาเครื่องไม้แบบพม่า หน้าบันประดับกระจกเป็นรูปเทวดา เสาประดับด้วยขดลวดโลหะสีทองขดเป็นลายเครือเถา ประดับกระจกสีสวยงาม ม่านและระเบียงโดยรอบทำด้วยแผ่นไม้ฉลุฝีมือประณีต ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสำริด มีลักษณะงดงามสร้างจากเมืองมัณฑเล สหภาพพม่า

สถานปฏิบัติธรรม-มณฑป
หลวงพ่อเกษม เขมโก สำนักสุสานไตรลักษณ์ ตั้งอยู่ชานเมืองลำปางประมาณ 4 กิโลเมตร ตามทางสายลำปาง-แจ้ห่ม ภายในบริเวณมีมณฑปลักษณะเป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ มีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อเกษม เขมโก เกจิอาจารย์ซึ่งมีผู้เคารพนับถือเป็นจำนวนมาก นั่งในท่าสมาธิขนาดเท่ารูปจริง สำหรับให้ประชาชนเคารพสักการะ และบริเวณหน้ามณฑปก็มีที่จอดรถและสถานที่เช่าพระเครื่อง ส่วนกุฎิของหลวงพ่อเกษมอยู่ด้านข้างมณฑป

วัดเจดีย์ซาวหลัง
“ซาว” แปลว่า ยี่สิบ “หลัง” แปลว่า องค์ วัดเจดีย์ซาวหลัง แปลว่าวัดที่มีเจดีย์ 20 องค์ ตั้งอยู่ที่ตำบลต้นธงชัย ห่างจากตัวเมือง 5 กิโลเมตร ตามถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม เป็นวัดใหญ่อยู่กลางทุ่งนา บริเวณวัดร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ วัดนี้เป็นปูชนียสถานที่สำคัญของจังหวัดลำปาง สร้างแต่โบราณ ทรงคุณค่าทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณวัตถุ จากหลักฐานการขุดพบพระเครื่องสมัยหริภุญชัยที่องค์พระเจดีย์ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าวัดนี้สร้างมานานกว่าพันปี สิ่งที่น่าชมภายในวัดคือ องค์พระธาตุเจดีย์ซาว ที่มีศิลปะล้านนาผสมศิลปะพม่า ข้างหมู่พระเจดีย์มีวิหารหลังเล็ก ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดปางสมาธิ ศิลปะเชียงแสน ชาวบ้านเรียกว่า “พระพุทธรูปทันใจ” พระอุโบสถหลังใหญ่ซึ่งประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีพุทธลักษณะงดงาม บานประตูทั้งสามเป็นของโบราณ เขียนลวดลายรดน้ำละเอียดสวยงาม เสาซุ้มประตูหน้าต่างประดับลวดลายกระจกสีเป็นลักษณะศิลปะสมัยใหม่และที่ ศาลาการเปรียญ เรือนไม้ชั้นเดียวด้านหลังพระอุโบสถ ได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงโบราณวัตถุที่ชาวบ้านนำมาถวาย

นอกจากนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2526 ได้มีชาวบ้านขุดพบพระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์หนัก 100 บาทสองสลึง มามอบให้แก่ทางวัดซึ่งพระพุทธรูปองค์นี้ชื่อว่า “พระแสนแซ่ทองคำ” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยล้านนา ราวพุทธศตวรรษที่ 21 ขนาดหน้าตักกว้าง 9 นิ้วครึ่ง สูง 15 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปทองคำองค์แรกที่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุแห่งชาติแล้ว

วัดศรีรองเมือง
ตั้งอยู่ที่บ้านท่าคร่าวน้อย ตำบลสบตุ๋ย ในเขตเทศบาลเมืองด้านทิศตะวันตก เป็นวัดพม่าที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2448 สมัยที่ลำปางเป็นศูนย์กลางการค้าขาย การทำป่าไม้เช่นกัน สถาปัตยกรรมที่สำคัญได้แก่ วิหารไม้ หลังคาจั่วซ้อนกันเป็นชั้นเล็กชั้นน้อยสวยงามตามแบบศิลปะพม่า นอกจากนี้ยังนับว่าเป็นวัดที่มีการประดับตกแต่ง ภายในด้วยลายไม้แกะสลัก และลายปูนปั้นลงรักปิดทองประดับด้วยกระจกสี ฝีมือประณีต วิจิตรสวยงาม

