|
พระนครศรีอยุธยาอดีตราชธานีของไทย
ที่มีระยะเวลานานถึง ๔๑๗ ปี มีกษัตริย์ปกครองจำนวนทั้งสิ้น ๓๓ พระองค์
ในช่วงระยะเวลาอันยาวนานดังกล่าวนี้ บรรพชนของไทยได้สร้างสรรค์ศิลปกรรม
สถาปัตยกรรมต่างๆ ไว้เป็นอนุสรณ์อย่างมากมาย จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๓๑๐ กรุงศรีอยุธยาถึงกาลล่มสลาย
ทำให้เกิดราชธานีขึ้นใหม่ ที่กรุงธนและกรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์ฯ
ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ๒๐๐ปีเศษ แม้พระนครศรีอยุธยาจะเหลือแต่ความปรักหักพัง
แต่ก็ยังแสดงถึงร่องรอยของความยิ่งใหญ่ ไว้ให้ค้นคว้าศึกษาอีกเป็นอันมาก

กรุงศรีอยุธยานั้นมีภูมิสถานตั้งอยู่โดยมีแม่น้ำสำคัญ
๓ สาย คือ แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี แม่น้ำเจ้าพระยา และคูเมืองขุดเพิ่มเติม
ล้อมรอบอยู่ทั้ง ๔ ด้าน มีสภาพเป็นเกาะเมือง นับเป็นปราการอันสำคัญ
ทำให้เกิด ความเป็นปึกแผ่นมั่นคงดำรงอยู่ เป็นรัฐที่เป็นศูนย์กลางของกลุ่มบ้านเมืองในเขตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
และใกล้เคียง นอกจากนี้ ยังเป็นรัฐที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ และการเมืองในภูมิภาคนี้
ด้วยเหตุนี้ กรุงศรีอยุธยา จึงเป็นเมืองสำคัญของการติดต่อค้าขายทั้งภายในและกับภายนอกประเทศ
มีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างยิ่ง ดังปรากฏหลักฐาน ทั้งในทางเอกสารและโบราณสถาน
โบราณวัตถุ จำนวนมากมายที่พบได้ในปัจจุบัน ทั้งภายในเกาะ เมืองพระนครศรีอยุธยา
และภายนอกเมือง ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีโบราณสถานกระจัดกระจายอยู่ไม่ต่ำกว่า
๒๐๐ แห่ง
การดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวกับโบราณสถานของกรุงศรีอยุธยา
ได้เริ่มต้นขึ้นครั้งแรก เมื่อพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้ทรงโปรดให้พระยาโบราณราชธานินทร์ ทำการขุดแต่ง พระที่นั่งบางองค์
ในเขตพระราชวังหลวง ซึ่งขณะนั้นรกร้างมาก เนื่องจากอิฐหัก กากปูนทับถมกันอยู่กว่าร้อยปี
ต่อมาสมัยรัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ก็ได้เริ่มโครงการบูรณะพระที่นั่งและวัดสำคัญต่าง
ๆ ของกรุงศรีอยุธยาขึ้นมาในบางส่วน กรมศิลปากรได้รับมอบหมายให้ เข้ามาดำเนินการ
ดูแลรักษาและ บูรณะปรับปรุงโบราณสถาน โดยตั้งหน่วยศิลปากรและเจ้าหน้าที่มาประจำดูแลรักษาในที่สุด
พ.ศ. ๒๕๑๒ ได้มีโครงการ ในชื่อโครงการสำรวจขุดแต่งและบูรณะโบราณสถาน
ในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา และบริเวณใกล้เคียง เข้ามาทำการสำรวจและบูรณะโบราณสถาน
ซึ่งการดำเนินการได้มีความพยายาม ที่จะประสานงานร่วมมือกับองค์กรต่าง
ๆ ในอันที่จะอนุรักษ์เมืองประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาไว้ ในที่สุด
พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างของงานชิ้นใหม่ แล้วจัดทำโครงการนำเสนอเข้าแผนพัฒนา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๔ ในรูปโครงการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาขึ้น
และเริ่มดำเนินการบูรณะปรับปรุงโบราณสถานในเมืองพระนครศรีอยุธยา เป็นต้นมา
ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๐ และตลอดระยะเวลานับจากนั้น จนถึงปัจจุบันโครงการอุทยานประวัติศาสตร์
ได้ทำการสำรวจ ขุดค้น ขุดแต่ง และบูรณะโบราณสถานที่มีความสำคัญยิ่งของชาติแห่งนี้
มาโดยไม่หยุดยั้ง ซึ่งการดำเนินงานดังกล่าวทำให้ เกิดแนวทางในการที่ทำให้ได้รับรู้เรื่องราวและพัฒนาการของพระนครศรีอยุธยาในอดีต
ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และปัจจุบันอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
ได้ดำเนินการสำรวจศึกษา ค้นคว้า ตลอดจนการบูรณะ ปรับปรุงโบราณสถาน
ได้สำเร็จลุล่วงไปเป็นอันมาก รวมทั้งได้จัดสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น
ศูนย์บริการศึกษาและการท่องเที่ยวพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา
และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม ตลอดจนตัดถนนหนทาง เพื่อให้อุทยานประวัติศาสตร์เป็นแหล่งบริการทางการศึกษา
และการท่องเที่ยวที่สำคัญของชาติ เพื่อความรู้และความภาคภูมิใจในผลงานอันยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติต่อไป
ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๓๐ กรมศิลปากรได้จัดทำแผนแม่บทนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาขึ้น
เพื่ออนุรักษ์และพัฒนานครประวัติศาสตร์แห่งนี้ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามแผนแม่บทดังกล่าว
นอกจากนี้ นครประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา
ยังได้รับการพิจารณา ขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกโลกอีกด้วย เมื่อวันที่
๑๓ ธันวาคม ๒๕๓๔
|