 |
การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย และอนุสาร อสท.
ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลต่างๆครับ
|
|
 |
|
วัดลามะ
วัดลามะ
หรือ ยงเหอกง เป็นวัดหนึ่งของศาสนาพุทธนิกายทิเบตอันลือชื่อ
กินเนื้อที่กว่า 6 หมื่นตารางเมตร ตำหนักต่าง ๆมี กว่า 1000 ห้อง ก่อนที่จะกลายมาเป็นวัดนี้แต่เดิมเป็น
พระตำหนักที่เฉียนหรงฮ่องเต้กษัตริย์องค์ที่สองของราชวงศ์ชิงสร้างให้องค์ชายสี่หรือหย่งเจิ้ง
ปีค.ศ 1723 องค์ชายสี่ได้ขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิ์องค์ที่ 3 จึงย้ายเข้าไปประทับในพระราชวังโบราณ
ส่วนพระตำหนักนี้มีพื้นที่ครึ่งหนึ่งปรับเป็นที่พักผ่อนอิรอยาบถนอกวังขององค์ชายสี่
อีกครึ่งหนึ่งถวายพระลามะจังเจียฮูถูเค่อถู จึงกลายเป็นวัดลามะของทิเบตนิกายหมวกเหลือง
ในวัดลามะมีโบราณวัตถุและสิ่งปลูกสร้างโบราณมากมาย
ของล้ำค่าอย่างแรกคือภูเขาพระอรหันต์ 500 รูป สูงเกือบ 4 เมตร
ยาวกว่า 3 เมตร แกะสลักด้วยไม้จันทน์หอม หากมองดูไม้แกะสลักชิ้นนี้แต่ไกล
จะเห็นเป็นภาพภูเขาเขียวนิ่งสงบ ต้นสนเขียวขจี พระเจดีย์แกะสลักอย่างประณีต
ศาลาโบราณเรียบง่าย มีถ้ำลึกลับ ทางเดินเลี้ยวลดคดเคี้ยว มีบันได สพานและสายน้ำเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
แต่ถ้ามองดูให้ใกล้ชิด จะเห็นฝีมือแกะสลักที่ชำนาญยิ่ง มีเขาหลายรูปติดต่อกันเป็นชั้น
ๆ ตามเขาเหล่านี้มีพระอรหันต์ 500 องค์กระจายอยู่ แม้จะเป็นรูปแกะสลักเล็ก
ๆ ก็ตาม แต่ทุกรูปมีหน้าตารูปร่างต่าง ๆ กัน มีชีวิตชีวา หลังจากผ่านภัยสงครามมาหลายครั้ง
พระอรหันต์บนเขามี เหลืออยู่เพียง 449 องค์เท่านั้น
ของที่ล้ำค่าอย่างที่สองคือ พระพุทธรูปพระศรีอริยเมตไตรยที่อยู่ในวิหารว่านฝูเก๋อ
วิหารว่านฝูเก๋อยังได้ชื่อว่าเป็นหอพระพุทธรูปองค์ใหญ่ เป็นวิหารที่สูงใหญ่ที่สุดภายในวัดลามะ
สูงกว่า 30 เมตร มีหลังคา 3 ชั้น ก่อด้วยไม้ทั้งหมด ในวิหารเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปพระศรีอริยเมตไตรยปางยืนที่แกะสลักด้วยไม้จันทน์หอมสีขาว
สูง 26 เมตร ส่วนล่าง 8 เมตรฝังอยู่ใต้ดิน อีก 18 เมตรอยู่เหนือพื้นดิน
พระพุทธรูปทั้งองค์มีน้ำหนักประมาณ 100 ตัน เป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากต้นไม้ต้นเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ของที่ล้ำค่าอย่างที่สามคือแท่นพระพุทธรูปในวิหารเจ้าฝูโหลว
ข้างในมีพระพุทธรูปพระศากยมุนีที่หล่อด้วยทองเหลือง ด้านหลังของพระพุทธรูปมี
ประภามณฑลเหมือนฉากบังตา แท่นบูชาพระพุทธรูปและประภามณฑลล้วนแกะสลักด้วยไม้ชื่อว่า
จินเซอหนานมู่ ฝีมือแกะสลักก็ประณีตมาก แท่นพระพุทธรูปมีส่วนบนสูงจรดเพดาน
แบ่งเป็นชั้นนอกชั้นใน 3 ชั้น ในยามตะวันตกดิน พระพุทธรูปประทับยืนอย่างสง่างาม
แสงอาทิตย์ส่องกระทบกระจกเงาที่ทำ
นอกจากของล้ำค่า 3 อย่างดังกล่าว สถาปัตยกรรมและของประดับประดาภายในวัดลามะล้วนมีลักษณะพิเศษโดดเด่น
เช่นวิหาร ฝ่าหลุนเตี้ยนเป็นสิ่งปลูกสร้างทรงจตุรมุข บนหลังคาวิหารมีเจดีย์บุทองคำ
5 องค์เลียนแบบทรงทิเบต เป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของชนชาติทิเบต
ซึ่งรวมเอาศิลปวัฒนธรรมทั้งแบบชนชาติจีนและชนชาติทิเบตเข้าด้วยกัน
ในวัดยังมีแท่นศิลาจารึกที่มี4 ด้าน 4 ภาษา แต่ละด้านแกะสลักตัวอักษรภาษาจีน
ภาษาแมนจู ภาษามองโกลและภาษาทิเบต เนื้อหาของตัวอักษรเหล่านี้มาจากหนังสือ
หล่ามาซัว(ทฤาฎีลามะ) ซึ่งจักรพรรดิ์สมัยราชวงชิงทรงนิพนธ์ กล่าวถึงความเป็นมาของศาสนาพุทธนิกายทิเบตและนโยบายของรัฐบาลชิงที่มีต่อนิกายลามะ
เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามัคคีของชนชาติต่าง ๆ ในจีน วัดลามะเปิดให้ผู้คนเข้าชมเมื่อปีค.ศ
1981 แต่ละปีมีผู้คนทั้งในและต่างประเทศจำนวนมากกว่า 1 ล้านคนมาเยี่ยมชมและกราบไหว้บูชา
ปัจจุบัน วัดลามะมิเพียงแต่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาเท่านั้น
หากยังเป็นค ลังแห่งศิลปวัฒนธรรมของชนชาติจีน แมนจู มองโกลและทิเบตด้วย |
|
 |
ปักกิ่ง
เซี่ยงไฮ้
คุนหมิง
ซินเจียง
ฮ่องกง |
|
 |
|