เกาะสีชังเป็นหมู่เกาะที่อยู่บริเวณก้นอ่าวไทย
มีระยะทางห่างจากชายฝั่งอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ไปทางทิศตะวันตกประมาณ
12 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะสีชัง และเกาะบริวารน้อยใหญ่อีก
8 เกาะ คือเกาะยายท้าว, เกาะค้างคาว, เกาะท้ายตาหมื่น, เกาะขามใหญ่,
เกาะขามน้อย,เกาะสัมปันยื้อ, เกาะปรง และ เกาะร้านดอกไม้ อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอเกาะสีชัง
มี 7 หมู่บ้าน บริหารจัดการโดย เทศบาลตำบลเกาะสีชัง
เกาะสีชังเป็นเกาะขนาดใหญ่ มีพื้นที่รวมประมาณ 7.9 ตารางกิโลเมตร
มีการตั้งถิ่นฐานของชุมชนนานนับร้อยปี มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์
มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงาม ตลอดจนมีปูชนียสถานปูชนียวัตถุ
ท่าเทียบเรือ ธนาคารกสิกรไทย(ATM) โรงพยาบาล สถานที่พักตากอากาศ
และหน่วยงานราชการตั้งอยู่ ส่วนเกาะยายท้าว เป็นเกาะขนาดเล็กอยู่ทางทิศใต้ของเกาะสีชัง
ถัดลงมาเป็นเกาะค้างคาว และ เกาะท้ายตาหมื่น ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญ
ในการศึกษานิเวศวิทยาแนะปะการัง ที่สำคัญแห่งหนึ่งในอ่าวไทย
ส่วนเกาะขามใหญ่ เกาะขามน้อย เกาะปรง และ เกาะร้านดอกไม้ นั้นอยู่ทางทิศตะวันออก
ของเกาะสีชัง
สถานที่ท่องเที่ยว :
พระจุฑาธุชราชฐาน ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสีชัง
ตรงบริเวณแหลมวัง มีสิ่งก่อสร้างตั้งอยู่ตามชั้นเนินเขาที่สูงต่ำลดหลั่นกันอย่างเหมาะเจาะงดงาม
ท่านกลางหมู่ต้นลั่นทมที่ออกดอกส่งกลิ่นหอมเย็น สร้างขึ้นในวโรกาสที่
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแปรพระราชฐานประทับอยู่
ณ เกาะสีชัง และได้รับพระราชทานนามตามพระนามของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก
ซึ่งสถาปัตยกรรมภายในพระราชฐานที่ยังปรากฎอยู่ในปัจจุบันได้รับการบูรณะแล้ว
ตึกผ่องศรี เป็นตึกชั้นเดียวรูปทรงกลมทาสีขาว
ตัวอาคารและส่วนฐานก่ออิฐถือปูน มีบันไดขึ้น 3 ทาง มีเฉลียงโดยรอบ
พร้อมลูกกรงไม้ มีประตูทั้งหมด 9 ประตู ภายในเป็นโถงรูปกลม
เพดานไม้ทำช่องระบายอากาศกึ่งกลางเป็นรูปกลีบดอกไม้ มีการวางแนวไม้เป็นวงแหวนโดยรอบอย่างสวยงาม
ลักษณะของหลังคาเป็นทรงกลมยกเป็นรูปโดม
ตึกวัฒนา เป็นตึกสี่เหลี่ยมผืนผ้า