วัดป่าฝาง
ตั้งอยู่เลขที่ 214 ถนนสนามบิน ตำบลหัวเวียง สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยชาวพม่าที่มาประกอบอาชีพการป่าไม้ในจังหวัดลำปาง มีพุทธสถานที่เด่นคือ พระเจดีย์ใหญ่สีทองสุกปลั่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่อัญเชิญมาจากพม่าเมื่อประมาณ พ.ศ. 2449 ศาลาการเปรียญ เรือนไม้ทั้งหลังขนาดใหญ่ หลังคาซ้อนกันเป็นชั้นๆ แบบพม่า และพระอุโบสถขนาดเล็กหลังคาเครื่องไม้แบบพม่า มีลวดลายเครือเถาปูนปั้นเหนือประตูสวยงาม วัดนี้มีพระสงฆ์พม่าจากเมืองมัณฑเลมาเป็นเจ้าอาวาสอยู่เสมอ

วัดพระธาตุม่อนพญาแช่
ตั้งอยู่ที่ ต.พิชัย บนเส้นทางสายลำปาง-งาว ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร จากตัวเมืองโดยเลี้ยวขวาเข้าไปตรงหลักกิโลเมตรที่ 605 ประมาณ 1 กิโลเมตร ตัววัดตั้งอยู่บนเนินเขา สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของจังหวัดลำปางได้อย่างชัดเจน ทางวัดได้พัฒนาเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และขอความร่วมมือกับสำนักงานป่าไม้เขตลำปาง จัดให้เป็นวนอุทยานม่อนพญาแช่ ความสวยงามของวัดอยู่ที่บันไดนาคที่ทอดยาวขึ้นไปสู่พระเจดีย์ซึ่งกล่าวว่า บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เจดีย์เดิมถูกทำลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2498 ทุกปีจะมีงานนมัสการพระธาตุในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 7 เหนือ (ตรงกับเดือน 9)

วัดพระธาตุเสด็จ
อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามเส้นทางลำปาง-งาว ประมาณ 19 กิโลเมตร แยกซ้ายตรงกิโลเมตรที่ 17 ประมาณ 2 กิโลเมตร วัดพระธาตุเสด็จเป็นโบราณสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดลำปาง มีตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในสมัยพระนางจามเทวี เมื่อประมาณ 500 ปีมาแล้ว อุโบสถและวิหารต่างๆ ในวัดนี้ล้วนแต่เป็นของโบราณที่ได้รับการบูรณะใหม่ แต่ยังคงสภาพศิลปะโบราณให้เห็นได้อยู่จนปัจจุบัน กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นโบราณสถานของชาติแล้ว วัดนี้มีพุทธสถานที่สำคัญคือ องค์พระธาตุเสด็จ ซึ่งเป็นเจดีย์บรรจุพระบรมธาตุของพระพุทธเจ้า เป็นเจดีย์แบบลานนา ลักษณะคล้ายพระธาตุลำปางหลวงแต่องค์เล็กกว่า นอกจากนี้มีวิหารใหญ่ เรียกว่า “วิหารกลาง” ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดปางลีลาองค์ใหญ่มีพุทธลักษณะงดงามนามว่า “หลวงพ่อห้ามญาติ” วิหารหลวง เรียกว่าวิหารจามเทวี ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยขัดสมาธิราบ ศิลปะเชียงแสนและวิหารพระพุทธ มีพระพุทธรูปชื่อ “พระเจ้าดำองค์อ้วน” เป็นพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยขัดสมาธิราบ

เขื่อนกิ่วลม
อยู่ห่างจากตัวเมืองไป 38 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายลำปาง-งาว โดยแยกซ้ายตรงหลักกิโลเมตรที่ 623-624 เข้าไปอีก 14 กิโลเมตร เปิดให้ประชาชนเข้าไปพักผ่อนหย่อนใจได้ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.

เขื่อนกิ่วลม อยู่ภายใต้การดูแลของกรมชลประทาน บริเวณเหนือเขื่อนเป็นอ่างเก็บน้ำเหมาะแก่การล่องเรือหรือแพ เพราะมีทัศนียภาพสวยงาม การล่องแพใช้เวลาประมาณครึ่งวัน มีสถานที่น่าสนใจ เช่น แหลมชาวเขื่อน ผาเกี๋ยง ผางาม เกาะชวนฝัน ทะเลสาบสบพุ หมู่บ้านชาวประมงบ้านสา ฯลฯ

สำหรับผู้ที่สนใจกีฬาทางน้ำ บอสสินี่ สปอร์ต คลับ ได้รับอนุญาตจากกรมชลประทานให้จัดตั้งศูนย์กีฬาทางน้ำ ที่บริการอุปกรณ์กีฬาทางน้ำประเภทต่าง ๆ เช่น สกู๊ตเตอร์ บานานาโบ๊ท วินเสริฟ เป็นต้น

