
" แม่น้ำบางประกง แหล่งชีวิต พระศักดิ์สิทธิ์
หลวงพ่อโสธร พระยาศรีสุนทร ปราชญ์ภาษาไทย อ่างฤาไน ป่าสมบูรณ์ "

ฉะเชิงเทรา
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ห่างจากปากน้ำขึ้นไป ประมาณ ๒๔ กิโลเมตร สันนิษฐานว่า
เป็นเมืองใหญ่ ตั้งขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา ประมาณปี พ.ศ. ๒๐๙๒ ในแผ่นดินพระมหาจักรพรรติ
เพื่อเป็นที่ระดมพล ในเวลาสงคราม ปรากฏชื่อเมืองฉะเชิงเทราเป็นครั้งแรกในพระราชพงศาวดาร
ในแผ่นดินพระมหาธรรมราชา ขณะนั้นไทยเรากำลังบอบช้ำ เนื่องจากแพ้ศึกพม่า
พญาละแวกกษัตริย์เขมรเห็นเป็นโอกาสงาม ที่จะได้ประชาชนพลเมืองของไทย
ไปเป็นกำลัง จึงยกองทัพทางบก และทางเรือ เข้ากวาดต้อน ชาวเมืองจันทบุรี
ระยอง ฉะเชิงเทรา และนครนายก ไปเป็นจำนวนมาก
ฉะเชิงเทรา หรือชื่อสามัญ ที่เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า
แปดริ้ว นี้ห่างจากรุงเทพฯประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตร มีพื้นที่ ๕,๓๕๑ ตารางกิโลเมตร
พื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การเพาะปลูก ฉะเชิงเทรา แบ่งการปกครอง
ออกเป็น ๙ อำเภอ ๒ กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอบางคล้า อำเภอบางน้ำเปรี้ยว
อำเภอบางปะกง อำเภอบ้านโพธิ์ อำเภอพนมสารคาม อำเภอสนามชัยเขต อำเภอแปลงยาว
อำเภอราชสาส์น กิ่งอำเภอท่าตะเกียบ และกิ่งอำเภอคลองเขื่อน

กล้วยแปรรูป
ผลิตโดยกลุ่มสตรีแปรรูปอาหารจากกล้วย ตั้งอยู่เลขที่ 36 หมู่ 4 ตำบลบางคา
อำเภอราชสาสน์ แปรรูปกล้วยเป็นรูปแบบต่างๆ เช่น กล้วยกรอบอบเนย กล้วยแผ่นอบ
กล้วยกรอบรสปาปริก้าหรือรสบาบีคิว ข้าวเกรียบกล้วย น้ำพริกเผากล้วย เป็นต้น
โทร. 0 1455 1861
ประเภทขนมหวาน
ได้แก่ กระยาสารท ขนมเปี๊ยะ ขนมจาก
ประเภทผลิตผลจากการเกษตร
ได้แก่ มะม่วงพันธุ์ต่างๆ ข้าวหอมมะลิ ไข่ไก่ กุ้งสด มะพร้าวน้ำหอม ขนมจาก
ขนมหวานต่างๆ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีจำหน่ายทั่วไปในจังหวัดฉะเชิงเทรา
ผลิตภัณฑ์ทองเหลืองสาน
56 หมู่ 13 บ้านคลองขุดใหม่ ตำบลท่าไข่ จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากลวดทองเหลืองสาน
เช่น แจกัน ตะกร้า กล่องทิชชู ที่ใส่แชมเปญ เชิงเทียน ของชำร่วย เป็นต้น
โทร. 0 3851 3857, 0 1939 9942
ผลิตภัณฑ์ประดิษฐ์จากไม้ เศษกระดูกและเขาสัตว์
หมู่บ้านกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องประดับจากไม้และเขาสัตว์ หมู่ 3 ตำบลคลองนครเนื่องเขต
ผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับและเครื่องใช้จากวัสดุเหลือใช้ ประกอบด้วยกระดูก
เขาสัตว์ และไม้นำมาประกอบกันเป็นรูปแบบต่างๆ เช่น กิ๊บติดผม ปิ่นประดับผม
สร้อยคอ กำไล ต่างหู ตะเกียบ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3884 7307,
0 3859 2678

งานนมัสการหลวงพ่อพุทธโสธร
ปีหนึ่งกำหนดจัด 3 ครั้ง มีกำหนดทางจันทรคติดังนี้
1. งานเทศกาลตรุษจีน จัดโดยสมาคมชาวจีน พร้อมด้วยพ่อค้า ข้าราชการ และประชาชนในจังหวัด