อาคารสร้างด้วยอิฐถือปูน หิน ปูน กระเบื้อง พื้นบันไดในอาคารประตู
หน้าต่าง เพดาน และโครงสร้างของหลังคา ทำด้วยไม้สัก หลังคาทรงปั้นหยา
มุงกระเบื้องเกล็ดเต่า มีเฉลียงด้านหน้า ชั้นล่างเพดานมีเสา
4 ต้น ชั้นบนเป็นเสาไม้ธรรมดา ประตูทางเข้าชั้นล่างมี 3 ประตู
ตัวอาคารทาสีเหลืองหม่น รูปแบบของอาคารได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมตะวันตก
ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยนั้น
ตึกอภิรมย์ เป็นอาคารชั้นเดียว
ผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาว มีลานลายสวนคั่นกลาง ตัวตึกหันหน้าออกสู่ทะเลด้านทิศตะวันออก
หลังคามุงกระเบื้องเกล็ดเต่า อาคาร 2 หลังขนานกัน มีลานซีเมนต์เชื่อมกลาง
ก่ออิฐถือปูนปิด ใต้ถุนมีเสาใหญ่เรียงกันด้านหน้า 8 ต้น รับแนวเฉลียงพร้อมลูกกรงกันตก
พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์
เป็นพระที่นั่งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
มีพระราชโองการประกาศสร้าง เนื่องในการสมโภชน์เดือน พระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก
โดยได้วางศิลาฤกษ์ ในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2435 เวลา 07.56
น. อย่างไรก็ตาม พระที่นั่งองค์นี้ยังไม่ทันสร้างเสร็จก็เกิดเหตุการณ์ไม่สงบ
ร.ศ.112 ขึ้นเสียก่อน ต่อมาภายหลังมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ
ให้รื้อพระที่นั่งองค์นี้ มาสร้างในสวนดุสิตในกรุงเทพมหานคร
และพระราชทานนามใหม่ว่า พระที่นั่งวิมานเมฆ
วัดอัษฎางคนิมิตร เป็นพระอุโบสถรูปกลมหลังคาแบน
มีเจดีย์ซ้อนอยู่ข้างบน ก่ออิฐถือปูน ภายในพระอุโบสถเป็นโถงรูปกลม
เพดานโค้งตามรูปเจดีย์ มีประตูทางเข้า 2 ประตู 1 หน้าต่าง
ซึ่งสร้างเป็นรูปโค้งยอดแหลม ศิลปะแบบโกธิค พร้อมช่องแสงโค้งติดกระจก
หน้าต่างและประตูเป็นบานไม้สัก ทรงพระราชทานนามเมื่อวันที่
12 สิงหาคม ร.ศ.111 เวลา 17.00 น. เศษ
สะพานอัษฏางค์ เป็นสะพานทอดลงไปในทะเล
บริเวณแหลมวังทอดลงไปด้านหน้าเขตพระราชฐาน เป็นสะพานท่าเรือขนาดใหญ่
สร้างด้วยไม้สักทาสี เสาก่อด้วยหินโบกปูนซีเมนต์ ตัวสะพานมีความยาว
3 เส้น 1 วา 2 ศอก กว้าง 2 วา มีศาลาที่พักทรงไทย 3 แห่ง คือที่ต้น
กลาง และปลายสะพาน หน้าบันจำหลักโดยช่างชาวจีนฝีมือประณีต
และงดงาม ทรงเปิดเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ร.ศ.110 เวลา 17.09
น.