บ้านพักรับรองของทางกรมฯ อนุญาตให้เข้าพักได้เฉพาะข้าราชการ หรือหน่วยงานราชการเท่านั้น โดยมีหนังสือแจ้งล่วงหน้าไปที่ กรมชลประทาน ถนนสามเสน หรือ โทร. 241-4806

สวนสาธารณะหนองกระทิง
ตั้งอยู่ที่ตำบลบ่อแฮ้ว จากตัวเมืองข้ามลำน้ำวังไปตามเส้นทางสายลำปาง-ห้างฉัตร ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนชาวลำปางที่ใกล้ตัวเมืองมากที่สุด มีหนองน้ำใสเหมาะสำหรับว่ายน้ำ เล่นเรือถีบ มีสวนหย่อม และต้นไม้ร่มรื่น มีร้านอาหารและเครื่องดื่มบริการหลายแห่ง

อ่างเก็บน้ำวังเฮือ
อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามถนนสายลำปาง-เด่นชัย 18 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาตามถนนเข้าตัวเมืองอีกราว 300 เมตร เป็นอ่างเก็บน้ำที่อยู่ริมถนน เหมาะแก่การแวะพักผ่อนปิคนิค ริมอ่างเก็บน้ำเป็นทิวเขาที่มีทิวทัศน์สวยงาม

น้ำตกวังแก้ว
เป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดในจังหวัดลำปาง มีจำนวนชั้นรวมกันทั้งหมด 110 ชั้นแต่เป็นชั้นใหญ่ประมาณ 7-8 ชั้น เมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของน้ำตก จะได้พบหมู่บ้านชาวเขา เผ่าเย้า ที่บ้านป่าคาหลวง และ บ้านส้าน ระยะทางห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 130 กม. ไปตามถนน ลำปาง-แจ้ห่ม เมื่อถึงตัวอำเภอ วังเหนือ น้ำตกวังแก้วจะอยู่ห่างจากตัวอำเภอ ไปอีกประมาณ 26 กม. ถนนสะดวก รถทุกชนิดสามารถเข้าไปถึง

วัดพระธาตุลำปางหลวงวัดพระธาตุลำปางหลวง
ตั้งอยู่ที่ ต. ลำปางหลวง ห่างจากตัวเมืองลำปางประมาณ 18 กิโลเมตร ตามทางหลวงสายลำปาง-เถิน ถึงหลักกิโลเมตรที่ 586 เลี้ยวเข้าไปจนถึงที่ว่าการอำเภอเกาะคา จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร

วัดพระธาตุลำปางหลวงเป็นวัดที่มีสถาปัตย กรรมงดงามและมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองลำปาง ตามตำนานกล่าวว่ามีมาตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวี ราวพุทธศตวรรษที่ 13 ตัววัดตั้งอยู่บนเนิน มีบันไดนาคทอดขึ้นสู่ตัววัด

พุทธสถานที่น่าสนใจได้แก่ วิหารหลวงซึ่งเป็นวิหารขนาดใหญ่ เปิดโล่ง มีกู่บรรจุพระเจ้าล้านทองเป็นประธานของพระวิหาร หลังพระวิหารมีเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่รั้วทองเหลืองรอบองค์พระเจดีย์มีรูกระสุนปืนที่หนานทิพย์ช้างยิงท้าวมหายศปรากฎอยู่ ด้านขวาองค์เจดีย์เป็นวิหารน้ำแต้ม (“แต้ม” แปลว่าภาพเขียน) เป็นวิหารเปิดโล่ง ปัจจุบันภาพเขียนลบเลือนไปมาก ด้านซ้ายของพระเจดีย์เป็นวิหารพระพุทธ เป็นอาคารปิดทึบ มีพระประธานแบบเชียงแสนองค์ใหญ่อยู่เต็มอาคาร หน้าบันของวิหารพระพุทธเป็นลายดอกไม้ติดกระจกสี และพิพิธภัณฑ์ของวัด ซึ่งรวบรวมศิลปวัตถุจากที่ต่างๆ ที่หาชมได้ยาก เช่น สังเค็ด ธรรมาสน์เทศน์ คานหาบ ตู้พระไตรปิฎก เป็นต้น นอกจากนี้วัดพระธาตุลำปางหลวงยังเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วดอนเต้า ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดลำปาง ทุกปีจะมีงานประจำปีในวันเพ็ญเดือน 12