เริ่มงานตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 5 ค่ำ (ปีใหม่ตามจันทรคติของจีน)
รวม 5 วัน 5 คืน
2. งานเทศกาลกลางเดือน 5 เริ่มตั้งแต่วันขึ้น 15 ค่ำ ถึง แรม 2 ค่ำ รวม
3 วัน 3 คืน ถือว่าเป็นงานฉลองสมโภชในวันที่อาราธนาหลวงพ่อพุทธโสธรขึ้นจากน้ำมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้
3. งานเทศกาลกลางเดือนสิบสอง เริ่มงานวันขึ้น 12 ค่ำ ถึงวันแรม 1 ค่ำเนื่องมาจากในปี
พ.ศ. 2433 เกิดโรคฝีดาษระบาดไปทั่ว ชาวบ้านจึงบนบานต่อหลวงพ่อพุทธโสธรขอให้หาย
และได้จัดพิธีสมโภชจนกลายเป็นประเพณีสืบต่อกันมา ปัจจุบันทางจังหวัดฉะเชิงเทราและวัดโสธรได้ร่วมกันจัด
งานนมัสการพระพุทธโสธรและงานกาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา ขึ้นเป็นประจำทุกปี
มีการเฉลิมฉลองและการจัดขบวนแห่หลวงพ่อพุทธโสธรจำลองทั้งทางบกและทางน้ำ
เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัด
งานวันมะม่วงและของดีเมืองแปดริ้ว
จะจัดขึ้นประมาณเดือนมีนาคม-เมษายนของทุกปี เป็นช่วงที่มะม่วงให้ผลผลิต
งานจัดขึ้นบริเวณโรงเรียนพุทธโสธร อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ในงานมีการออกร้านจำหน่ายมะม่วงและผลิตผลทางการเกษตร
การประกวดผลิตผลทางการเกษตร และนิทรรศการด้านการเกษตร
งานกาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา
จะจัดขึ้นพร้อมๆ กับงานนมัสการพระพุทธโสธร ในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
โดยจัดขึ้น ณ บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
วัดโสธรวรารามวรวิหาร
เป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธโสธร หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าหลวงพ่อ โสธร
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนเคารพนับถือมาก เป็น พระพุทธรูปปางสมาธิ
หน้าตักกว้าง 165 เซนติเมตร สูง 198 เซนติเมตร วัดโสธรอยู่ในอำเภอเมือง
ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทาง ทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร
ประวัติหลวงพ่อโสธรมีตำนานกล่าวไว้ว่า ได้มีพระพุทธรูปสัมฤทธิ์
3 องค์ ลอยตามน้ำผ่านเมืองปราจีนบุรีมาแล้วไปผุดขึ้นที่ตำบลสัมปทวน แขวงเมืองฉะเชิงเทรา
ชาวบ้านไปพบเข้าจึงเอาเชือกพรวนไปผูกมัด พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์นี้แล้วช่วยกันฉุดลากขึ้น
แต่ไม่สามารถที่จะนำ ขึ้นมาจากน้ำได้ พระพุทธรูปองค์ใหญ่จึงลอยตามกระแสน้ำเรื่อยไป
และไปผุดขึ้นที่บ้านแหลม จังหวัดสมุทรสงคราม ชาวบ้านแหลมจึง อัญเชิญประดิษฐานไว้ที่วัดบ้านแหลม
ส่วนองค์เล็กไปผุดขึ้นที่คลองใกล้ วัดบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ชาวบ้านจึงอัญเชิญประดิษฐานไว้ที่
วัดบางพลี ส่วนหลวงพ่อโสธรซึ่งเป็นองค์กลางนั้นผุดขึ้นที่หน้าวัด โสธร
ประชาชนได้ช่วยกันฉุดแต่ไม่ขึ้น จนอาจารย์คนหนึ่งมาตั้งศาล เพียงตาทำพิธีบวงสรวง
แล้วนำด้ายสายสิญจน์คล้องไว้กับพระหัตถ์จึง อัญเชิญขึ้นมาได้สำเร็จ และนำมาประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถวัดโสธร
จนปัจจุบันนี้ เทศกาลนมัสการหลวงพ่อโสธรประจำปีมีปีละ 3 ครั้ง คือ กลางเดือน
12 กลางเดือน 5 และช่วงเทศกาลตรุษจีน
ป้อมและกำแพงเมืองฉะเชิงเทรา
ตั้งอยู่ที่ถนนมรุพงษ์ ในเขตเทศบาลเมือง สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อป้องกันข้าศึกศัตรูมารุกราน
ปัจจุบันบริเวณหน้า กำแพงจัดเป็นสวนสาธารณะริมแม่น้ำบางปะกง
วัดเมือง
หรือวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฏิ์ ตั้งอยู่ริมถนนมรุพงษ์ เชิงสะพานฉะเชิงเทรา
สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 พร้อมกับการ สร้างกำแพงเมือง มีสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับพระปรางค์วัดพระศรีรัตนศาสดารามที่กรุงเทพฯ
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์
ตั้งอยู่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด มีลักษณะเป็นสวนพื้นบ้าน มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ
90 ไร่ ตรงกลางสวนมีบึง ขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยต้นไม้ตลอดริมบึง
ค้างคาววัดโพธิ์บางคล้า
เดินทางจากทางหลวงหมายเลข 304 (ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) ไปประมาณ 17
กิโลเมตร แยกเข้าทางหลวงหมาย เลข 3121 ประมาณ 6 กิโลเมตร เข้าตัวอำเภอบางคล้า
ผ่านศาลพระเจ้าตากสินมหาราช แล้วเลี้ยวซ้ายประมาณ 500 เมตร บริเวณวัดมีต้นไม้ใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยค้างคาวนับแสนตัว
เป็นค้างคาวที่กินผลไม้เป็นอาหาร เรียกกันว่า ค้างคาว แม่ไก่
เขาหินซ้อน
ตั้งอยู่ริมทางหลวง 304 สายฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี ห่างจากตัวเมือง 53
กิโลเมตร ในเขตอำเภอพนมสารคาม บริเวณภูเขามีก้อนหินขนาดต่าง ๆ กันเรียงรายอยู่ตามธรรมชาติดูสวยงามแปลกตา
เชิงเขาเป็นที่ตั้งของศาลสมเด็จ พระปิ่นเกล้าฯ และวัดเขาหินซ้อน
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน
ตั้งอยู่ระหว่างหลัก กม.ที่ 51-52 ทางหลวงสาย 304 ใกล้กับเขาหินซ้อน
มีเนื้อที่ 1,929 ไร่ เป็นศูนย์ศึกษา พัฒนาการเกษตรแผนใหม่ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
มีสิ่งที่น่าสนใจต่าง ๆ ได้แก่ การสาธิต ลักษณะงานต่าง ๆ ได้แก่ การสาธิตลักษณะงานต่าง
ๆ ด้านการเกษตรและการพัฒนาที่ดิน สวนพฤกษศาสตร์ ภาคตะวันออก และศูนย์เพาะชำกล้าไม้
ผู้สนใจเข้าชมเป็นหมู่คณะ และประสงค์จะมีเจ้าหน้าที่นำชม สามารถติดต่อ
ได้ที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน โทร. (038) 599099 หรือทำหนังสือขออนุญาตไปที่พัฒนาชุมชน
จังหวัด ฉะเชิงเทรา ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นศาลที่สร้างขึ้นใหม่ตั้งอยู่ถนนหน้าเมือง เป็นอาคารสถาปัตยกรรมไทยหลังคาทรงจตุรมุข
ส่วนบนเป็นยอดปรางค์ ภายในศาลมีเสาหลักเมือง 2 เสา เสาหนึ่งเป็นเสาหลักเมืองปัจจุบันสร้างเมื่อ
พ.ศ.2438 อีกเสาเป็นเสาเก่าสร้างเมื่อ พ.ศ.2377 นอกจากนั้นยังมีศาลเจ้าพ่อหลักเมืองอยู่ในบริเวณเดียวกัน
เปิดให้เข้าชมเวลา 07.00 - 16.00 น.