ศาลรัชกาลที่ 5 จัดสร้างโดยกรมศิลปากรณ์นักท่องเที่ยวนิยมมากราบไหว้สักการะเพื่อเป็นสิริมงคล
ตั้งอยู่พระราชวังเดิมเกาะสีชัง
ถ้ำเสาวภา 8 สิงหาคม
ร.ศ.11 สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวรราชเทวี ทรงจารึกหน้าถ้ำว่า
ถ้ำเสาวภา พร้อมกับวันเดือน ปี ร.ศ. ที่พบ รัชกาลที่ 5
ทรงพระราชทานนามเพื่อเป็นอนุสรณ์
ช่องอิศริยาภรณ์ และหาดหินกลม (อ่าวเขาขาด)
เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง และเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาตกปลาที่นี่กันมากอ่าวแห่งนี้
มีหาดหินก้อนกลมเกลี้ยงเป็นที่มาของชื่อหาด บริเวณอ่าวเขาขาดแห่งนี้ยังมีลานหญ้าด้านล่างซึ่งสามารถที่กางเต้นท์
พักแรมได้ด้วยบรรยกาศส่วนตัว เงียบสงบ พร้อมทั้งยังมีห้องน้ำ
และสุขาที่ทางเทศบาลจัดไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยว บริเวณช่องอิศริยาภรณ์
ยังมีพลับพลาที่ประทับของรัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงใช้เป็นหอสำหรับดูดาวและชมทัศนียภาพเกาะสีชัง
ทั้งด้านหน้าเกาะ และด้านหลังเกาะที่สวยงามอีกด้วย
เกาะค้างคาว เป็นเกาะอยู่ทางทิศใต้ของเกาะสีชังเสน่ห์ของเกาะ
ค้างคาวคือความเงียบสงบชายหาดที่ขาวสะอาดตา และมีบรรยากาศเป็นส่วนตัวเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว
ที่รักความอิสระส่วนตัวก็มาเยือนกันได้นอกจากนี้เกาะค้างคาวยังเป็นบริเวณที่มีแนวปะการังที่สวยงาม
ทางทิศใต้สุดของเกาะค้างคาวมีเกาะข้างเคียงอยู่ใกล้กัน คือเกาะท้ายตาหมื่น
บริเวณของเกาะแห่งนี้เหมาะสำหรับ กิจกรรมการดำน้ำเนื่องจากมีฝูงปลา
และแนวปะการัง อันตื่นตาตื่นใจนักท่องเที่ยวจึงมักจะเช่าเรือ
ไปดำน้ำดูปะการังที่เกาะท้ายตาหมื่นกันเสมอ
ท่ายายทิม อยู่ทางทิศใต้ของเกาะสีชังโดยเชื่อมอยู่กับเกาะยายท้าวและมีความเปลี่ยนแปลงที่แปลกคือ
เมื่อน้ำทะเลลดลงจะสามารถเดินจากเกาะสีชังข้ามไปยังเกาะยายท้าวได้
อีกทั้งยังมีหาดเล็กๆเป็นจุดดำน้ำชมปะการังและตกปลาอีกด้วย
ปัจจุบันมีถนนคอนกรีตสามารถเดินทางไปได้สะดวก
หาดถ้ำพัง (อ่าวอัษฎางค์)
เป็นอ่าวโค้งที่อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะสีชัง มีหาดทรายขาวสวยงาม
คลื่นลมตามฤดูกาล ช่วงที่เหมาะสมกับการมาเยือน เพื่อพักผ่อนคือช่วงฤดูหนาวจนก่อนถึงฤดูฝน
นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นน้ำกันมาก ส่วนทางด้านเหนือของ หาดยังมีแหลมจักรพงษ
ซึ่งเป็นแหล่งตกปลาของนักล่า สำหรับคนที่ชอบกิจกรรมพายเรือคายัก
ดำน้ำ หากสนใจก็สามารถติดต่อหาเช่าอุปกรณ์ที่มีไว้ให้ บริการได้ที่ร้านมาลี
บลู หาดถ้ำพัง
แหลมมหาวชิราวุธ (แหลมสลิด)
อยู่บริเวณปลายสุดของอ่าวเขาขาด มีสะพานที่เดินออกไปยังแหลมได้สะดวก
และยังเป็นจุดตกปลาแห่งหนึ่งของเกาะสีชัง ทั้งบรรดานักท่องเที่ยวนิยมมาที่นี่
เพื่อชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็นที่สวยงามมากๆๆของเกาะสีชัง
คู่มือนักเดินทาง : เดินทางจากกรุงเทพฯไปอำเภอศรีราชา
จังหวัดชลบุรี มีระยะทางประมาณ 117 กิโลเมตร ลงรถที่ศรีราชา(หน้าตึกคอม),หน้าโรบินสัน
ศรีราชาต่อรถตุ๊กตุ๊ก หรือรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ไปยังท่าเรือเกาะลอย
เพื่อขึ้นเรือไปยังเกาะสีชัง สำหรับท่านที่นำรถยนต์มา สามารถฝากรถไว้ที่ลานจอดรถข้างศูนย์ประชาสัมพันธ์เกาะลอย
ฟรี
รถไฟ : จากสถานีหัวลำโพง
มีรถไฟไปจังหวัดชลบุรีทุกวันๆละ 1 เที่ยว เวลา 9.00 น.