วัดพระธาตุจอมปิง
ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 บ้านจอมปิง ต. นาแก้ว อ.เกาะคา การเดินทางนั้นใช้เส้นทางเดียวกันกับวัดพระธาตุลำปางหลวง แต่แยกซ้ายตรงที่ว่าการอำเภอไปอีก 14 กิโลเมตร วัดพระธาตุจอมปิง เป็นวัดโบราณตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในสมัย พระเจ้าติโลกราชแห่งอาณาจักรลานนาไทย วัดนี้มีความมหัศจรรย์ของการเกิดเงาสะท้อนเป็นภาพสีธรรมชาติขององค์พระธาตุ ผ่านรูเล็กบนหน้าต่างมาปรากฎบนพื้นภายในพระอุโบสถตลอดเวลา ที่มีแสงสว่างทั้งกลางวันและกลางคืน และทางวัดยังจัดที่แสดงโบราณวัตถุต่างๆ ที่ขุดพบในบริเวณนี้อีกด้วย

พิพิธภัณฑ์วัดไหล่หิน
เป็นที่เก็บหอพระแก้ว ซุ้มพระพิมพ์ อาวุธโบราณ และที่โรงธรรมมีใบลานเก่าแก่ ของลานนาไทย

ภูเขาไฟผาลาด
ลำปางเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีภูเขาไฟ นักท่องเที่ยวสามารถแวะเที่ยวชมได้โดยใช้เส้นทางสายลำปาง-แม่เมาะ เมื่อถึงตำบลผาลาด จะพบถนนแยกขวาซึ่งจะมีป้ายบอกทางไปยังภูเขาไฟ บริเวณใกล้ปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้ว จะเป็นเนินเขาที่มีป่าไม้ปกคลุมอยู่ทั่วไปจึงทำให้มองปล่องไม่เห็นชัดเจนนัก นอกจากจะสังเกตจากทางอากาศโดยเครื่องบิน หรือเฮลิคอปเตอร์จึงจะเห็นชัด ส่วนที่พิสูจน์ก็คือก้อนหินลาวา หินทำครก ดินขาว และก้อนหินที่พบทั่วไปในบริเวณนั้น เป็นหินชนิดเดียวกับที่สามารถพบได้ในเขตที่มีภูเขาไฟแหล่งอื่นๆ

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแม่ทะ
ตั้งอยู่ที่บ้านหลุก หมู่ 6 ต. นาครัว อยู่ห่างที่ว่าการอำเภอแม่ทะไปประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นที่รวบรวมของใช้ในบ้าน และเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวบ้านตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ที่บ้านหลุกนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพแกะสลักไม้เป็นรูปสัตว์ต่างๆ ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่

ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย
ตั้งอยู่ที่บ้านทุ่งเกวียน ห่างจากตัวเมืองลำปาง 24 กิโลเมตร ริมทางหลวงหมายเลข 11 (สายลำปาง-ลำพูน) บริเวณกิโลเมตรที่ 28-29 ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยอยู่ในความดูแล ของฝ่ายอุตสาหกรรมป่าไม้ภาคเหนือ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ เป็นสถานที่ฝึกลูกช้างแห่งเดียวในประเทศไทย แต่เดิมทำการฝึกลูกช้างที่ศูนย์ฝึกลูกช้างบ้านปางหละ อำเภองาว โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2512 แล้วย้ายมายังศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2535 ส่วนที่บ้านปางหละใช้เป็นสถานที่สำหรับเลี้ยงดูช้างแก่และเจ็บป่วย

กิจกรรมภายในศูนย์ฯ มีการแสดงของช้าง เช่น ช้างเข้าแถว ช้างทำงาน ช้างทักทายและรับของรางวัลจากนักท่องเที่ยว เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีบริการนั่งช้างรอบบริเวณซึ่งเป็นสวนป่า บริการอาหารเครื่องดื่มและร้านขายของที่ระลึกด้วย การแสดงของช้างวันละ 2 รอบ คือ 09.30, 11.00 น.สำหรับวันเสาร์-อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เพิ่มรอบ 14.00 น. ค่าเข้าชม ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็กนักเรียน 20 บาท รายละเอียดติดต่อองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ โทร. 282-3243-7 ต่อ 511 หรือ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย โทร. (054) 227-051, 227-623, 229-042

สวนป่าทุ่งเกวียน
อยู่ริมถนนสายลำปาง-เชียงใหม่ ห่างจากตัวเมือง 30 กิโลเมตร อยู่ในท้องที่ป่าเตรียมการสงวนแม่ยาว อ.ห้างฉัตร ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ สวนป่าทุ่งเกวียนเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวลำปาง นักท่องเที่ยวจะพบกับธรรมชาติแนวสน และดอกไม้ พันธุ์ไม้นานาชนิด ประมาณเดือน ธันวาคมของทุกปี จะมีการจัดงาน “วัดอกไม้บาน” ภายในบริเวณสวน

อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล
เป็นเทือกเขากั้นเขตแดน ระหว่างจังหวัดลำพูนที่อำเภอแม่ทา และจังหวัดลำปางที่อำเภอห้างฉัตร ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2518 มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 159,556 ไร่ มีอุโมงค์รถไฟยาวที่สุดในประเทศไทย เป็นระยะทาง 1,352 เมตร รถไฟใช้เวลาวิ่งผ่านประมาณ 5 นาที อุทยานแห่งนี้อยู่กึ่งกลางเส้นทางคมนาคมทางรถไฟ ระหว่างลำปาง-ลำพูน ดอยขุนตาลประกอบด้วยป่าไม้หลายลักษณะ เช่น ป่าดงดิบ ป่าสน เป็นต้น มี 4 ยอดเขา จากเชิงดอยถึงยอดสูงสุดประมาณ 7 กิโลเมตร

การเดินทางขึ้นไปบนดอยขุนตาล ไปได้ 2 ทางคือ ทางรถไฟ ลงที่สถานีขุนตาลแล้วเดินเท้าไปที่ทำการอีกประมาณ 900 เมตร เป็นทางที่สะดวกที่สุด หรืออีกเส้นทางหนึ่งคือทางรถยนต์โดยเลี้ยวขวาตรงหลักกิโลเมตรที่ 47 (เส้นทางสายลำปาง-ลำพูน) เข้าไปตามทางลูกรังอีก 18 กิโลเมตร ซึ่งสภาพถนนช่วงนี้ไม่ดีนัก บางช่วงก็ชันมากจึงควรใช้รถสภาพดี

เหมืองถ่านหิน
อยู่ในเขตอำเภอแม่เมาะ ซึ่งห่างจากตัวเมืองไปตามถนนสายลำปาง-เด่นชัย (จ. แพร่) เป็นระยะทาง 26 กิโลเมตร หรือจากตัวเมืองสามารถเช่ารถสองแถวซึ่งจอดอยู่บริเวณตลาดบริบูรณ์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที

“ลิกไนท์” เป็นถ่านหินประเภทหนึ่งที่มีการค้นพบในบริเวณนี้เมื่อปี พ.ศ. 2460 มีปริมาณถึง 630 ล้านตัน มีอายุประมาณ 40 ล้านปี บริเวณเหมืองมีโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินชนิดนี้เป็นเชื้อเพลิงตั้งอนู่หลายโรง ถึงแม้นักท่องเที่ยวจะไม่ได้รับอนุญาตให้ลงไปบริเวณขุดเจาะถ่านหิน เพราะมีอันตรายจากวัตถุระเบิดที่ใช้ทำเหมือง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้จัดทำจุดชมวิวสำหรับนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นสวนหย่อม ตกแต่งปลูกไม้ดอกไม้ประดับต่างๆ ที่มีสีสันสวยงามสงบและร่มรื่นไว้ด้วย ณ จุดนี้ นอกจากจะได้ชมความงดงามของภูมิประเทศแล้ว ยังสามารถมองเห็นการทำงานของรถขุดตักแร่ซึ่งอยู่ลึกลงไปในมุมกว้างได้อีกด้วย

ศาลเจ้าพ่อประตูผา
อยู่ห่างจากตัวจังหวัดลำปางตามเส้นทางสายลำปาง-งาวประมาณ 50 กิโลเมตร ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 649-650 ศาลตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ ด้านขวามือเป็นศาลเล็กๆ ก่ออิฐถือปูน ภายในมีรูปปั้นเจ้าพ่อประตูผาและเครื่องบูชามากมาย บริเวณใกล้เคียงมีศาลพระภูมิเล็กๆ มากมายเรียงรายอยู่ ศาลเจ้าพ่อประตูผานี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่สัญจรไปมาบนเส้นทางนี้มักแวะนมัสการและจุดประทัดถวาย

เจ้าพ่อประตูผาเดิมชื่อ พญาข้อมือเหล็ก เป็นผู้อยู่ยงคงกระพัน ชาตรีเป็นทหารเอก ของเจ้าผู้ครองนครลำปาง ครั้งหนึ่งได้ทำการต่อสู้กับพม่าที่ช่องประตูจนกระทั่ง ถูกรุมแทงตายในลักษณะถือดาบคู่ยืนพิงเชิงเขา ทหารพม่ากลัวจึงไม่กล้าบุกเข้าไปตีนครลำปาง ด้วยเหตุนี้เอง ชาวบ้านจึงเกิดศรัทธา และเคารพสักการะโดยตั้งศาลขึ้นบูชาเป็นที่นับถือของชาวลำปาง

อุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท
มีเนื้อที่ประมาณ 758,750 ไร่ อยู่ระหว่างอำเภอเมืองกับอำเภองาว ห่างจากตัวเมืองประมาณ 66 กิโลเมตร ตรงกิโลเมตรที่ 665-666 แยกเข้าทางลูกรังประมาณครึ่งกิโลเมตร รถยนต์เข้าถึงเชิงถ้ำ ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย สลับซับซ้อนและมีถ้ำเล็กถ้ำน้อยมากมาย ที่มีความสวยงามแตกต่างกันไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จประพาสเมื่อปี พ.ศ. 2496 ดังปรากฏหลักฐานพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. ภายในถ้ำ ยังไม่มีบ้านพักบริการ รายละเอียดติดต่อฝ่ายจัดการอุทยานแห่งชาติ โทร. 579-7223, 579-5734

บ้านจ้างหลวงหรือบ้านช้างหลวง
ตั้งอยู่ที่ 33 หมู่ 9 บ้านข่อย ต.บ้านร้อง ริมถนนสายพะเยา-ลำปาง ก่อตั้งโดย ครูคำอ้าย เดชดวงตา เป็นที่รวบรวมงานไม้แกะซึ่งเป็นผลงานของผู้ก่อตั้ง สิ่งที่น่าสนใจอีกสิ่งหนึ่ง คือ ลักษณะการสร้างเรือนเก็บงานไม้รูปช้างดูแปลกตา แทบทุกส่วนของอาคารจะเต็มไปด้วยศิลปะที่กลมกลืน

นอกจากนี้บ้านจ้างหลวงยังเป็นโรงเรียนสำหรับผู้ที่มีความตั้งใจจริงในการสร้างงานศิลปะ และเพื่อสร้างอาชีพให้คนในท้องถิ่น ผู้สนใจติดต่อ โทร. (054) 220-380

วัดอักโขชัยคีรี
ตั้งอยู่บนเนินเขาริมถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม บริเวณกิโลเมตรที่ 50-51 ด้านซ้ายมือ มีทางขึ้น 2 ทางคือ ทางเดินขึ้นบันไดด้านหน้าหรือขับรถขึ้นทางถนนด้านหลัง บริเวณวัดมีโบสถ์และเจดีย์ทรงล้านนาอยู่ใกล้เคียงกัน เมื่อเข้าไปในโบสถ์และปิดประตูหน้าต่างทุกบาน ยกเว้นบานด้านขวามือซึ่งมีโต๊ะสีขาววางอยู่ บานนี้เราค่อยๆ ปิดเป็นบานสุดท้าย เราจะเห็นพระเจดีย์สีทองเป็นเงาสะท้อนอยู่บนพื้นโต๊ะ เงาพระเจดีย์จะปรากฎอยู่ตรงที่เดิมไม่เคลื่อนย้าย ตลอดทั้งวันตราบเท่าที่ยังมีแสงสว่าง นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนองค์ใหญ่เรียกว่า “พระศากยมุณีคีรีอักโข” ซึ่งมีความสูง 5 วา 2 ศอก เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ เป็นที่นับถือของชาวแจ้ห่มมาก

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน
มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองปาน อำเภอแจ้ห่มและอำเภอเมืองจังหวัดลำปาง มีสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีเนื้อที่ประมาณ 592 ตารางกิโลเมตร ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2531 เป็นแนวแบ่งเขตระหว่างลำปางและเชียงใหม่ ฤดูที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวและมีอากาศเย็นสบาย คือ ช่วงประมาณ เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์

บ่อน้ำร้อนแจ้ซ้อน
มีหลายบ่อตั้งอยู่รวมกันในพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ บริเวณที่ทำการอุทยาน สภาพในบ่อน้ำร้อนเต็มไปด้วยโขดหินน้อยใหญ่ น้ำพุร้อนมีกลิ่นกำมะถันอ่อน ๆ อุณหภูมิเฉลี่ย 73 องศาเซลเซียส บริเวณใกล้เคียงมีห้องบริการอาบน้ำแร่ 11 หลัง ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ต่าง ๆ อย่างสวยงาม

