เกาะกระ
เป็นอีกเกาะหนึ่งที่ตั้งอยู่ในทะเลอ่าวไทย จ.นครศรีธรรมราช
นับว่าเป็นเกาะที่สวยงาม คงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรใต้ท้องทะเล
เหมาะแก่การเที่ยวชมของผู้ที่รักในการดำน้ำ
หรือผู้ชอบพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่เงียบสงบ
เกาะกระประกอบด้วย เกาะ 3 เกาะ และ 1 กองหิน
(บ้างเรียกว่า 1 เกาะกับอีก 3 กองหิน)สำหรับตัวเกาะมีขนาดใหญ่
แต่พื้นที่เกาะเกือบทั้งหมดเป็นภูเขาสูงไร้ประโยชน์
มีแนวหาดทรายสั้นๆ อยู่ทางทิศตะวันตก เกาะกระนี้เป็นที่รู้จักของชาวประมง
จ.นครศรีธรรมราชมานานแล้ว แต่ไม่ได้รับความนิยมเพราะอยู่ห่างจากฝั่งมากเกินไป
นอกจากนี้ยังมีเกาะบริวารอีก 2 เกาะ คือ เกาะกลาง
และเกาะเล็ก และมีกองหินโผล่พ้นน้ำขึ้นมาอีกแห่งหนึ่งที่ปลายสุดทางด้านทิศตะวันตก
สำหรับพื้นที่ของเกาะกลาง และเกาะเล็กไม่มีส่วนที่เป็นพื้นที่ราบเลย
จึงมักถูกเรียกเกาะทั้ง 2 ว่า กองหิน
(เกาะกระ) จุดหัวเกาะกระ จุดนี้สามารถมองเห็นความอุดมสมบูรณ์
เป็นที่พักอาศัยของปลากะพงแดงขนาดใหญ่ เนื่องจากบริเวณนี้จะมีหินใต้น้ำและกอปะการังแข็ง
น้ำขุ่น จึงไม่เหมาะแก่การดำน้ำ แต่เป็นที่อยู่ที่ปลอดภัยของปลากะพงแดง
(กองหิน) สำหรับกองหินในส่วนที่อยู่ใต้น้ำ ทางบริษัทโปรเฟสชั่นแนลไดเวอร์
ผู้บุกเบิกหมู่เกาะแห่งนี้เป็นแหล่งดำน้ำเรียกหินกองนี้ว่า
"กองหินโปรไดฟ์" ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับกองหินริเชลิว
หรือหินแดงทางฝั่งอันดามัน สำหรับกองหินโปรไดฟ์
หรือกองหินเกาะกระนี้เป็นจุดที่ดีที่สุดในการดำน้ำ
ใต้ทะเลลึก ณ จุดนี้ น้ำทะเลใส มากมายไปด้วยฝูงปลานานาชนิดที่ว่ายวนเวียนไปมามากมายนับพันนับหมื่นตัว
มีทั้งฝูงปลากะพงแดงขนาดใหญ่ ฝูงปลากะมงว่ายฉวัดเฉวียนไปมา
แต่ที่มากที่สุดคือ ปลาข้างเหลือง ในส่วนปะการังหลักของที่นี่เป็นปะการังแข็งที่มีลักษณะเหมือนดอกไม้ดอกใหญ่
กางกลีบดอกออกกว้างขวางมากมาย ซ้อนทับกันสวยงามมาก
ซึ่งหากดำน้ำลึกลงไปกว่านี้น้ำทะเลจะเริ่มขุ่น
และขุ่นมากขึ้น ผู้ที่ดำน้ำชมความงามของปะการังและฝูงปลาที่ความลึกระดับนี้ดีที่สุด
ซึ่งคาดว่าบริเวณนี้เป็นแนวด้านหลังกองหินที่มีหินใหญ่บังอยู่
น้ำทะเลจึงใสกว่าบริเวณอื่น
ใกล้ๆ บริเวณนี้จะเป็นลานทรายกว้าง ซึ่งสามารถพบเห็นปูเสฉวน
ซึ่งเป็นปูที่แปลกกว่าปูชนิดอื่นๆ คือ มีส่วนลำตัวนิ่ม