รถโดยสารประจำทาง
: รถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งเอกมัย โดยเที่ยวแรกออกเวลา
05.50 น. และทุกๆ 30 นาที จนถึงเที่ยวสุดท้าย 21.00 น. และออกจากสถานีขนส่งหมอชิต
โดยเที่ยวแรกออกเวลา 06.30 น. ถึง 20.00 น. ขนส่งสายใต้โดยรถตู้รถจอดหน้าร้านเซเว่นอีเลเว่นบริเวณสถาณีขนส่งรถออกเดินทางเวลาประมาณ
06.30 น.
รถยนต์ส่วนตัว : จากกรุงเทพฯ
สามารถเดินทางไปจังหวัดชลบุรีได้ 3 เส้นทางคือ
- เส้นทางสาย บางนา - ตราด ใช้ทางหลวงหมายเลข 34 เข้าสู่จังหวัดชลบุรีมุ่งตรงไปยังอำเภอศรีราชา
- เส้นทางกรุงเทพฯ - มีนบุรี ใช้ทางหลวงหมาบเลข 304 ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทราเข้าสู่ถนนเส้น
อำเภอบางปะกงเลี้ยวเข้าชลบุรีมุ่งสู่อำเภอศรีราชา
- เส้นทางสายมอเตอร์เวย์ เลี้ยวยูเทิร์นเข้าอำเภอศรีราชา บริเวณสวนเสือศรีราชาเข้าตัวเมืองศรีราชาถึงแยกไฟแดง
เลี้ยวขวาผ่านหน้าโรบินสันศรีราชาแล้วเลี้ยวซ้ายไฟแดงหน้าองค์การโทรศัพย์ตรงไปเกาะลอย(ท่าเรือไปเกาะสีชัง)
การเดินทางไปเกาะสีชัง
: มีเรือโดยสารจากศรีราชาข้ามไปเกาะสีชังทุกวัน ขึ้นเรือที่ท่าเรือเกาะลอย
อำเภอศรีราชา เริ่มตั้งแต่เวลา 07.00 น. - 20.00 น. เรือออกทุก
1 ชั่วโมง ใช้เวลาเดินทาง 40-45 นาที ค่าโดยสาร 40 บาท ต่อคน
(เที่ยวสุดท้าย 50 บาท)
การเดินทางบนเกาะสีชัง
:
- สำหรับการเดินทางมาที่ ร้านมาลีบลู ฮัท(อ่าวเขาขาด) นั้นสามารถมาได้โดย
นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างในอัตราค่าโดยสาร คนละ 15 บาท หรือ
นั่งรถสามล้อในอัตรา 30 บาท นั่งได้ 6 คน
- รถสามล้อนำเที่ยว รอบเกาะนั่งได้ 6 คน รอบใหญ่ 250บ. รอบเล็ก150
บ.
- รถมอเตอร์ไซด์เช่า วันละ 300 บาท/ วัน(2วัน1คืน)เติมน้ำมันให้
2ลิตร
- รถยนต์เช่านำเที่ยว วันละ 900 บาท ( รอบเกาะ 5 แห่ง )
ข้อควรระวัง เส้นทางบนเกาะมีลักษณะเป็นเนินเขาคดเคี้ยว โปรดระมัดระวังในการขับขี่
ควรตรวจสภาพรถ ก่อนเดินทางท่องเที่ยว
Koh Sichang
Ko
Sichang is a small tropical island (7.9 Sq Km) located
in the Gulf of Thailand, 12Km from Siracha, Chonburi Province
on Thailands eastern coastline. Ko Sichang is one of a group
of nine islands in this area. It has a population of 4681
people consisting of people of Thai and Chinese descent. The
majority of the islanders are Buddhist with a small Muslim
population. Most of the people live in the local town, which
is situated close to the pier.