น้ำตกแจ้ซ้อน
อยู่ถัดจากบ่อน้ำร้อนขึ้นไป 1 กิโลเมตร เป็นธารน้ำตกที่มีแอ่งน้ำรองรับอยู่ตลอดสายมีทั้งสิ้น 6 ชั้น มีต้นกำเนิดจากขุนห้วยแม่มอน ไหลผ่านหุบเขาสูงชัน นอกจากนี้ยังมีน้ำตกอีก 2 แห่ง คือน้ำตกแม่มอนและน้ำตกแม่ขุน

การเดินทาง ใช้เส้นทางสายลำปาง-วังเหนือ (ทางหลวงหมายเลข 1035) ถึงกิโลเมตรที่ 58-59 มีป้ายขนาดใหญ่บอกทางเข้าอุทยานฯ เป็นระยะทางอีก 17 กิโลเมตร ทางราดยางตลอด

ที่พักและสิ่งอำนายความสะดวก อุทยานฯ มีที่พักเป็นบ้าน 8 หลัง พักได้หลังละ 6-20 คน ราคาหลังละ 500-1,200 บาท เต็นท์ให้เช่าราคา 80 บาท รายละเอียดติดต่อ กรมป่าไม้ โทร. 579-7223, 579-5734

อุทยานแห่งชาติดอยหลวง
ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2533 ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของจังหวัดพะเยา เชียงรายและลำปาง รวมเนื้อที่ประมาณ 1,170 ตารางกิโลเมตร สภาพภูมิประเทศเป็นเขาสูงทอดตัวแนวเหนือ-ใต้ มีดอยหลวงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าดิบชื้นและป่าเต็งรังปะปนกัน มีสัตว์ป่าและนกหลายชนิด ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ที่บริเวณน้ำตกปูแกง อ.พาน จ.พะเยา

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเขตจังหวัดลำปาง ได้แก่ “น้ำตกวังแก้ว” เป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดของจังหวัดลำปาง มีชั้นน้ำตกประมาณ 110 ชั้น แต่เป็นชั้นใหญ่ 7-8 ชั้น เมื่อขึ้นไปถึงชั้นบนสุดของน้ำตกจะพบหมู่บ้านชาวเขาเผ่าเย้าที่บ้านป่าคาหลวง และบ้านส้านซึ่งมีทางขึ้นค่อนข้างชัน นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงยังมี “น้ำตกวังทอง” ซึ่งมีลักษณะเหมือนน้ำตกวังแก้ว

การเดินทางไปยังน้ำตกวังแก้วและน้ำตกวังทอง ใช้เส้นทางสายลำปาง-แจ้ห่ม-วังเหนือ ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร จากอำเภอวังเหนือมีทางเข้าสู่น้ำตก ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร

พิพิธภัณฑ์บ้านย่าแดง เจ้าของคือ อาจารย์วิถี พานิชพันธุ์ ตั้งอยู่ที่ถนนตลาดเก่า (ตลาดจีน) เป็นที่เก็บสะสมเครื่องเขินและผ้าล้านนา ไม่มีการจัดแสดงอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอเข้าชมล่วงหน้าได้ โทร. (054) 217063

วัดเสลารัตนปัพพตาราม หรือวัดไหล่หินแก้วช้างยืน
มีพระวิหารเก่าแก่ฝีมือช่างเชียงตุง เป็นศิลปะแบบลานนาไทย มีลวดลายงดงามทั้งหลัง โดยเฉพาะส่วนหน้าบัน และซุ้มประตูที่มีการก่ออิฐถือปูน ซึ่งส่วนมากจะเป็นรูปปั้นสัตว์ศิลปะล้านนา ภายในวิหารนอกจากจะมีพระประธานแล้วยัง มีรูปปั้นพระมหาเกสระปัญโญภิกขุขนาดเท่าตัวจริงซึ่งปั้นด้วยฝีมือของท่านเอง พระเจดีย์ของวัดไหล่หินก่อสร้างแบบศิลปะลานนา ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พิพิธภัณฑ์วัดไหล่หิน เป็นที่เก็บหอพระแก้ว ซุ้มพระพิมพ์ อาวุธโบราณ และที่โรงธรรมมีใบลานเก่าแก่ของลานนาไทยซึ่งพระมหาเกสระปัญโญจารไว้เมื่อ 300 ปีที่แล้ว

วัดปงยางคก
ตั้งอยู่ริมถนนสายห้างฉัตร - เกาะคา ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 5 กม. มีวิหารพระแม่เจ้าจามเทวีซึ่งเป็นวิหารไม้เก่าแก่ สิ่งที่น่าสนใจภายในคือ มณฑปปราสาทเก่าที่มีตำนานสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยพระแม่เจ้าจามเทวี