ไม่มีเปลือกแข็งของตัวเอง ปูเสฉวนจึงต้องหาเปลือกหอยมาเป็นเกราะกำบังส่วนที่อ่อนนิ่ม
และจะต้องเอาเปลือกหอยนี้ติดตัวไปด้วยตลอดเวลา
แม้กระทั่งลอกคราบ เมื่อมีศัตรูเข้ามาปูเสฉวนจะทำปฏิกริยาเช่นเดียวกับเต่า
คือ หดอวัยวะทั้งหมดเข้าไปในเปลือกหอย ปูเสฉวนจะทิ้งเปลือกก็ต่อเมื่อตัวของมันโตขึ้นและพบเปลือกที่เหมาะสมกว่าอันเดิม
(เกาะกลาง) สำหรับเกาะกลาง จุดหัวเกาะด้านทิศตะวันตก
จะพบปะการังแข็งรูปกลีบดอกไม้ซ้อนกันเป็นชั้นๆ
แน่นขนัด นับเป็นจุดที่มีปะการังแข็งสวยงามมากอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทย
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มหวีทะเลสีแดงมากมาย หลายต้น
บางจุดหวีทะเลเรียงซ้อนกันแน่นดูสวยงามมาก แต่ตรงบริเวณนี้น้ำทะเลค่อนข้างไหลแรง
ส่วนทางด้านทิศตะวันออกของเกาะกลาง เป็นกองหินใต้น้ำเล็กๆมีแส้ทะเลชูเส้นแส้เหยียดยาวขึ้นไปเป็นจุดๆ
และใกล้ๆกันนั้น มีแนวกองหินขนาดใหญ่ บนยอดหินมีกลุ่มปะการังแข็งรูปกลีบดอกไม้ขึ้นอยู่มากมาย
มากมายไปด้วยฝูงปลาที่ว่ายฉวัดเฉวียนไปมา โดยเฉพาะปลาข้างเหลือง
นอกจากนี้ยังสามารถพบเห็นปลาช่อนทะเลขนาดใหญ่(บางตัวใหญ่ขนาดตัวเท่าคน)ทากทะเลขนาดใหญ่
และที่ระดับน้ำความลึกประมาณ 30 ฟุต ยังสามารถพบเห็นแมงกะพรุนตัวเล็กๆ
ลอยตามกระแสน้ำนับแสนนับล้านตัว มีทั้งแมงกะพรุนใสๆธรรมดา
และแมงกะพรุนข้างนอกใสข้างในเป็นน้ำตาลออกแดง
หรือที่เรียกว่าแมงกะพรุนไฟ
แมงกะพรุนเป็นสัตว์ทะเลที่ถูกจัดเข้าอยู่ในจำพวกเดียวกันกับปะการัง
เพียงแต่ไม่มีโครงสร้างหินปูนอยู่ในตัวเท่านั้น
แมงกะพรุนมีด้วยกันมากมายหลายแบบหลายขนาด ทุกแบบทุก
ขนาดมีพิษอยู่ที่หนวดยาว ตั้งแต่พิษแค่แสบๆ
คันๆ ไปจนถึงพิษที่ถึงตายได้หากรักษาไม่ทันแต่ทะเลไทยยังไม่พบแมงกะพรุนที่มีพิษร้ายแรงขนาดนั้น
เรามักพบแมงกะพรุนมากหลังจากที่เกิดลมพายุ ฝนตกหนัก
เพราะหลังจากฝนตก สภาพความเป็นกรดด่าง และจำนวนแพลงก์ตอนของท้องทะเลก็เปลี่ยนไปในทางที่เอื้อต่อการเพิ่มจำนวนของแมงกะพรุน
(เกาะเล็ก) เกาะเล็กมีแนวปะการังเขากวางใหญ่สุดลูกหูลูกตา
ขนาดเท่ากับสนามฟุตบอลและเมื่อดำน้ำลงไป ความลึกก็จะค่อยตื้นขึ้นเรื่อยๆ
คู่มือนักเดินทาง : การเดินทางจาก จ.นครศรีธรรมราช
เป็นจุดที่ใกล้ที่สุด โดยทางโรงแรมขนอมโกลเด้นบีช
รีสอร์ทมีเรือบริการ ซึ่งสามารถติดต่อสอบถามได้จากที่นี่
ซึ่งใช้ระยะเวลาในการเดินทางประ-
มาณ 12-15 ชม.