The island is one of Thailands most historical and interesting.
The royal Family built a holiday residence here some 150 years
ago. There are stunning views of the surrounding sea, cliff-walks,
limestone caves and shafts to be explored, temples, a meditation
centre, swimming, snorkeling, fishing and the friendliest
people you will ever have the pleasure of meeting.
Ko Sichang has been a traditional Thai holiday destination
with very few westerners coming here and therefore it offers
a unique opportunity to meet Thai people, experience the joys
of their culinary magic or to simply smile until your jaws
ache ?
Some of the nearby islands include Ko Yai Taow (Grandmother
Taows Island), Ko Khaangkhao (Bat Island) where, as the
name suggests, giant bats are to be found in abundance, Ko
Tai Ta Muaen (Grandfather Muaens Last Island) on which is
based an important coral reef and marine research centre.
The snorkeling here is truly excellent.
Ko Sichang is superbly equipped with all modern facilities
including schools, a hospital, a branch of the Thai Farmers
Bank with Foreign Exchange facilities, a harbour, an Immigration
Office, mains electricity, Internet access, concrete roads
and places of worship.
Chong
Khao Khad Experience the wonderful views from Khao
Khad Bay Observation Point. Sit on the seat of Kings and enjoy
the sight of the sun sinking slowly into the distant horizon
from the pavilion built over 100 years ago by King Rama V
while sipping a chilled fruit shake.
The pavilion is situated on the western cliffs of the island
and has a romantic atmosphere rarely found in todays hectic
world.
Wat Tham Yai Prik Ever
thought about meditation? Why not experience the pleasure
of the Dharmic study centre in the mountain temple of Wat
Tham Yai Prik. As well as relaxing here you can also enjoy
panoramic views of the entire island.
Haad Tham Phang Enjoy
swimming in this beautiful curved bay. The white-sand beach
is ideal for relaxing, swimming or snorkeling. Just to the
north of the bay are the unusual cliff formations of Laam
Chakapong, a perfect spot for fishing or for simply watching
the sunset.
Saan Chao Pho Kao Yai This
Chinese Buddhist temple has to be one of the most interesting
in Thailand. This temple has to be seen to be believed as
it is built into a natural limestone cave and contains a very
unusual statue of the Buddha.
It is situated on a hilltop at Kao Kayasira that overlooks
the island and the sea.
The celebrations for the Chinese New Year are one of the highlights
at the temple with both Thai and Chinese people participating
in a celebration of life.
Phra Judhadhut Palace Rama
V built this palace as a holiday resort for the Royal family.
It is situated in beautifully landscaped, terraced gardens
containing ponds, streams, fountains, caves and cliffs. It
is located on the south side of the island.
Wat Asdangnimitra Temple. This
Temple was designed in the Sri-Lanka style and is located
in the same area as the Judhadhut palace. The temple also
boasts an ancient Bodi tree that was brought from Buddhagaya
in India. The temple is built on a hilltop overlooking the
Palace and the sea and it offers truly wonderful views of
the surrounding area.
Buddhas Footprint The
Buddhas Footprint is located on the northern hill close to
Saan Chao Pho Khao Yai. King Rama V had the footprint made
from a sacred stone imported specially from Buddhagaya in
India. The area also contains relics of The Buddha.
To get there :
Train : There is one train
daily from Hualompong Train Station in Bangkok to Siracha
town, a journey of 117 Km. Upon arrival in Siracha take
a tuk-tuk to Ko Loy Pier. Ferries leave every hour to
Ko Sichang. The first ferry is at 07.00 and the last is
at 20.00. The journey takes approximately 45 minutes and
costs 40 Baht per person.
Bus : Air-conditioned
buses leave Ekamai Bus Station(East) and Morchid Bus Station(North)
in Bangkok to Siracha town, every hour starting at 06.50.
The last bus leaves at 21.00