ผ้าทอ
ในบางหมู่บ้านยังมีการทอผ้าด้วยกี่พื้นเมือง โดยใช้ฝ้ายที่ปลูกขึ้นเอง เช่น "บ้านหลวง" อำเภอแม่ทะ ที่นิยมเป็นผ้าลายเชิง "บ้านทุ่งกวาว" อำเภอเมืองปาน นิยมทอป็นผ้าลายยก นอกจากนี้ยังมีที่อำเภอแจ้ห่ม และที่ "บ้านฝ้าย" ตำบลพิชัย อำเภอเมือง ซึ่งมีโรงงานทอผ้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากฝ้ายทอมือ

เครื่องเคลือบดินเผา
เนื่องจากจังหวัดลำปางมีแหล่งดินขาวที่มีคุณภาพดีที่สุดในประเทศไทยและมีเป็นจำนวนมาก จึงก่อให้เกิดอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งมีโรงงานผลิตอยู่สองฝั่งเส้นทางเข้าตัวเมืองลำปาง มีร้านจำหน่ายอยู่ในตัวเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมกรรมวิธีในการปั้นและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่โรงงาน

กระดาษสา
ทำมาจากปอสาซึ่งเป็นไม้เนื้ออ่อนชนิดหนึ่ง มีเนื้อเยื่อเหนียวและมีคุณสมบัติในการนำมาทำกระดาษ ประโยชน์ของกระดาษสาสามารถนำมาประดิษฐ์เป็นสิ่งของได้หลายอย่าง เช่น ร่ม โคมไฟ ไส้เทียน ดอกไม้แห้ง และของที่ระลึกต่างๆ เป็นต้น ในจังหวัดลำปางมีการทำกระดาษสาเป็นอุตสาหกรรมพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงคือที่ บ้านน้ำโท้ง



 `๏่’ ลำปาง - Lampang `๏่’
การเดินทางทางรถยนต์

จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถึงกิโลเมตรที่ 52 แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านสิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านกำแพงเพชร ตาก ตรงเข้าสู่จังหวัดลำปาง รวมระยะทางทั้งสิ้น 599 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง หรือจะใช้เส้นทางสายใหม่จากพิษณุโลกเข้าเด่นชัยและลำปางได้


 `๏่’ ลำปาง - Lampang `๏่’
การเดินทางทางรถโดยสาร

บริษัท ขนส่ง จำกัด จัดบริการรถโดยสารธรรมดาและปรับอากาศ ไปลำปางทุกวัน รายละเอียดติดต่อที่ โทร. 0 2936 2852-66 หรือ website : www.transport.co.th และที่สถานีขนส่งลำปาง โทร. 0 5422 7410 นอกจากนี้ ยังมีบริษัทเอกชนบริการรถประจำทางไป-กลับ ระหว่างกรุงเทพฯ-ลำปาง ได้แก่ บริษัท วิริยะทัวร์ กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 2827 ลำปาง โทร. 0 5421 7373 และ บริษัทนิววิริยะทัวร์ กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 2205-6 ลำปาง โทร. 0 5422 5899

จากสถานีขนส่งลำปางที่ถนนพหลโยธินมีรถโดยสารธรรมดาและปรับอากาศไปยังจังหวัดเชียงราย แพร่ และน่าน นอกจากนี้ยังมีรถจากเชียงใหม่วิ่งผ่านลำปาง ไปยังทุกจังหวัดในภาคเหนือและบางจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี นครราชสีมา เป็นต้น


 `๏่’ ลำปาง - Lampang `๏่’
การเดินทางทางรถไฟ

การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดบริการรถด่วน รถเร็วและรถธรรมดา จากกรุงเทพฯ ไปลำปางทุกวัน รายละเอียดสอบถามได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 และที่สถานีรถไฟลำปาง โทร. 0 5427 1026 หรือ website : www.railway.co.th


 `๏่’ ลำปาง - Lampang `๏่’
การเดินทางทางเครื่องบิน

สายการบิน พีบีแอร์ บริการเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-ลำปาง ไป-กลับ สำรองที่นั่ง โทร. 0 2261 0220-5 ลำปาง โทร. 0 5422 6238, 0 5335 1102 หรือ www.pbair.com และท่าอากาศยานลำปาง โทร. 0 5422 6258

 
ภาคเหนือ

ภาคกลาง


ภาคอีสาน

ภาคตะวันออก

ภาคตะวันตก
Lakkai Cyber Network | ลักไก่ดอทคอม | ลักไก่ทัวร์ | จิ๊บจ๊อย | สยามไอยราทราเวล
CopyRight © 2002 Lakkai Cyber, All rights reserved.