วัดพยัคฆอินทาราม(วัดเจดีย์)
วัดพยัคฆอินทาราม (วัดเจดีย์) ตั้งอยู่ตำบลบ้านใหม่ จากหลักฐานแผ่นเงินที่พบรอยแตกตรงคอระฆังของเจดีย์องค์ใหญ่
ทราบว่าสร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่
5 โดยนายเสือ หรือพระเกรียงไกรกระบวนยุทธปลัดเมืองฉะเชิงเทรากับภรรยา
ชื่ออิน ได้สร้างเจดีย์องค์ใหญ่ขึ้นในปี พ.ศ.2416 ส่วนวัดนั้นสร้างเสร็จในราวปี
พ.ศ.2424 นับว่าเป็นวัดเก่าแก่ ทางกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว
สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ เจดีย์องค์ใหญ่ 1 องค์ เจดีย์องค์เล็ก
2 องค์ วิหารพระพุทธบาท สุสานเก่า อุโบสถ และหอระฆัง
วัดอุภัยภาติการาม
วัดอุภัยภาติการาม (วัดซำปอกง) ตั้งอยู่บนถนนศุภกิจ ใกล้กับบริเวณตลาดบ้านใหม่
เป็นวัดญวนในลัทธิมหายาน ภายในวัดมีวิหารลักษณะเหมือนศาลเจ้า เดิมเป็นวัดจีนแต่ปัจจุบันแปรสภาพเป็นวัดญวนไปแล้ว
เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต (พระไตรรัตนนายก) หรือที่ชาวจีนเรียกว่า
"เจ้าพ่อซำปอกง" ในประเทศไทยมีเพียง 3 องค์เท่านั้น คือที่วัดกัลยาณมิตร
ฝั่งธนบุรี วัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และวัดอุภัยภาติการาม
จังหวัดฉะเชิงเทรา ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวจากฮ่องกง สิงคโปร์
และไต้หวัน มานมัสการอยู่เป็นประจำ
วัดจีนประชาสโมสร(วัดเล่งฮกยี่)
วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่) เป็นวัดจีนในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ที่ขยายมาจากวัดเล่งเน่ยยี่
ในกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ที่ถนนศุภกิจ ตำบลบ้าน ใหม่ ห่างจากศาลากลางจังหวัด
1 กิโลเมตร สิ่งที่น่าสนใจใน วัดได้แก่ รูปปั้นขนาดใหญ่ของจตุโลกบาล
และ เทวรูปจีนอ้วยโห้ซึ่งแต่งกายชุดนักรบ นอกจากนี้มีวิหาร ศักดิ์สิทธิ์ต่าง
ๆ เช่น วิหารบูรพาจารย์ วิหารเจ้าแม่ กวนอิม วิหารว่องอ้วนตี่ วิหารตี่ซังอ๋อง
และสระนที สวรรค์ เป็นต้น
การท่องเที่ยวทางเรือลำน้ำบางปะกง
ลำน้ำบางปะกง มีต้นกำเนิดจากทิวเขาสันกำแพงบนที่ราบสูงโคราช ไหลผ่านจังหวัดปราจีนบุรี
(เรียกว่าแม่น้ำปราจีนบุรี) อำเภอบางน้ำเปรี้ยว (เรียกว่าแม่น้ำแปดริ้ว)
อำเภอบางคล้า อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และออกสู่อ่าวไทยที่อำเภอ บางปะกง
รวมระยะทาง 230 กิโลเมตร รายการท่องเที่ยวทางเรือในแม่น้ำ บางปะกงที่นิยมจัดกัน
เริ่มจากตัว เมืองฉะเชิงเทราไปขึ้นฝั่งที่วัดโพธิ์ อำเภอบางคล้า ระยะทาง
25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง มีเรือด่วนแวะรับผู้โดยสารตามเส้นทางนี้เป็นระยะ
หรือจะเช่าเรือหางยาว ขนาดบรรจุ 8-10 คน จากท่าเรือหน้า ตลาดในตัวเมือง
หรือท่าเรือหน้าตลาดบางคล้า หรือท่าน้ำวัดโสธรฯ อัตราค่าเช่าเรือแล้วแต่จะตกลงกันตาม
จำนวนผู้โดยสาร และระยะทางที่เดินทาง ระหว่างล่องเรือจะได้ชม ธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำ
ส่วนใหญ่เป็นสวน ผักและสวนผลไม้ เช่น สวนมะม่วง สวนมะพร้าว มีตลาดเล็ก
