|
ปราสาทบันทายสรี( Banteay
Srei ) เป็นปราสาทหินที่ถือได้ว่างดงามที่สุดในประเทศกัมพูชา มีความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์
และเป็นปราสาทแห่งเดียวที่สร้างเสร็จแล้วกว่า 1000 ปี แต่ลวดลายก็ยังมีความคมชัด
เหมือนกับสร้างเสร็จใหม่ ๆปราสาทบันทายสรียกตามสำเนียงเขมรว่า บันเตียไสร
หมายถึง ปราสาทสตรีหรือป้อมสตรี อยู่ห่างจากตัวเมืองเสียมเรียบไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ
30 กิโลเมตร ใกล้กับแม่น้ำเสียมเรียบในบริเวณที่เรียกว่า อิศวรปุระ
หรือเมืองของพระอิศวร

ปราสาทแห่งนี้สร้างอุทิศถวายพระอิศวรภายใต้พระนามว่า
ตรีภูวนมเหศวร หรือ ผู้เป็นใหญ่แห่งโลกทั้งสาม ปราสาทมีขนาดเล็ก
สร้างด้วยหินทรายสีชมพูซึ่งหายาก สร้างขึ้นเมื่อ เดือนเมษายน - พฤษภาคม
พ.ศ. 1510 โดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในตอนปลายของสมัยพระเจ้าราเชนทรวรมันที่
2 (หรือพระเจ้า ชัยวรมันที่ 4 พ.ศ. 1487 - 1511) และเสร็จในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่
5 (พ.ศ. 1511-1554)
- ซุ้มประตูทางเข้า จำหลักภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณลวดลายมีความละเอียดสวยงามมาก
- ซุ้มทางซ้ายมือ จำหลักภาพพระอิศวรทรงโค มีพระอุมาเทวีประทับด้านซ้าย
- ซุ้มทางขวามือ มีรูปพระนารายณ์อวตารเป็นนรสิงห์
ผ่านประตูเข้าไปจะเห็นปราสาทองค์แรก
สร้างอยู่เหนือฐานเดียวกันซึ่งสูง 90 เซนติเมตร ขนาบด้วยบรรณาลัย
ซึ่งเป็นที่เก็บรักษาตำราหรือวัตถุที่ใช้ในพิธีเคารพบูชา มีประตูเข้าทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก
ซุ้มประตูหรือโคปุระนี้ ประดิษฐานปฏิมากรรมด้วยลวดลายที่งามวิจิตรอ่อนช้อย
ลวดลายประดับที่ปราสาทบันทายศรี สลักเสลาอย่างวิจิตรบรรจง ไม่ว่าจะเป็นเทพธิดาหรือนางอัปสรา
ก็เต็มไปด้วยความสง่างามและมีชีวิตจิตใจ
ในกรอบซุ้มปราสาทองค์แรก มีรูปพระศิวะกำลังร่ายรำ
หรือที่เรียกว่า ศิวนาฏราช ท่ารำของพระองค์มีถึง 108 ท่า แต่ละท่ามีผลต่อฟ้าดิน
หน้าบันของห้องสมุดทางด้านทิศใต้ สลักภาพพระอิศวรกำลังประทับนั่งอยู่เหนือเขาไกรลาศ
ที่หน้าบันห้องสมุดทางด้านทิศเหนือ
แสดงภาพพระอินทร์กำลังบันดาลให้ฝนตกลงมา บนอาคารเดียวกันนี้ เหนือหน้าบันทางทิศตะวันตกแสดงภาพพระกฤษณะกำลังประหารพระยากงศ์ในพระราชวัง
ภาพสลัก ณปราสาทบันทายสรีจากความงดงามในฝีมือการสลักแล้ว ยังมีคุณค่าเกี่ยวกับมนุษย์อย่างลึกซึ้ง
อันเห็นได้จากความรู้สึกที่แสดงออกมาจากภาพเหล่านั้น ซึ่งเป็นพยานหลักฐานชิ้นแรก
ที่ทำให้เราทราบเกี่ยวกับชีวิตของชาวขอมในต้นพุทธศตวรรษที่ 16
ความละเอียดของงานแกะสลักนักเขียนชาวฝรั่งเศสชื่อ
อองเดร มาลโรซ์ เจ้าของผลงาน เสน่ห์ตะวันออก เดินทางมาชมปราสาทนี้เมื่อ
พ.ศ. 2466 ได้ใช้เลื่อยและลิ่มสกัดเอาซอกมุมรูปนางอัปสราออกไป 6
ชิ้น มาลโรซ์กับเพื่อนถูกจับบนเรือกลไฟที่พนมเปญ เมื่อวันที่ 24
ธันวาคม ปีเดียวกันนั้นเอง
เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2467
ศาลที่พนมเปญตัดสินให้จำคุกมาลโรซ์เป็นเวลา 3 ปีและเพื่อนได้รับโทษจำคุก
8 เดือนแต่รอลงอาญาทั้งคู่ สิ่งของที่ขโมยออกไปนั้นถูกนำกลับมาไว้ที่เดิมในปี
พ.ศ. 2467
หลังจากกลับไปยังปารีส เขาได้ออกหนังสือพิมพ์ชื่อ
อินโดจีน เผยแพร่เรื่องราวของปราสาทในกัมพูชา ด้วยผลงานที่เป็นนักศิลปะจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม
ในปี พ.ศ. 2502
ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวที่ไปกัมพูชา
ต้องไม่พลาดโอกาสที่จะเข้าชมปราสาทบันทายศรี เพราะปราสาทบันทายสรี
มีมนต์เสน่ห์ที่จะดึงดูดให้ท่านอยากจะเข้าไปชม ท่านต้องใช้เวลานานในการถ่ายภาพในแง่มุมต่าง
และท่านจะต้องกลับมาเพื่อชมปราสาทนี้อีกหลายๆ ครั้งในโอกาสต่อไป
|