ๆ ริม แม่น้ำ เช่น ตลาดบ้านใหม่และตลาดบ้านหมู่ ที่ยังมีสภาพความเป็นอยู่อย่างไทย
บ้านเรือนทั้งแบบสมัยใหม่ และสมัยโบราณ รวมทั้งวัดต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมีเรือสำราญริเวอร๎อินน์
บริการนำเที่ยวลำน้ำบางปะกง ในเขต ตัวเมืองทุกวันเวลา 17.30 น. และให้เช่า
เหมาลำ ในอัตราชั่วโมงละ 700 บาท รายละเอียดติดต่อที่โรงแรมริ- เวอร์อินน์
โทร. (038)511163
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากลินมหาราช ตั้งอยู่ในตัวอำเภอบางคล้า สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ทรงใช้เมือง ฉะเชิงเทราเป็นเส้นทางเดินทัพผ่าน ในการกอบกู้เอกราชหลังเหตุการณ์เสียกรุง
เล่ากันว่าก่อนหน้านั้นเคย เป็นที่ตั้งของเจดีย์อนุสรณ์ชัยชนะของพระองค์เมื่อสู้รบกับพม่าที่บริเวณนั้น
ภายหลังเจดีย์ได้พังทลาย ลงในปี พ.ศ. 2484 โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ยังคงเล่าเรื่องราวสืบต่อกันมา
และได้สร้างศาลพร้อมอนุสาวรีย์ พระเจ้าตากสินมหาราช นี้ขึ้น-ใหม่ เมื่อปี
2531


การเดินทางทางรถยนต์
จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางได้ 3 เส้นทาง คือ
1. จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 304 ( กรุงเทพฯ - มีนบุรี ฉะเชิงเทรา
) ระยะทาง 75 กิโลเมตร
2. จากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข 34 ( ถนนสายบางนา ตราด ) จากนั้นเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข
314 ( บางปะกง ฉะเชิงเทรา ) ระยะทาง 90 กิโลเมตร
3. จากกรุงเทพฯไปตามทางหลวงหมายเลข 3 ( ผ่านสมุทรปราการ - บางปะกง )
จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 314 ระยะทาง 100 กิโลเมตร
การเดินทางทางรถโดยสาร
มีรถโดยสารปรับอากาศออกจากจากสถานีขนส่งสายเหนือ (ถนนกำแพงเพชร 2) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
บริษัท ฉะเชิงเทรา ขนส่ง จำกัด โทร 0 2936 4041, 0 9748 1349 ใช้เวลาเดินทางประมาณ
1 ชั่วโมง 20 นาที (ใช้เส้นทางมอร์เตอร์เวย์) วันธรรมดามีรถออกตั้งแต่เวลา
06.00-17.30 น. เสาร์-อาทิตย์ 06.00-18.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
สถานีขนส่งสายเหนือ(ถนนกำแพงเพชร 2)โทร. 0 2936 285266 ต่อ 311, 442
นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางจากสถานีขนส่งสายตะวันออก(เอกมัย) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
บริษัท ฉะเชิงเทรา ขนส่ง จำกัด โทร. 0 2712 1018, 0 9749 1336 มีรถออกตั้งแต่เวลา
05.00-21.30 น. หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สถานีขนส่งสายตะวันออก(เอกมัย)โทร.
0 2391 2504 หรือ สถานีขนส่งจังหวัดฉะเชิงเทรา โทร. 0 3851 4482
การเดินทางทางรถไฟ
มีบริการรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพง ไปฉะเชิงเทราทุกวัน วันละ
11 ขบวน เที่ยวแรก 05.55 น. เที่ยวสุดท้าย 18.25 น. ค่าโดยสาร 13 บาท
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1690, 0 2220 4334, 0 2220 4444 หรือ สถานีรถไฟฉะเชิงเทรา
โทร. 0 3851 1007 www.railway.co.th